ตอนที่ 5 เคยชอบไม่ได้แปลว่าตอนนี้ต้องชอบ
ภาคินมองตัวเองในกระจก รู้ว่าใบหน้าเขาไม่มีความสุขเลยตั้งแต่น้ำหนึ่งจากไป
เราคบกันได้ไม่นานด้วยซ้ำ แต่เขากลับอยากแต่งงานกับเธอ คนมันจะเป็นคู่กันบางทีไม่ต้องคิดเยอะ
ถามว่าทำไมเขาถึงตกหลุมรักเธอแทนไปรักลูกสาวคนมีเงิน ที่พ่อแม่มักมาประเคนให้ถึงบ้าน
น้ำหนึ่งขยันทำงาน ตั้งใจหาเงิน อีกอย่างเธอน่ารัก มีเสน่ห์ ที่เห็นจะตกหลุมพรางเข้าอย่างจังคงเพราะเธอพูดเก่ง พูดเป็น
ยิ่งได้มาคบกันเขารู้สึกว่านอกจากความสวยและความขยันที่น้ำหนึ่งมี เธอรู้จักเอาอกเอาใจเขาเป็น
เขาชอบที่เธอขี้อ้อน อ้อนจนไปไหนไม่รอด หลงเธอหนักจนต้องให้แม่ไปสู่ขอ อยากเป็นคนเดียวที่ได้มอง ไม่อยากให้น้ำหนึ่งมีน้ำเสียงหวานและส่งสายหวานเยิ้มแบบนี้ให้ใคร
แล้วก็แบบนี้ไง แต่งได้เดือนเดียวหิ้วเงินสินสอดกลับบ้าน
ตามไปทวงถาม ขอร้อง อ้อนวอนให้เธอกลับมา ไม่ใช่เขาเลยสักนิด ถ้าคนมันไม่อยากไปตั้งแต่ทีแรก เขาไม่ต้องทำแบบนั้นด้วยซ้ำ
ไม่ใช่ไม่เคยมีประสบการณ์ เคยมีแฟนมาก่อน
ตอนยังเป็นวัยรุ่น เขาและแฟนที่คบกัน พูดคุยกันไว้ว่าเรียนจบให้อะไรลงตัวสักพักแล้วเราจะแต่งงานกัน
พอเราทั้งคู่เรียนจบ เธอกลายเป็นครูสอนอยู่อีกหนึ่งจังหวัด ส่วนเขาต้องทำงานที่บ้าน ทำให้เราได้เจอกันน้อยลง
เขาเข้าใจ งั้นระหว่างที่ไม่ได้เจอกันขอคุยทุกวันได้ไหม ได้เห็นหน้าว่าอีกฝ่ายสุขสบายดีก็พอบรรเทาความคิดถึงลงไปได้บ้าง
ผ่านมาสามเดือนเท่านั้น จากคนที่เคยคุยทุกวันก็เริ่มแปรเปลี่ยนจนแทบไม่ได้คุยกัน อาทิตย์นึงจะมีสักสองถึงสามครั้งเท่านั้นที่ได้ยินเสียง
เธอบอกงานยุ่งมาก เขาเองก็ไม่งี่เง่าพยายามเข้าใจ แต่เงียบหายไปเป็นอาทิตย์ถึงโทรกลับไม่แปลกใจก็ยังไงอยู่
เขาเริ่มได้กลิ่นแปลกๆ พอจับสังเกตก็กลับมาเป็นปกติ พอวางใจก็กลับไปเป็นอย่างเก่าจนเขาหงุดหงิดเอง
กระทั่งเกือบปีเขาถึงได้มารู้ว่าแท้จริงเธอแอบคบกับคนที่สอนอยู่ในโรงเรียนเดียวกันตั้งแต่สมัยเรียน
ปากบอกว่าไม่มีเวลาอย่างนั้นอย่างนี้ แท้จริงมันใช้เวลาหมดไปกับคนอื่นแล้วไงถึงไม่มีเวลาให้เขา
เลิกเท่านั้น! เขาไม่นิยมเอาคนนอกใจมาทำเมีย
เสียใจไหม? แน่นอนเสียใจ แต่มันมีระยะเวลาให้เผื่อใจตั้งแต่เธอเริ่มไม่รับโทรศัพท์ กลายเป็นความโล่งมากกว่าที่ได้หลุดพ้นจากคนประเภทนี้สักที
