ตอนที่ 4 ไม่เคยเป็นเมีย
เสียงกุกกักในครัวทำเอาผู้ที่ตื่นทีหลังอย่างพยูเดินเข้าไปดู ปกติเธอจะตื่นหกโมงเช้าทุกวันเพื่อมาทำอาหารให้เจ้านายทาน
เสื้อผ้าของคุณภาคินเธอรีดใส่ตู้แขวนไว้อย่างเป็นระเบียบ ขึ้นอยู่กับผู้สวมใส่ว่าอยากหยิบตัวไหนไปใช้
หลังจากอีกคนออกไปทำงานเธอก็อยู่บ้านคนเดียว ปัดกวาดเช็ดถูทำนั่นทำนี่ ตกเย็นก็ไปตลาดแล้วเข้าครัวทำกับข้าวไว้รออีกที
จะว่าไปการเป็นแม่บ้านที่นี่โคตรดี เงินดี และได้รับการอยู่อาศัยที่ดี ไม่มีเจ้านายคอยจู้จี้จุกจิกเพราะคุณภาคินเป็นคนง่ายๆ
เธอก็ทำให้อีกฝ่ายไว้วางใจ รู้ใจว่าเจ้านายชอบแบบไหน ไม่ชอบแบบไหน
คุณภาคินไม่เคยว่าเลยหากทำงานเสร็จแล้วอยากงีบ หรืออยากทำอะไรก็ตามแต่ใจเธอ
ขอแค่บ้านสะอาด เช้าและเย็นมีอาหารให้ทาน เตรียมเสื้อผ้าไว้ให้ไปทำงาน งานมันมีแค่นี้จริงๆ ให้หาเจ้านายแบบนี้อีกกี่สิบชาติถึงจะเจอ
"ทำอะไรเหรอคะคุณน้ำหนึ่ง"
คนโดนทักสะดุ้งตกใจ หันไปมองคนด้านหลัง
"ตกใจหมดเลยพยู อย่าทักแรงนักสิ"
"พยูขอโทษค่ะ" คนอายุน้อยกว่ายกมือไหว้ขอโทษ "ว่าแต่คุณน้ำหนึ่งทำอะไรอยู่เหรอคะ"
"ก็ทำอาหารเช้าให้คุณคินไง"
พยูเดินเข้าไปดูใกล้ๆ มองของสดที่ถูกขนออกมาจากตู้เย็น ไม่ใช่เมนูข้าวต้มอย่างแน่นอนเพราะคนบ้านนี้ไม่โปรดเมนูสบายท้อง ก็จะทานอาหารหนักไปเลย
"คุณน้ำหนึ่งจะทำเมนูอะไรคะ"
"ว่าจะทำข้าวผัดน่ะ พยูเอาด้วยมั้ย" ถามไปด้วยแล้วลงมือเตรียมของสด พอเตรียมเสร็จก็จะได้ลงกระทะสะดวกมือ
"เอาๆ ค่ะ" คิดถึงฝีมือของคุณน้ำหนึ่งที่สุดเลย ตอนที่อีกฝ่ายมาอยู่ที่นี่เธอแทบไม่ได้เข้าครัวทำอาหาร เพราะคุณน้ำหนึ่งชอบทำกับข้าวมาก นานๆ ทีถึงได้เป็นผู้ช่วย
"ถ้าพยูมีอะไรทำก็ไปทำเถอะ ตรงนี้ฉันทำเอง" ไม่ต้องถามว่าสามีตัวเองชอบกินอะไรจากคนอื่น และไม่ต้องถามว่าเขาจะไปทำงานกี่โมง ก็คนมันเคยอยู่ด้วยกัน แค่เข้ามายืนอยู่ในบ้านนี้หลังนี้บรรยากาศทุกอย่างมันก็กลับมาเป็นอย่างเดิมแล้ว
"ค่าๆ งั้นพยูเอาผ้าไปซักก่อนนะคะ" บอกแล้วเดินออกจากครัว ปล่อยให้เมียเขาดูแลผัว ยิ่งสบายขึ้นไปอีกเมื่อเธอก็ได้กินด้วย
บางทีเธอก็คิดจนปวดหัวว่าแต่ละวันจะทำอะไรให้เจ้านายกิน คุณน้ำหนึ่งกลับมาก็ดี เอาเรื่องปวดหัวพวกนี้ไปจัดการสักที ส่วนเธอขอดูแลบ้านหลังใหญ่ ซักผ้า รีดผ้า ไม่ต้องใช้สมองคิดอะไรมากแค่นั้นจบ
@เวลาต่อมา
มือเรียวค่อยๆ บิดลูกบิดประตูห้องนอนที่คุ้นเคยเข้าไปอย่างเบามือ สอดส่องสายตามองหาเจ้าของห้องว่าเขายังนอนอยู่บนเตียงหรือเปล่า
ทว่าไม่มี แต่มีเสียงน้ำกระทบพื้นมาจากทางห้องน้ำ เขาคงกำลังอาบน้ำเตรียมตัวจะไปทำงาน
สมองก็สั่งการให้มือค่อยๆ ดันประตูเปิดเข้าไป แทรกตัวเองเข้าไปอย่างไวแล้วปิดลงด้วยความเบามือ ใจของหญิงสาวเต้นตึกตัก มันทั้งดีใจทั้งกลัว
สัมผัสแรกที่ได้รับรู้ก็คือ บรรยากาศในห้องนี้ บอกเลยว่าคิดถึงมาก กวาดตามองของทุกสิ่งอย่าง โต๊ะ ตู้ เตียง ยังอยู่มุมเก่า หากแต่มีสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นที่มันเปลี่ยนมุม
เดินเข้าไปใกล้เตียงนอนสีขาวสะอาดที่ถูกเจ้าของพับผ้าห่มเก็บอย่างเป็นระเบียบในฝั่งที่เขาเคยใช้นอน
เมื่อก่อนมีหมอนสองใบซึ่งเธอเป็นคนนอนอีกฝั่ง เตียงของเราไร้ซึ่งหมอนข้างเพราะเราใช้ร่างกายของกันและกันเพื่อโอบกอดทดแทน
หญิงสาวใจหายแปลกๆ เพราะเวลานี้มันกลับมีแค่หมอนหนุนใบเดียว และมีหมอนข้างเข้ามาเพิ่ม
แกร๊ก..
