ตอนที่ 3 ปัญหาแม่ผัวกับลูกสะใภ้
'กลับมาทำไม'
คนที่กำลังนอนสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก สายตามองหานาฬิกาพบว่าตอนนี้เป็นเวลาตีสอง แต่ที่เธอตื่นเพราะเมื่อกี้ได้ยินเสียงผู้หญิงแก่ๆ พูด สายตาเมียงมองหาไปรอบๆ ห้อง ฝ่าความมืดจนไปหยุดชะงักอยู่ตรงหน้าต่าง
"ว้ายคุณแม่!" น้ำหนึ่งหลับตาปี๋ สองมือยกขึ้นไหว้ด้วยท่าทางลนลาน ก่อนจะมุดหัวกลับเข้าไปซ่อนในผ้าห่มด้วยความกลัว ไม่วายยังได้ยินเสียงท่านดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
'กลับมาทำไม'
'กลับมาทำไม'
'กลับมาทำไม!'
"ว้าย!"
คนตัวเล็กสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมหัวใจที่เต้นระรัว เหงื่อผุดตามกรอบของใบหน้าและลำคอ มือชื้นเหงื่อ สายตาล่อกแล่กมองซ้ายมองขวา ก่อนจะนิ่งเมื่อพบว่าตัวเองฝัน มองหานาฬิกาตอนนี้เป็นเวลาตีห้า ถอนหายใจออกมาอย่างโล่ง
ไม่ใช่ตีสอง!
อะไรกัน ฝันเป็นตุเป็นตะ แถมยังเป็นฝันซ้อนฝันอีกต่างหากเธอไม่เคยเจอ
ยกมือปาดเหงื่อที่ซึมออกมาตามกรอบหน้า ทั้งที่ห้องก็ไม่ได้ร้อนออกจะหนาวด้วยซ้ำ
เอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าสะพายข้างมาควานหายาดมหลอดสีเขียวมาดมให้ชื่นปอด นั่งสูดเอาอยู่นานจนความกังวลค่อยๆ คลายลงไป มานั่งนึกๆ ดูถึงอดีตที่เคยเกิดขึ้นในบ้านหลังนี้ก่อนจากไป
'เธอจะเอายังไงว่ามา' เสียงดังแว่วขึ้นมาจากทางด้านหลังขณะที่น้ำหนึ่งกำลังทำอาหารเย็นในครัวรอสามีกลับมาทานด้วยกัน หญิงสาววางของทั้งหมดลงแล้วหันมาคุยกับเจ้าของบ้านเมื่อได้ยินแบบนั้น
'คุณแม่หมายถึงอะไรคะ' น้ำหนึ่งทำไม่รู้ไม่ชี้ทั้งที่รู้ รู้จากพฤติกรรมที่ท่านมักแสดงออกว่าไม่ชอบเธอ ไม่อยากให้เธออยู่ที่นี่เต็มทน
'เธอก็น่าจะรู้อยู่นะถึงฉันไม่พูด'
'รู้ว่าความจริงแล้วคุณแม่ไม่อยากให้ลูกชายมีเมียใช่ไหมคะ'
'ใช่! แต่ฉันขัดตาคินไม่ได้ เพราะฉันมีลูกชายคนเดียว'
'ยังไงเราก็แต่งงานกันแล้วนะคะ คุณแม่คงไม่ใจร้ายไล่หนึ่งออกจากบ้านหลังนี้หรอกใช่ไหมคะ หนึ่งดูแลคุณแม่ได้ ดูแลเหมือนแม่หนึ่งแท้ๆ เลยค่ะ'