เพราะผู้หญิงคนนั้นเลยทำให้เขาครองโสดมาจนถึงอายุสามสิบสี่ปี กระทั่งวันที่ได้รู้สึกบางอย่างกับน้ำหนึ่ง ก็เล่นโทรมาจีบเช้าเที่ยงเย็นใครจะไม่รู้
ไอ้เราก็เก๊กได้ไม่นานเพราะชอบเธอมากเหมือนกัน ภายในไม่กี่วันเขามองทะลุปรุโปร่งไปถึงอนาคต
น้ำหนึ่งก็อยู่หมู่บ้านข้างๆ เป็นแม่ค้าในตลาดสดที่เขาสามารถไปเจอได้ทุกวัน ถ้าว่ากันตามตรง หากน้ำหนึ่งเลิกขายของแล้วย้ายมาอยู่ด้วยกันเขายินดีมาก เมียคนเดียวเลี้ยงได้ จึงไม่ลังเลอีกต่อไป
เมียของเขาต้องได้อยู่อย่างสุขสบาย เขาจะรักและซื่อสัตย์กับน้ำหนึ่งเพียงคนเดียว
เรียกได้ว่ารักครั้งนี้เขาทุ่มเทสุดๆ เมื่อเธอตกลงปลงใจกับเขา เราโตๆ กันแล้ว ไม่ใช่แบบเด็กๆ เรื่องแต่งงานมันจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไปในเมื่อเขามีพร้อมในเรื่องทรัพย์สิน
แต่ทุ่มเทแล้วได้อะไร ในเมื่อคนไม่รักดีมันไม่อยากอยู่ด้วยแต่แรก ตั้งใจเข้ามาปอกลอกชัดๆ
กระป๋องแป้งที่อยู่ใกล้มือถูกปาเข้าใส่ผนังพร้อมกับความรู้สึกที่ถูกระบายออกไป
ผู้หญิงไม่รักดี! ทำไมผู้หญิงพวกนี้มันไม่ตายๆ ไปซะ! ทำไมถึงชอบเล่นกับหัวใจคนอื่นนัก มาหลอกให้รักแล้วก็จากไป
ภาคินนั่งปรับอารมณ์และความรู้สึกตัวเองอยู่นานมาก คิดจนหัวมันจะระเบิด แต่คนมีงานทุกวันย่อมแยกแยะเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานออกได้
เปิดตู้เสื้อผ้าหยิบอะไรได้ก็เอามาใส่ เขาไม่เคยไปทำงานสายเพราะต้องแวะซื้อกับข้าวไปให้ลูกน้องก่อนเริ่มงาน
ร่างกำยำเดินลงมาจากบนบ้านก็ได้ยินเสียงเรียกทันที
"สามีขา วันนี้มีเมนูข้าวผัดค่ะ"
ภาคินเงยหน้าขึ้นมอง คนที่เขาไล่ทำไมยังอยู่ หน้าด้านมาก ไล่แล้วยังไม่ไปอีก
"คุณน้ำหนึ่งเข้าครัวเองเลยค่า" สาวใช้อายุน้อยรีบเสริม เธอเฝ้ารอวันนี้มานานมาก วันที่เจ้านายของเธอทั้งสองกลับมาอยู่ด้วยกัน วันที่จะได้เห็นความสุขบนใบหน้าของคุณภาคินและคุณน้ำหนึ่ง
ภาคินเดินช้าๆ มายืนอยู่ข้างโต๊ะอาหาร มองเมนูที่เมื่อก่อนเขาเคยโปรดปรานถึงจะเป็นแค่ข้าวผัดหมูชิ้นใส่ไข่ธรรมดาก็ตาม
ทว่าหน้าตาที่ถูกตกแต่งบนจานและกลิ่นหอมกลับชวนรับประทานไม่ต่างจากร้านอาหาร ก่อนจะดึงสายตากลับมายังคนที่ยืนอยู่ข้างพยูต่อ
ยิ้ม ยิ้มราวกับว่าเขาไม่ได้ไล่ โคตรหน้ามึนสุดๆ
"เมื่อกี้ฉันพูดไม่ชัด?"