เสียงเปิดประตูห้องน้ำทำให้คนที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ หันไปมองอย่างรวดเร็ว สบตากับเจ้าของห้องที่มองมา ภาคินชะงักไปเมื่อพบว่ามีใครเข้ามาอยู่ในห้องของเขา
จากใบหน้าดูสบายๆ ในยามเช้าเพราะนอนเต็มอิ่ม ทั้งยังได้ความสดชื่นของน้ำกลับกลายเป็นฉายแววโกรธขึ้นมา
ภาคินปรี่เข้าไปจับล็อกสองแขนเรียวแล้วกระชากเข้ามาถามด้วยความไม่พอใจ
"เข้ามาทำไม!"
"คะ..คุณคิน หนึ่งเจ็บค่ะ" คนถูกบีบแขนด้วยความแรงอย่างน้ำหนึ่งเบ้หน้า มือของเขาใหญ่มาก และกำลังของเขาก็ไม่ต่างจากคีมคีบดีๆ นี่เอง
"ฉันถามว่าเข้ามาทำไม!" ภาคินไม่สนว่าใครจะเจ็บปวดสักเท่าไหร่ น้ำหนึ่งควรกลับไปตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วไม่ใช่เหรอ แล้วใครอนุญาตให้เธอเข้ามาที่นี่ได้!
"พยู!" ภาคินเรียกหาแม่บ้านอายุน้อยเสียงลั่นบ้าน
"ยะ..อย่าไปว่าพยูเลยนะคะ พยูไม่รู้เรื่องด้วย หนึ่งปีนรั้วเข้ามาเองค่ะ" รีบออกหน้ารับแทนพยูอย่างที่ตกลงกันไว้ เธอเข้ามาเอง ไม่ประสงค์ให้คนอื่นเดือดร้อนด้วยในเมื่อรู้แล้วว่าเจ้าของบ้านไม่ต้อนรับ
คนตัวเล็กถูกผลักออกให้ห่างจนร่างบอบบางฟุบลงไปที่พื้น ก้นกระแทกจ้ำเบ้า มันเจ็บจนเบ้หน้าออกมา
ทำใจดีสู้เสือค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ แล้วเขยิบเข้าไปหาเขา ใจกล้ายกมือขึ้นเพื่อจะสัมผัสแขน แต่คนรู้ตัวกลับเดินออกห่างแถมยังมองแรงกลับมา
น้ำหนึ่งพยักหน้า เมื่อก่อนเคยเป็นเมียรัก แต่ตอนนี้คงเป็นเมียชังไปแล้วเธอเข้าใจ
"กลับไปซะ! อย่ามายุ่งกับฉัน" ภาคินเอ่ยสั้นๆ อย่างพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองแล้วเดินไปแต่งตัว ทว่าเอวสอบกลับถูกสวมกอดจากทางด้านหลังทำให้เขาเดินต่อไปไม่ไหว
"หนึ่งไม่กลับได้ไหมคะ หนึ่งคิดถึงคุณค่ะคุณคิน ขอหนึ่งกลับมาอยู่ด้วยนะคะ อย่าไล่หนึ่งเลยนะ" เธอสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะกลับมาทำหน้าที่เมียของเขาไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ไม่ว่าไล่ยังไงก็จะไม่ไป เอาช้างมาลากเธอก็จะนอนอยู่ตรงนี้
ภาคินรีบแกะแขนเรียวออกทันที เกิดการยื้อยุดกันไปมาเพราะน้ำหนึ่งไม่ยอมถอดกอดออกจากสามี แต่ท้ายที่สุดคนตัวเล็กก็ต้องพ่ายแพ้ให้แก่เขาจนได้เพราะอีกฝ่ายแรงเยอะกว่า
"อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ"
น้ำหนึ่งส่ายหน้า "ยังไงหนึ่งก็เป็นเมียคุณ คุณอย่าไล่หนึ่งเลยนะคะ" มารยาผู้หญิงต้องมา ว่ากันว่าผู้ชายแพ้น้ำตารีบบีบมันออกมาให้เยอะที่สุด
รู้แหละว่าเขายังโกรธ จะพูดอะไรก็พูดเถอะ แต่เขาหนีความจริงไม่ได้อยู่ดีว่าเราแต่งงานกันแล้ว ไม่ว่าเราจะอยู่กันได้กี่วัน แต่หลังแต่งงานเธอก็คือเมียของเขาอยู่ดี
"หึ เมีย?" ภาคินแสยะยิ้มออกมา ช่างหน้าตลกสิ้นดี แต่โทษทีเขาไม่ได้โง่!
"ฉันไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับเธอจำไม่ได้เหรอ เพราะฉะนั้นเธอไม่เคยเป็นเมียฉันเลยนะ เธอก็แค่คนที่มาหลอกแต่งงานเอาเงินสินสอดฉันไป" โทษทีขนขาเขาไม่ร่วง แต่มันโคตรเจ็บใจ!
เราแต่งงานกันไปแค่เดือนเดียว ยัยผู้หญิงคนนี้ก็รีบหอบสินสอดวิ่งแจ้นกลับบ้านจะให้เขาว่าไงล่ะ
น้ำหนึ่งยืนอึ้งเมื่อเขาเข้าใจแบบนั้น
"มะ..ไม่ใช่นะคะ คุณเข้าใจผิด" อะไรกันเนี่ย ใครบอกเขาแบบนั้น หรือว่า..
แม่ย่าเธอแน่นอน!
ให้บอกความจริงว่าแม่เขาไม่ชอบเธองี้ ท่านไล่เธอทุกครั้งเวลาเขาไม่อยู่บ้าน
แบบนี้มันจะเป็นการใส่ร้ายคนตายโดยที่ไม่มีหลักฐานหรือเปล่า แล้วนั่นแม่เขาแท้ๆ สายเลือดเดียวกัน แต่กับเธอเพิ่งมาเจอกันตอนโต เขาจะเชื่อใครกันถ้าไม่เชื่อแม่
ถ้าเธอบอกว่าแม่เขานั่นแหละต้นเหตุให้เธอทนอยู่ไม่ไหว แล้วสองแม่ลูกจะเป็นยังไง เขาจะยอมผิดใจกับแม่แล้วเลือกเธอ? พาเธอไปอยู่ที่อื่นแล้วทิ้งแม่แก่ๆ ไว้กับคนใช้
ไม่แน่นอน เขาไม่ทำแบบนั้นชัวร์ ก็นั่นแม่เขา และเขาคือลูกชายคนเดียว เขาคงไม่เลือกเธอมากไปกว่าแม่บังเกิดเกล้า น้ำหนึ่งจึงยอมยกธงขาวเดินออกมาเอง
ยอมตกเป็นจำเลยให้สามีสุดที่รักเข้าใจผิด ยอมให้แม่ลูกเขาดีกันต่อไปแล้วเป็นฝ่ายโดนตราหน้า
"งั้นเราไปจดทะเบียนสมรสกันดีไหมคะ" น้ำหนึ่งรีบเคลียร์น้ำตาแล้วยิ้มออกมา
"หึ ฝันเหรอ พอเงินหมดรีบวิ่งแจ้นกลับมาชวนไปจดทะเบียนสมรสมันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ"
"ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ ไม่ใช่เงินหมด เงินอยู่ที่.."
"ฉันไม่อยากฟัง แล้วก็ไสหัวออกไปได้แล้ว ไม่ใช่แค่ออกจากห้องนะ แต่ออกจากบ้าน อย่ามาทำตัวหน้าด้านแถวนี้!" ไม่ว่าเปล่าจับน้ำหนึ่งผลักออกไปด้านนอกห้องนอนด้วยความหงุดหงิดแล้วปิดประตูดังปัง!
น้ำหนึ่งได้ยินเสียงล็อกจากทางด้านหลังบ่งบอกว่าเขาไม่ต้องการให้เธอเข้าไปรบกวน
ไม่รู้จะปลอบใจตัวเองกับประโยคไหนก่อนดี ที่เขาไล่หนี ยังไม่เจ็บเท่าบอกเธอไม่เคยเป็นเมีย มันไม่ใช่แค่เขาโกรธ แต่เกลียดเข้ากระดูกดำเลยแหละ
แล้วแม่ย่า..แสบจริงๆ เป่าหูลูกชายว่าเธอมาหลอกแต่งงานเพื่อหิ้วสินสอดกลับบ้าน ก็ว่าอยู่ทำไมเขาไม่ต้อนรับขนาดนั้น
ความจริงสินสอดเธอให้แม่เขากลับ ไม่งั้นกลับไปจะได้ขายของงกๆ หาเลี้ยงพ่อแม่เหรอ
