ตอนที่ 10 มึงยังโกรธเขาอยู่
@ตลาดสด
@ร้านน้ำเต้าหู้
"คุณคิน น้ำหนึ่งไม่มาด้วยเหรอจ๊ะ" ยิ้มหวานทักทายลูกค้าประจำ แล้วทำท่ามองหาน้ำหนึ่ง เมียอุตส่าห์กลับมาทั้งทีไม่เห็นพามาเดินตลาดด้วย
ภาคินส่ายหัว ไม่รู้จะถามถึงทำไมไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย
"เมื่อวานมันมากับนังพยูตอนเย็นน่ะ" แม่ค้าร้านส้มตำร้องบอก เพราะเธอขายของทั้งเช้าและเย็นทำให้เห็นผู้คนเทียวไปมา ส่วนแม่ค้าขายน้ำเต้าหู้ลงขายเวลาเดียวคือตอนเช้าไม่เห็นน้ำหนึ่งหรอก
"อ๋อ แบ่งเวลากันมานี่เอง ผัวเช้า เมียเย็น อิอิ"
"ผมเอาเหมือนเดิมนะครับ"
"ได้จ้ะ"
แม่ค้ารับปากแล้วภาคินจึงเดินไปดูอาหารพร้อมทานว่ามีเมนูอะไรบ้าง ก็เป็นของแห้งๆ เช่นเคย เมื่อวานซื้อหมูทอดไปแล้ว วันนี้คิดว่าจะซื้อปลาดุกย่างทาเกลือ
"เฮีย ผมเอาปลาดุกพร้อมข้าวเหนียวยี่สิบเอ็ดชุดนะ" เมื่อวานท้องอืดเป็นบ้า วันนี้ก็ต้องกินอีกเพราะพยูไม่เข้าครัว
ปิ่นโต? คิดเหรอว่าเขาจะกิน เอาไปเททิ้งให้หมากินเหอะ
"ได้เลย ว่าแต่น้ำหนึ่งไม่มาด้วยเหรอคุณ"
ภาคินถอนหายใจออกมาเบาๆ มันเป็นอะไรกันนักหนา เห็นหน้าเขาต้องถามหาผู้หญิงคนนั้น แล้วก็ไม่รู้จะกลับมาทำไมกัน กลับมาให้ข่าวกระฉ่อนทั่วหมู่บ้าน
"เปล่าครับ" ภาคินปฏิเสธอย่างสุภาพแล้วเขยิบออกไปยืนรอห่างๆ ให้คนอื่นมาเลือกซื้อบ้าง มองร้านกาแฟเย็นรู้สึกอยากได้ความสดชื่นขึ้นมา
"เดี๋ยวกลับมาเอานะเฮีย" ภาคินเดินไปร้านขายกาแฟที่มีสองสามีภรรยาช่วยกัน ราคาอยู่ที่แก้วละยี่สิบบาท
"กาแฟเย็นหวานน้อยแก้วนึงครับ"
"น้ำหนึ่งไม่มาด้วยเหรอพ่อหนุ่ม" หญิงชราเป็นฝ่ายถาม คนที่เทียวมาแวะพูดคุยก่อนกลับบ้านวันนี้ไม่เห็นหน้า
น้ำหนึ่งเป็นคนอัธยาศัยดีมาก เพราะความช่างพูดช่างจาทำให้สนิทสนมกับทุกคน
"ไม่มาครับ" บริจาคเงินให้ตลาดหรือไงกันทำไมมีแต่คนถามหา
"ได้แล้วจ้ะ ยี่สิบบาท"
ภาคินเปิดกระเป๋าสตางค์ควักแบงก์ยี่สิบออกมาแล้วรับแก้วพลาสติกมีหูหิ้วมาถือ เดินกลับไปที่ร้านขายปลาดุกย่าง มองของที่พ่อค้าเอามาวางไว้ให้ รวมทั้งน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋แม่ค้าก็นำมาวางไว้รวมกัน
"เท่าไหร่ครับ" ภาคินหันไปถามพ่อค้าขายปลาดุก
"แปดร้อยครับ"
ควักกระเป๋าตังค์จ่ายแบงก์พัน เก็บเงินทอนกลับลงในกระเป๋าแล้วเดินกลับไปที่รถ
"มาแล้วๆ" เสียงลูกน้องที่มารอเริ่มงานสะกิดกันให้ดูรถกระบะสีขาวของลูกชายเถ้าแก่ บางส่วนลุกไปถือของช่วยแล้วนำอาหารมาแจกจ่ายกันอย่างเช่นทุกวัน