ประโยคของเขาทำให้ใบหน้าเปื้อนยิ้มของคนทั้งคู่ค่อยๆ หุบลง
พยูที่สัมผัสได้ถึงสถานการณ์ไม่ค่อยดีขยับถอยออกมานิดหน่อย ทว่ายังไม่ถึงสามก้าวกลับได้ยินประโยคอะไรบางอย่างจากปากเจ้านายเธอ
"พยูเอาไปเททิ้งให้หมด ฉันไม่อยากกิน"
สาวใช้ตาโต นี่ของโปรดคุณภาคินเลยนะ และนี่ก็ฝีมือของคุณน้ำหนึ่งเมียรักเลย
"ไม่ได้ยินที่ฉันพูด?"
"ดะ..ได้ยินค่า" พยูยังอึ้งไม่หาย ไม่คิดว่าเจ้านายจะให้ทำแบบนั้นจริงๆ ค่อยๆ เขยิบเข้าไปใกล้โต๊ะอาหาร มองเมนูที่น่าทานแล้วแอบกลืนน้ำลายลงคอเพราะความเสียดาย
ถ้าคุณภาคินไม่กินเธอเก็บไว้กินเองก็ได้ ไม่ทิ้งหรอก
"อย่าให้เห็นนะว่าแอบเอาไปซุกไว้ที่ไหน ไม่งั้นฉันไล่เธอออกแน่!"
"ห๋า? ทิ้งค่ะ ทิ้งๆๆ" พยูรีบปรี่เข้าไปจับจานข้าวผัดทันทีอย่างไม่คิดเสียดายสักนิด หากโดนไล่ออกจริงๆ แล้วจะไปอยู่ที่ไหนดี ก็ที่นี่ทั้งเงินดี ทั้งสบาย หากโดนไล่ออกจะเอาเงินที่ไหนส่งบ้าน
"พยูไม่ต้องเดี๋ยวฉันเก็บไว้กินเอง" เธอทำด้วยความตั้งใจ แต่ถ้าเขาไม่อยากกินเธอเก็บไว้กินเองก็ได้นี่นา ไม่เห็นต้องทิ้งให้เสียของเลย
พยูเงยหน้ามองเจ้าของบ้านว่าเอาไงดี ถ้าเขาสั่งอีกรอบเธอจะรีบเก็บไปอย่างไม่คิดชีวิต
"หนึ่งขอโทษนะคะคุณคิน พอดีหนึ่งไม่ทราบว่าคุณอยากทานอะไร ก็เลยคิดว่าทำเมนูที่คุณเคยชอบดีกว่าค่ะ" น้ำหนึ่งบอกพร้อมรอยยิ้มบางๆ ไม่ให้สถานการณ์มันย่ำแย่ ทำไมจะไม่รู้ว่าแท้จริงเขาเกลียดเพราะเป็นฝีมือเธอมากกว่า
"เคยชอบไม่ได้แปลว่าตอนนี้ฉันต้องชอบ"
อ๋อ อย่าบอกนะว่าเธอเข้าใจผิด เขาไม่ได้เกลียดฝีมือเธอ แต่เขาไม่ได้ชอบข้าวผัดแล้ว โล่งใจไปที
"งั้นเดี๋ยวเย็นนี้หนึ่งทำเมนูอื่นให้คุณกินนะคะ"
"ฉันบอกเหรอว่าเธอจะได้อยู่ที่นี่ ทำไมยังดื้อด้านอยู่อีก หรือต้องให้ฉันเอาตำรวจมาลากคอเธอออกไปจริงๆ"
เอาแล้ว พยูขอถอยออกไปก่อนแล้วกัน ผัวเมียเขากำลังมีเรื่องต้องสะสาง ค่อยๆ ก้าวถอยหลังออกไปห่างๆ จนหายลับไปจากตรงนี้
"คุณคิน.." น้ำหนึ่งเดินอ้อมไปยังอีกฝั่งที่สามียืนอยู่ สองมือเตรียมจะแตะแขนเขาแต่อีกฝ่ายสะบัดหนีแล้วเดินออกจากบ้าน
น้ำหนึ่งมองตามหลังตาละห้อย เขาทำเหมือนว่าเธอเป็นตัวเชื้อโรคน่ารังเกียจอย่างนั้นล่ะ
เข้าใจๆ มันยังใหม่อยู่ ยืนยันจะทุ่มสุดตัว ไม่ว่าจะอีกกี่สิบปีที่ต้องง้อผัวเธอก็จะทำ