'ไม่ต้องมาดูแลฉัน ฉันดูแลตัวเองได้ เพราะฉะนั้นเธอรีบไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว'
'ใจร้ายจังเลยนะคะ แต่ถ้าจะให้หนึ่งไปจริงๆ แบบนั้นหนึ่งคงต้องคุยกับคุณคินก่อนว่าคุณแม่ไม่อยากให้หนึ่งอยู่ด้วย'
'ไม่จำเป็นต้องคุย ลูกฉัน ฉันจะบอกตาคินเองว่าเธอไม่สะดวกอยู่ที่นี่'
'แบบนั้นคุณคินก็เข้าใจหนึ่งผิดแย่สิคะ เราไม่ได้ทะเลาะกัน รักกันมากด้วยซ้ำ แต่อยู่ดีๆ หนึ่งกลับต้องออกจากบ้าน' เล่ห์มาเล่ห์กลับ ในเมื่อท่านไม่คุยกับลูกชายแล้วมาดันหลังเธอให้ถอย เพราะฉะนั้นเธอจะเป็นฝ่ายบอกเขาเองว่าท่านไม่ชอบเธอ
'เธอจะพูดให้ตาคินเกลียดฉันงั้นเหรอ'
'แล้วทำไมหนึ่งต้องทำให้คุณคินไม่เข้าใจหนึ่งด้วยล่ะคะ' กลัวลูกชายโกรธตัวเองที่ไล่เมียเขาหนี แต่ไม่คิดว่าสามีเขาจะโกรธเมียหากเธอต้องขนเสื้อผ้าย้ายออกจากบ้านนี้ไปทั้งที่เราก็อยู่ด้วยกันมาดีๆ
'เพราะฉันไม่ให้เธออยู่ไง ฉันไม่อยากให้ตาคินรักใครนอกจากฉันทีนี้เข้าใจหรือยัง'
'แต่คุณแม่กำลังจะพรากผัวพรากเมียเขานะคะ มันบาป คุณแม่ไม่รู้เหรอคะ'
'ฉันไม่สน!'
น้ำหนึ่งมองหญิงชราที่นิสัยไม่ต่างจากเด็กสามขวบเอาแต่ใจตัวเองเมินหน้าไปทางอื่นอย่างไม่ยอม และดูท่าว่าหากเธอไม่ออกนับวันความรู้สึกเธอยิ่งแย่
'แล้วถ้าหนึ่งออกไปคุณแม่จะให้คุณคินมีเมียใหม่ไหมคะ' อยากรู้ว่าที่ออกอุบายไล่เธอกลับเพราะอยากหาเมียใหม่ให้ลูกชาย หรือท่านไม่อยากให้คุณภาคินมีเมียจริงๆ
'เธอจะยอมออก?' ทำไมคราวนี้ดูว่าง่าย
'ถ้าหนึ่งยอมออกไปคุณแม่ต้องรักษาสัญญานะคะว่าจะไม่หาเมียใหม่มาให้คุณคิน'
'แน่นอน' ภาพลูกชายมีเมียไม่เคยมีในหัว หลายๆ ครอบครัวคงอยากให้ลูกเป็นฝั่งเป็นฝา แต่เธอไม่ใช่
มันมาชัดเจนก็ตอนที่ลูกชายบอกจะแต่งงานกับแฟนคนแรก ภาคินยึดติดกับชีวิตคนอื่นมากเกินไปจนเธอเริ่มไม่ชอบ
'งั้นก็ได้ค่ะ หนึ่งออกไปก็ได้' น้ำหนึ่งตัดสินใจภายในไม่ถึงนาที และแม่สามีมองเธออย่างเหลือเชื่อ
'เธอพูดจริง?'
