ตอนที่5 ประกาศสถานะ
“ปืน” เสียงใสของหญิงสาวหน้าตาดีแต่งตัวดีรีบวิ่งเข้ามาหาด้วยรอยยิ้ม ควงแขนปฐวีอย่างใกล้ชิดสนิทสนม
“คุณนิ”
“ปืนไปไหนมา นิมารอตั้งนาน” นิ หรือ นิรา พูดขึ้นด้วยความสงสัยและใบหน้าน้อยใจที่ถูกให้รอ
“ผมพาเมียไปซื้อของมา” ตอบกลับคนถามออกไปอย่างไม่ปิดบังสถานะ
“เมีย?... หมายถึงคนนี้เหรอ” นิราหันไปมองผู้หญิงอีกคนตั้งแต่หัวจรดเท้า เบะปากอย่างเหยียดหยามดูถูก
“ครับ นี่มีน เมียที่ผมเคยบอกคุณนิ”
คำว่าเมียที่เคยบอก ทำให้มีนารับรู้ได้ทันทีว่านี่คงจะเป็นลูกเจ้านายคนนั้นที่ปฐวีเคยเล่าให้ฟัง การวิ่งเข้ามาถึงเนื้อถึงตัวแบบไม่เกรงใจใคร นิสัยคงเอาแต่ใจไม่น้อย
“ไม่เห็นสวยเลย รสนิยมก็แย่” เบะปากใส่อย่างดูถูก ไม่สนใจปล่อยแขนแกร่งออกแม้อีกฝ่ายบอกว่าข้างๆ เป็นเมีย
“นี่คุณนิ ลูกเจ้านายที่พี่เล่าให้ฟัง” หันไปแนะนำนิราให้มีนารู้จัก
“สวัสดีค่ะ” ทักทายออกไปโดยไม่ได้ยกมือไหว้ ไม่สนใจด้วยว่าอีกฝ่ายอายุมากกว่าหรือน้อยกว่า
ถ้านิสัยเดิมของเธอก็คงจะกระชากแขนแกร่งของปฐวีกลับมาควงคืน แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ที่เธอกลายเป็นคนใจเย็นขึ้น ใช้อารมณ์น้อยลงกกว่าอดีต
เพราะโตขึ้น หรือเรื่องราวที่ผ่านมามันขัดเกลาให้เธอเป็นแบบนี้นะ
แต่นี่สามีเธอไม่ใช่เหรอ ถึงไม่มีทะเบียนสมรสว่าจ้างนั่น แต่นี่ก็คนรักของเธอนี่ เราสองคนยังไม่ได้บอกเลิกกัน แม้ว่าเธอจะ...
“เข้าบ้านกันดีกว่าพี่ปืน” ไม่กระชากแขนมาควง แต่ก็สอดมือเข้าไปกุมมือใหญ่ แล้วชักชวนด้วยเสียงออดอ้อน ออกแรงดึงให้เขาเดินตามมาจนแขนหลุดจากมือผู้หญิงคนนั้น
นิราเดินตามเข้ามาอย่างไม่ต้องชวน ทำตัวเหมือนเจ้าของบ้านที่เข้าออกบ่อยครั้งจนคุ้นชิน ทิ้งตัวนั่งด้านซ้ายมือของปฐวีหลังจากเขานั่งลงโซฟา
“วันนี้ไปกินข้าวนิหน่อยสิ นิยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เที่ยงแล้ว” เกยคางไปบนไหล่แกร่ง ออดอ้อนใส่เขาอย่างไม่เกรงใจสายตาของส่วนเกิน
“ไม่ได้หรอกค่ะ วันนี้ฉันกับพี่ปืนซื้อของกินกลับมาแล้ว” เธอปฏิเสธขึ้นอย่างเริ่มแสดงบทบาทของความเป็นเมีย
แต่ทุกอย่างกลับออกจากจิตใต้สำนึกจริงนั่นแหละ
ไม่ชอบเลยที่มีผู้หญิงคนอื่นมาออดอ้อนออเซาะและทำตัวใกล้เขา ไม่พอใจด้วยที่เขาไม่สะบัดตัวออกให้พ้น
ไม่เหมือนเมื่อก่อน ที่รีบก้าวถอยหลังออกห่างผู้หญิงที่ก้าวเข้าหาตัวเอง ปากก็ประกาศกร้าวว่ามีแฟนแล้ว
เพราะเป็นลูกเจ้านายหรือเปล่า เขาถึงพยายามให้เกียรติและไม่ทำอะไรเสียมารยาท
แต่ผู้หญิงคนนั้นเสียมารยาทก่อนนะ เมียเขาก็นั่งทนโท่ตรงนี้ ไม่รู้จักอายบ้างหรือไงกัน
