ตอนที่ 3 - 1
ชายหนุ่มในเครื่องแบบ
ความเงียบงันที่น่าอึดอัดปกคลุมลานตากข้าวประจำหมู่บ้าน หลังจากที่ฟางซินเยว่กระชากหน้ากากเปิดโปงว่าสมุนไพรในห่อผ้าเป็นเพียงของปลอมที่ถูกย้อมสี หัวหน้าหวังและสวี่เมิ่งเจียวต่างหน้าซีดเผือด ไร้คำพูดใดๆ จะมาแก้ต่างให้ตัวเองได้ทันท่วงที ชาวบ้านที่เคยด่าทอฟางซินเยว่อย่างสาดเสียเทเสียเริ่มหันมามองหน้ากันด้วยความสับสนและคลางแคลงใจ
ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด กลับมีรถวิ่งเข้ามาในหมู่บ้าน
ปรี๊น! ปรี๊น!
เสียงแตรและเสียงคำรามของเครื่องยนต์รถจี๊ปทหารดังแหวกความมืดมิดของยามราตรีมาแต่ไกล แสงไฟหน้ารถสาดกระทบต้นไม้ข้างทางก่อนจะพุ่งตรงเข้ามายังลานตากข้าว รถจี๊ปสีเขียวขี้ม้าคันใหญ่จอดสนิทลงอย่างดุดัน บานประตูถูกผลักออก พร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มชายฉกรรจ์ในเครื่องแบบสีกากีอมเขียวของเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำอำเภอ
ผู้ที่ก้าวลงมาจากที่นั่งข้างคนขับคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำยำ เขาสวมเครื่องแบบตำรวจยุค 80 ที่รีดจนเรียบกริบ หมวกทรงหม้อตาลประดับตราสัญลักษณ์ดาวแดงถูกสวมทับบนเรือนผมสีดำสนิท ใบหน้าของเขาหล่อเหลาคมคายราวกับรูปสลัก ทว่ากลับแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายอันตรายและเย็นเยียบ นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นคมกริบดุจพญาอินทรีที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ เพียงแค่เขากวาดสายตามอง ชาวบ้านที่ยืนมุงอยู่ก็แทบจะกลั้นหายใจและแหวกทางให้โดยอัตโนมัติ
เขาคือหลี่เจิงถิงผู้กองหนุ่มมือปราบผู้เลื่องชื่อแห่งสถานีตำรวจประจำอำเภอ!
เมื่อสวี่เมิ่งเจียวเห็นว่าใครคือผู้มาเยือน ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับประกายความตื่นเต้นที่ซ่อนอยู่มิดชิด ผู้กองหลี่! ชายหนุ่มผู้มีภูมิหลังไม่ธรรมดาและเป็นอนาคตผู้ทรงอิทธิพลในนิยายเรื่องนี้ ผู้ชายที่เธอหมายปองและตั้งใจจะแย่งชิงมาจากนางเอกต้นฉบับให้จงได้!
สวี่เมิ่งเจียวรีบปรับสีหน้าทันที เธอใช้หลังมือปาดน้ำตาที่หางตาอย่างมีจริต ก้าวออกไปข้างหน้าด้วยท่าทีของหญิงสาวที่อ่อนแอแต่พยายามเข้มแข็ง
"ผู้กองหลี่คะ คุณมาพอดีเลยค่ะ" เสียงหวานใสเจือสะอื้นของเธอดังขึ้น เรียกความสนใจจากทุกคน "เกิดเรื่องใหญ่ในหมู่บ้านของเราค่ะ มีการลักลอบขโมยสมุนไพรหลวงของส่วนรวม ฉันกับหัวหน้าหวังพยายามจะเจรจาให้ผู้กระทำผิดยอมมอบตัวเพื่อจะได้ลดโทษ แต่... แต่ซินเยว่เธอกลับไม่ยอมรับ แถมยังกุเรื่องว่าสมุนไพรพวกนี้เป็นของปลอมเพื่อปัดความรับผิดชอบอีกค่ะ"
คำพูดของสวี่เมิ่งเจียวช่างแนบเนียน เธอชิงจังหวะเล่าเรื่องก่อนเพื่อตีกรอบให้หลี่เจิงถิงเข้าใจว่าฟางซินเยว่คือคนผิดที่กำลังดิ้นรนหนีความจริง
หัวหน้าหวังที่เพิ่งตั้งสติได้รีบพยักหน้าหงึกหงักสนับสนุน
"ช... ใช่ครับผู้กอง! นังเด็กนี่มันขโมยของส่วนรวม พอถูกจับได้คาหนังคาเขาพร้อมของกลางที่ซ่อนอยู่หลังกระท่อม มันก็ใช้วาจาพลิกลิ้นหาว่าผมจัดฉากใส่ร้ายมัน ผู้กองต้องให้ความเป็นธรรมกับหมู่บ้านของเรานะครับ!"
หลี่เจิงถิงหยุดยืนอยู่ใจกลางลาน สายตาคมกริบกวาดมองห่อสมุนไพรบนพื้น ก่อนจะตวัดขึ้นมองเด็กสาวร่างผอมบางที่ยืนอยู่ไม่ไกล
ตามสัญชาตญาณของตำรวจที่ผ่านคดีมานับไม่ถ้วน หากผู้ต้องหาถูกจับได้พร้อมของกลางและถูกรุมประณามเช่นนี้ ย่อมต้องมีอาการหวาดกลัว ลุกลี้ลุกลน หรือร้องไห้ฟูมฟาย ทว่าเด็กสาวแซ่ฟางตรงหน้ากลับยืนนิ่ง แผ่นหลังตั้งตรง ใบหน้าซูบซีดนั้นเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น ดวงตาหงส์คู่นั้นไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ซ้ำยังแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด
"คุณคือ ฟางซินเยว่?" หลี่เจิงถิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจ
"ใช่ค่ะ ผู้กอง" ฟางซินเยว่ตอบกลับเสียงเรียบ ไม่หลบสายตาเขา
"สหายสวี่และหัวหน้าหมู่บ้านกล่าวหาว่าคุณขโมยทรัพย์สินส่วนรวม คุณมีอะไรจะแก้ตัวไหม"
ฟางซินเยว่เหยียดยิ้มบางๆ "แก้ตัว? คำนั้นเอาไว้ใช้กับคนที่ทำผิดค่ะผู้กอง สิ่งที่ฉันจะพูดคือความจริงต่างหาก"