'ค่ะ' น้ำหนึ่งพยักหน้าหงึกๆ ถึงภายในใจกระตุกวูบก็ตาม แต่การอยู่ในบ้านของสามีที่มีแม่สามีไม่ชอบเราเป็นอย่างมากมันโคตรน่าอึดอัด และไม่สามารถบอกใครได้ด้วยเพราะกลัวปัญหาที่ตามมา
'ถือว่าเป็นค่าเสียเวลา ฉันจะให้เงินเธอก้อนหนึ่งแล้วกัน'
'หนึ่งไม่เอาหรอกค่ะคุณแม่ เอาเป็นว่าพรุ่งนี้หนึ่งจะรีบออกไปจากที่นี่ก็แล้วกันค่ะ แต่คุณแม่อย่าลืมรักษาสัญญาด้วยนะคะ'
เช้าวันถัดมา เธอรีบเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า โทรเรียกเจ๊นกมารับ อีกฝ่ายก็ถามหาเหตุผลรัวๆ
'หนึ่งจำเป็นเจ๊ แต่หนึ่งจะกลับมาแน่นอน' หันกลับไปมองบ้านโดยเฉพาะห้องนอนที่ใช้หลับนอนกับสามี น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง ก่อนจะขึ้นนั่งบนเบาะรถมอเตอร์ไซค์ให้พี่สาวขับออกไป
มือเรียวจุดธูปหนึ่งดอกแล้วยกขึ้นไหว้เหนือศีรษะ เธอยืนอยู่หน้ารูปของหญิงชราที่มีใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเล็กน้อย มีชาตะ มรณะอย่างชัดเจน
เพราะความฝันในตอนเช้ามืดทำให้เธอลืมไปว่าตัวเองยังไม่ได้บอกกล่าวเจ้าของบ้าน ถึงไม่รู้ว่าบอกแล้วมันจะดีขึ้นไหมก็ตาม แต่อยากคุยกับท่านให้เข้าใจ เธอมั่นใจว่าท่านยังอยู่ที่นี่ อยู่ดูแลลูกชายไม่ไปไหน
"คุณแม่ขาสวัสดีค่ะ เจอกันอีกแล้วนะคะ แต่คุณแม่มาได้น่ากลัวมากเลยค่ะ" หน้าเขียวปั๊ด!
"แซวค่า" น้ำหนึ่งอมยิ้มออกมาเล็กน้อย ไม่ว่าจะยังไงเธอก็ไม่ได้เกลียดท่านหรอก รับรู้ท่านก็คือแม่คนหนึ่งที่หวงลูกชายเท่านั้น
"หนึ่งต้องขออภัยที่เผลอพูดไม่ดีไปอย่างนั้นนะคะ ความจริงหนึ่งมีเรื่องอยากคุยด้วยค่ะ" น้ำหนึ่งมองสบตากับคนในรูปแววตาอ่อนลง เธอเห็นความสุขในแววตานั้น ถ้าจำไม่ผิดเสื้อตัวนี้ที่ใส่เห็นจะเป็นวันรับปริญญาของลูกชาย
"ที่มาเข้าฝันหนึ่งเมื่อกี้ หนึ่งรู้จุดประสงค์นะคะว่าคุณแม่ไม่อยากให้หนึ่งกลับมา แต่คุณแม่ตายไปแล้วนะคะ หนึ่งไม่อยากให้คุณแม่มีห่วงค่ะ เพราะคุณแม่เองก็มีทางที่ต้องไปเหมือนกัน ไม่ไปวันนี้ วันหน้ายังไงก็ต้องไปอยู่ดี ปล่อยวางเถอะค่ะ"
"ที่หนึ่งกลับมาไม่ใช่มีจุดประสงค์ไม่ดีต่อคุณคินนะคะ หนึ่งรักคุณคินจริงๆ หนึ่งอยากกลับมาอยู่กับคุณคิน อยากดูแลคุณคิน หนึ่งไม่อยากให้คุณคินเหงา ตรงนี้หนึ่งอยากให้คุณแม่เข้าใจด้วยค่ะ"