“นะปืน เราไม่ได้ไปกินข้าวด้วยกันนานแล้ว” ไม่สนใจเสียงส่วนเกิน ออดอ้อนออกไปราวกับผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเมียไม่มีตัวตนอยู่ด้วย
“พี่ปืน มีนอยากลองชุดที่ซื้อมาวันนี้แล้ว ขึ้นห้องก่อนลงมากินข้าวไหม” เธอก็รั้งแขนแกร่ง มือสวยทาบใบหน้าแกร่งดันให้เขาหันมาทางตัวเอง พูดด้วยน้ำเสียงกระลิ้มกระเหลี่ยสอดส่งสายตาหยาดเยิ้ม
“ปืน นิหิวข้าวแล้ว” รั้งแขนแกร่งเข้าหาตัวแล้วอ้อนขึ้นอีกครั้ง
“พี่ปืน” ครั้งนี้เสียงของมีนาแข็งขึ้นกว่าปกติ กดดันเขาด้วยชื่อสั้นๆ ไม่มีอะไรต่อ
“เอ่อ ไว้วันหลังนะคุณนิ วันนี้ผมไม่สะดวก” สุดท้ายก็ปฏิเสธลูกเจ้านาย เพื่อไปกับเมียสาวข้างกายของเขา
“ปืนเลือกเธอเหรอ”
“คุณนิ นี่เมียผมนะ” ย้ำชัดต่อหน้าผู้หญิงคนอื่น ประกาศสถานะให้เมียในทะเบียนและเมียเก่าอย่างมีนาหัวใจเต้นแรงขึ้น
ดีใจและพอใจเหมือนอดีตไม่มีผิด
“ปืนจะทำแบบนี้จริงๆ ใช่ไหม” ถามเสียงไม่พอใจ ท่าทางเอาแต่ใจอย่างชัดเจน
“ยังไงผมก็ต้องเลือกเมียก่อนคุณนิ” ย้ำชัดไม่เกรงใจว่าอีกฝ่ายจะไม่พอใจแม้สถานะที่สูงกว่า
“ปืน!” กระแทกเสียงเรียกด้วยความเสียหน้า สุดท้ายก็ลุกขึ้นสะบัดหน้ากระทืบเท้าออกจากบ้านไป
“เฮ้อ!” ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่ายไม่น้อย
“เสน่ห์แรงไง” เป็นมีนาที่เผลอประชดออกมาอย่างลืมตัว กอดอกมุ่ยหน้าพูดประโยคเดิมเหมือนห้าหกปีก่อน
“ก็ปฏิเสธคนอื่นเพราะรักเมียไม่ใช่?” ขยับไปกอดอ้อนแล้วย้อนถามสิ่งที่เกิดขึ้นเสมอ
ตั้งแต่เข้าสู่วัยหนุ่ม ก็มีผู้หญิงเข้าหาเขาเป็นว่าเล่น รูปร่างสูงโปร่ง คิ้วเข้มตาคม จมูกโด่งเป็นสัน ปากบางได้รูป กรอบหน้าคมคาย ยิ่งโตไหล่ก็ผายกว้างขึ้นเรื่อยๆ แม้อดีตกล้ามเนื้อจะไม่แน่นปูดใหญ่เท่าปัจจุบัน แต่ตัวลีนไร้ไขมันหุ่นดีมาเสมอ สาวน้อยใหญ่เห็นเป็นอันต้องเข้ามาขายขนมจีบ แม้แต่สาวใหญ่ใจป้ำก็เสนอตัวขอเลี้ยงดู
อาจมีบ้างที่ลองผิดลองถูกตามวัยคึกคะนองอยากรู้อยากลอง ผ่านหญิงมานับไม่ถ้วนตามโอกาสที่ได้รับ กระทั่งได้คบหากับสาวน้อยข้างกายตอนเขาอายุยี่สิบเอ็ดโดยเธออายุสิบหกปี นายปฐวีคนนั้นก็ไม่เคยตอบรับความสัมพันธ์กับหญิงที่ไหนเลยแม้แต่คนเดียว ถึงจะฉาบฉวยแอบซ่อนก็ไม่มี
เขารักเดียวใจเดียว ซื่อสัตย์กับคนรักอย่างเธอเสมอมา คบหาดูใจกันมาถึงสี่ปี และมันคงนานกว่านี้หากไม่เกิดเรื่องที่ทำให้เราทั้งสองต้องแยกจาก
คนหนึ่งอยู่ในพื้นที่อิสระภายนอก ส่วนตัวเขาอยู่ในดินแดนที่ล้อมรอบไปด้วยกำแพงสูงตระหง่าน
ปีแรกยังได้เห็นหน้าคร่าตากันอยู่เสมอเพราะเธอเข้าไปหาเยี่ยมเยียนถึงที่ แต่แค่ปีเดียวเท่านั้นที่เขาได้รับกำลังใจจากคนรัก
แต่หลังจากนั้นอีกสองปี เขาก็แค่นักโทษไร้ญาติโดดเดี่ยว เพราะหญิงสาวเพียงคนเดียวที่เขามองเป็นครอบครัว หายไปอย่างไม่บอกกล่าว