ภาคินเดินลงจากรถมาคุยเรื่องงานกับหัวหน้าคนงานว่าวันนี้มีอะไรให้ทำ รวมทั้งเรื่องที่เขาไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านเมื่อวานเกี่ยวกับงานขุดคลอง
เสร็จเดินไปนั่งกินข้าว ปลาดุกย่างที่ซื้อมานั่นแหละ สองวันแล้วนะที่เขาต้องกินข้าวเหนียว
กินข้าวเสร็จเดินไปกดน้ำที่ตู้กดน้ำสำหรับบริการพนักงานและลูกค้ารวมทั้งตัวเขาเอง แก้วสเตนเลสเก็บความเย็นกดน้ำจนเต็มแล้วเดินเข้าออฟฟิศ
เปิดโทรศัพท์มือถือเผื่อมีใครติดต่อมา ดูดกาแฟเย็นร้านสองตายายไปด้วยแล้วเริ่มเคลียร์บัญชีของเมื่อวาน
ตกเย็นเขานัดกันดื่มกับเพื่อนที่ร้านคาราโอเกะ ไปถึงก็มีธนานั่งอยู่ก่อนแล้ว
เคยได้ยินว่าคนทำงานพวกนี้งานเยอะ แต่ยกเว้นมันหรือเปล่า เป็นอาจารย์คนเดียวที่งานไม่เยอะเหรอ
"ได้ยินข่าวว่าเมื่อคืนไปกินน้ำบ้านผู้ใหญ่บ้านมาเหรอ หวานมั้ย"
"กวนประสาท" ไม่รู้มั้งว่ามันหมายความว่ายังไง
"เอ้า ก็แค่ถามน้ำหวานมั้ย มึงคิดอะไร ลามกเปล่าเนี่ย" ธนาเอ่ยขำๆ
"คุยงาน ผู้ใหญ่เขาจะให้ขุดคลองท้ายหมู่บ้าน" กว่าจะได้คุยงานรู้เรื่องคือนาน มีแต่คนเมา ถ้าอยากได้งานเขาก็ใจเย็นแหละ
"จริงเปล่า" ธนาถามยิ้มๆ
"กูยังไม่ได้กิน" บอกอย่างรู้ทัน
"เหรอ แต่ดูท่าเขาอยากให้มึงกินลูกเขานะ"
"ข่าวถึงหูมึงไวดีนะ" อาของธนาก็เป็นผู้ใหญ่บ้านอีกหมู่หนึ่งเช่นกัน ไม่แปลกหากว่าฝ่ายนั้นจะเล่าให้หลานชายฟังบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ความลับอะไรขนาดนั้น
"ไม่ลองกินหน่อยเหรอ พยาบาลเชียวนะมึง"
"เห็นกูเป็นคนยังไง" หากไม่ใช่แฟนมีหรือที่เขาจะแตะต้องผู้หญิงคนไหน เขาไม่นิยมเอาไปเรื่อยแบบมัน หน้าตาดูใจบุญ เป็นคนอยู่ในศีลในธรรม แต่เบื้องหลังโคตรๆ
"กูลืมไป ได้ข่าวว่าเมียกลับมาแล้วนี่ มีเมียก็ต้องกินเมียสิถูกมั้ย"
ภาคินถอนหายใจออกมาเบาๆ ตั้งแต่เช้าจนเย็นก็ยังไม่พ้นเรื่องผู้หญิงคนนั้นอยู่ดี
"กูไม่ได้ขอให้กลับมานี่"
"มึงไม่ดีใจเหรอที่คุณน้ำหนึ่งกลับมา" ธนาขมวดคิ้ว
"ทำไมกูต้องดีใจ มันจบไปตั้งแต่ที่เขาเดินออกจากบ้านกูแล้ว" ไม่มีประโยชน์ที่เขาต้องใส่อารมณ์กับคนอื่นยามพูดคุย เพราะไม่ใช่ตัวปัญหา
โน่น ตัวปัญหาอยู่บ้านโน่น มั่นใจว่ายังไม่กลับแน่นอน
"ทั้งที่มึงรู้ปัญหาน่ะเหรอว่าแม่มึงเป็นฝ่ายไม่ชอบเมียมึงน่ะ"
ภาคินพยักหน้าเบาๆ เขารู้ตั้งนานแล้ว รู้ตั้งแต่ก่อนแต่ง เขารู้ว่าแม่ไม่ชอบน้ำหนึ่ง ความจริงไม่อยากให้เขามีเมียด้วยซ้ำ แต่ถ้าวันนั้นเธอเดินมาบอกตรงๆ คิดว่าคงมีทางออกที่ดีกว่านี้