"หากคุณแม่ยังคงติดตามคุณคิน คุณแม่ก็พอจะรู้อยู่ใช่ไหมล่ะคะว่ามีบ้านหลังหนึ่งชอบมาชวนคุณคินไปกินข้าวที่นั่น เพราะอะไร? ก็เพราะอยากจับคุณคินให้แต่งงานกับลูกสาวเขาไงคะ"
"หากคุณแม่จำได้ถึงสัญญาที่ให้กับหนึ่งเอาไว้ว่าคุณแม่จะไม่ยอมให้คุณคินมีใคร คุณแม่ทำได้ดีมาตลอดเพราะหนึ่งก็แอบสืบอยู่เหมือนกัน แต่พอคุณแม่ตายไปแล้ว กลับมีผู้หญิงมายุ่มย่ามกับคุณคิน ทำให้หนึ่งอยู่เฉยไม่ได้อีกต่อไปค่ะ"
"ในเมื่อคุณแม่ทำหน้าที่ต่อไปไม่ได้แล้ว หนึ่งจำเป็นต้องกลับมาค่ะ คุณคินเป็นผัวหนึ่ง เพราะฉะนั้นจะกลายเป็นผัวใครไม่ได้"
"หนึ่งอยากให้คุณแม่ช่วยหนึ่งมากกว่า แทนที่จะมาตั้งกองรบกับหนึ่ง หนึ่งเชื่อว่าคุณคินรักคุณแม่มากกว่าหนึ่งแน่นอน"
"แต่หนึ่งไม่รู้ว่าหลังจากนี้แล้วคุณคินจะไปรักใครมากกว่าคุณแม่หรือเปล่า ดูว่าตอนที่คุณแม่ยังอยู่คุณคินไม่ยุ่งกับใคร แต่พอตายไปคุณคินก็ถูกบ้านนั้นเชิญไปกินข้าว แถมลูกชายคุณแม่ยังไม่ปฏิเสธที่จะไป"
"คุณแม่ชอบเธอคนนั้นเหรอคะ จะยอมให้คุณคินรักใครคนอื่นจริงๆ เหรอ แต่หนึ่งยอมไม่ได้หรอกค่ะ เพราะฉะนั้นเรามาดีกันน้า.. หนึ่งสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณคินรักใครมากกว่าคุณแม่แม้กระทั่งหนึ่ง หนึ่งยอมเป็นรองจากคุณแม่ และจะยอมเป็นรองคุณแม่เพียงคนเดียวค่ะ ถ้าคุณแม่เข้าใจทุกอย่างแล้วช่วยเป็นกำลังใจให้หนึ่งด้วยนะคะ"
"แล้วก็..คืนนี้อย่ามาหลอกหนึ่งเลยนะคะ คนที่คุณแม่ควรหลอก โน่นค่ะ ลูกสาวบ้านโน้น ถ้าเขาได้ดองกันเขาลืมคุณแม่แน่นอน เผลอๆ คุณคินอาจต้องย้ายไปอยู่ที่โน่น แต่ถ้าคุณแม่ช่วยหนึ่ง หนึ่งสัญญาว่าจะหมั่นทำบุญไปให้คุณแม่บ่อยๆ ค่ะ"
จบประโยคเธอปักธูปลงไปบนกระถางก่อนจะยกมือไหว้แล้วเดินออกมาด้านนอก ปฏิบัติการง้อผัวในสิ่งแรกที่จะทำในเช้านี้ก็คือเมนูแสนอร่อย
จากนั้นจะขึ้นไปปลุกสามีสุดที่รักไปทำงานด้วยจูบหวานๆ เหมือนเมื่อก่อน คุณคินต้องชอบแน่ๆ เลย
เขาน่ะชอบที่เธอเอาอกเอาใจ เขาชอบให้เมียแตะต้องร่างกายบ่อยๆ ชอบที่เราอยู่ใกล้ชิดกันตลอดเวลา
คุณคินเป็นคนคลั่งรักมาก ถึงแม้ต่อหน้าคนอื่นจะดูนิ่งๆ คงเพราะเป็นคนขี้อายด้วยแหละเลยไม่ค่อยแสดงออก
ส่วนเธอ..ไม่ค่อยอายหรอก ต่อหน้าคนอื่นแล้วยังไงถ้าเธออยากเอาใจผัว คุณคินก็ชอบซะด้วยสิที่เมียรู้งาน กอดหอมบีบนวด เขาหลงเธอสุดๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้นน้ำหนึ่งเดินเข้าครัวไปทำอาหาร แล้วเสร็จจะได้รีบขึ้นไปหาสามี