เขารู้ว่าเมื่อเช้าน้ำหนึ่งพยายามจะบอกอะไร แต่บอกตอนนี้ทันไหม ปล่อยให้เขาจัดการกับความรู้สึกตัวเองเป็นปีๆ ตอนนี้เขาไม่อยากอะไรกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว
ในเมื่อเลือกเดินออกไปเองแล้วทำไมต้องกลับมา เขาต้องเห็นใจคนที่เลือกทิ้งเขาไปเหรอวะ
"ไม่ลองให้โอกาสหน่อยเหรอ กูคิดว่าที่เขากลับมาเพราะยังรักมึงนะ และไม่แน่ก็คงรักมาตลอด ไม่งั้นมีผัวใหม่ไปแล้ว มึงก็รู้ว่าคุณน้ำหนึ่งน่ะฮอตมาก มีหนุ่มๆ มาขายขนมจีบไม่เว้นวัน" แต่น้ำหนึ่งไม่แม้แต่ตกลงปลงใจเหมือนอย่างเพื่อนของเขา ถึงขนาดโทรมาจีบแถมยังได้แต่งงาน
"เงินหมดสิไม่ว่า" แว่วๆ เข้าหูอยู่ว่ามีคนมาจีบเธอ หลังจากนั้นเขาไม่ได้สนใจว่าใครจะเป็นยังไง ไม่อยากรับรู้ ทำงานกลับบ้านนอน
"เธอกลับมาคุยเรื่องเงินกับมึงเหรอ"
"เปล่า" ไม่คุยเขาก็พอเดาได้ เป็นเมียเขามันสบายไปทั้งชาติไง
"ลองเปิดใจหน่อยดีไหม กูคิดว่าคุณน้ำหนึ่งอาจจะรู้สึกผิดจริงๆ มึงก็ยังรักเธอนี่" ไม่งั้นภาคินคงมีเมียใหม่ไปแล้ว
"กูไม่ได้รัก"
"เคยรักก็ได้อะ"
"นั่นอดีต"
"เคๆ เข้าใจๆ ไอ้ดนย์มาแล้ว" พยักพเยิดหน้าไปยังร่างสูงโปร่ง ธีรดนย์เป็นปลัดทำงานอยู่ที่ตัวอำเภอ
"ทางนี้" ธนายกมือเรียก ร้านนี้ไม่ใหญ่มาก มีไม่กี่โต๊ะ ก็ร้านคาราโอเกะในหมู่บ้านธรรมดาๆ พวกวัยรุ่นเขาไปเที่ยวผับกันหมด ส่วนพวกเขาเริ่มปลงมานั่งดื่มชิลๆ
"มานานยัง"
"สักพักแล้ว ทำไมดูรีบๆ"
"เพิ่งเลิกประชุมสิ ได้ข่าวเมียมึงกลับมาแล้วเหรอคิน" ตอบธนาก่อนหันไปถามภาคิน
คนถูกถามทำหน้าเหนื่อยหน่าย ไอ้นี่อีกคน ปากบอกประชุมแล้วเอาเวลาที่ไหนมารู้ข่าวเขา
"เล่าเลยอย่าเงียบ" ธีรดนย์นั่งแหมะลงก่อนจะรับแก้วเหล้าที่ธนาชงยื่นมาให้เขา รีบกระดกลงคอเอาความสดชื่นเข้าล้างความเหนื่อยล้าจากงาน
"กลับมาแล้วยังไง ทำไมกูต้องสน" ใครจะสนก็สนไปแต่ไม่ใช่เขา บอกมันทั้งสองคนให้เข้าใจจะได้ไม่ต้องพูดเรื่องนี้อีก ให้มันจบแค่วันนี้
ตอนจากไปโคตรง่าย พอกลับมาคิดว่าจะง่ายงั้นเหรอ เอาสมองส่วนไหนคิด!
"มึงยังโกรธเขาอยู่?"
"เกลียด" ภาคินเอ่ยออกมาตรงๆ
"ขนาดนั้นเลย"
"ลองมึงโดนบ้างสิ"
คราวนี้ธีรดนย์เงียบ หากเขาเจอแบบภาคินมันก็ต้องตายกันไปข้างล่ะ
"ถ้าคุณน้ำหนึ่งแก้ผ้าง้อ คิดว่าจะใจอ่อนมั้ย" ธนาลองถามขึ้น อันนี้อยากรู้เป็นการส่วนตัว
ภาคินส่ายหัว อย่าหวังเลย ไม่แจ้งตำรวจมาจับก็บุญ
"ไม่เลยเหรอวะ"
"ทำไมกูต้องใจอ่อนล่ะ กูไม่ยอมกลับมามีอะไรกับคนที่ทิ้งกูไปหรอกนะ"
"แล้วถ้าเขาอมหัวให้มึงล่ะ" ธนาถามยิ้มๆ เรื่องแบบนี้ว่าไม่ได้นะ ของชอบผู้ชายเราซะด้วยสิ กดหัวนิด อมลึกหน่อย ก็ยอมอ่อนข้อให้แล้ว
"ต่อให้อมตีนกูก็ไม่ให้อภัย!"
