ตอนที่ 1 - 2
และเมื่อคืนนี้เอง ฟางซินเยว่คนเดิมเพิ่งถูกสวี่เมิ่งเจียวจัดฉากใส่ร้ายว่าผลักเธอตกน้ำ ชาวบ้านที่หลงเชื่อน้ำตาของดอกบัวขาวต่างพากันรุมด่าทอและทุบตีฟางซินเยว่จนบอบช้ำไปทั้งตัว ร่างกายที่ขาดสารอาหารประกอบกับความบอบช้ำทางจิตใจอย่างแสนสาหัส ทำให้เด็กสาววัยสิบเก้าปีสิ้นใจอย่างโดดเดี่ยวในกระท่อมร้างท้ายหมู่บ้านอย่างน่าอนาถ
ฟางซินเยว่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นในความมืด ดวงตาหงส์ที่เคยอ่อนล้าบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก
เธอคือหมอ หน้าที่ของเธอคือการยื้อแย่งชีวิตจากพญามัจจุราช เธอไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา และยิ่งเกลียดชังพวกปรสิตที่สูบเลือดสูบเนื้อคนอื่นเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง
"ในเมื่อสวรรค์ส่งฉันมาอยู่ในร่างนี้ ฉันก็จะถือว่านี่คือชีวิตของฉัน" เสียงแหบพร่าดังเล็ดลอดออกจากริมฝีปากที่แห้งแตกเป็นขุย ฟางซินเยว่ยกมือขวาที่ผอมแห้งจนเห็นกระดูกขึ้นมามอง นิ้วมือนี้เคยจับมีดผ่าตัดได้อย่างมั่นคง บัดนี้เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและรอยด้านจากการตรากตรำทำงานหนัก
เธอใช้ปลายนิ้วสามนิ้วแตะลงบนจุดชีพจรที่ข้อมือซ้ายของตัวเองตามสัญชาตญาณแพทย์แผนจีน ชีพจรเต้นอ่อนและติดขัด บ่งบอกถึงภาวะเลือดลมพร่องอย่างรุนแรง ขาดสารอาหารเรื้อรัง และมีรอยฟกช้ำภายในจากการถูกทุบตี
"อ่อนแอเกินไป" เธอพึมพำกับตัวเอง
"แต่ก็ยังพอรักษาได้"
มุมปากของศัลยแพทย์สาวกระตุกยิ้มเยาะเย้ย สวี่เมิ่งเจียว คิดว่ารู้พล็อตเรื่องนิยายแล้วจะสามารถพลิกฟ้าคว่ำสมุทร เป็นผู้กำกับชะตาชีวิตคนอื่นได้อย่างนั้นหรือ?
การขโมยบทนางเอกไป มันง่ายกว่าการแสดงให้สมบทบาทเยอะ สวี่เมิ่งเจียวอาจจะมีโชคจากการรู้สปอยล์ แต่สิ่งหนึ่งที่คนทะลุมิติจอมปลอมอย่างหล่อนไม่มีวันขโมยไปได้ คือสมองและ ความรู้ที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณของฟางซินเยว่ตัวจริง!
ชาติที่แล้วเธอสร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยสองมือและความบ้าคลั่งในการทำงาน ชาตินี้เธอจะยอมให้ดอกบัวขาวจอมปลอมมาเหยียบย่ำได้อย่างไร?
ตำแหน่งนางเอกงี่เง่านั่น เธอไม่สนหรอกว่าใครจะเอาไป แต่หนี้เลือด หนี้แค้น และความอยุติธรรมทั้งหมดที่ร่างนี้ได้รับ เธอจะทวงคืนให้ครบทุกเม็ด!
"หลับให้สบายเถอะ ฟางซินเยว่" เธอหลับตาลงชั่วครู่ เอ่ยคำปฏิญาณกับเศษเสี้ยววิญญาณที่อาจยังหลงเหลืออยู่
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะใช้ชีวิตในชื่อของเธอ ใครที่มันเหยียบย่ำเธอ ฉันจะจับมันมาหักกระดูกและเลาะเส้นเอ็นด้วยมือคู่นี้เอง"
ทันทีที่สิ้นคำปฏิญาณ ความรู้สึกอึดอัดหนักอึ้งในอกก็พลันมลายหายไปราวกับวิญญาณดวงเดิมได้รับรู้และยอมปล่อยวางอย่างสงบ
ฟางซินเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอับชื้นของกระท่อมไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกแย่อีกต่อไป เธอพยุงร่างกายที่ปวดร้าวลุกขึ้นนั่งบนเตียงไม้กระดาน สิ่งแรกที่ต้องทำคือการหาน้ำดื่มและประเมินสถานการณ์รอบตัว
ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้ก้าวขาลงจากเตียง เสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากก็ดังกระหึ่มขึ้นที่หน้ากระท่อม พร้อมกับแสงคบเพลิงที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานแตก
"ฟางซินเยว่! นังคนหน้าด้าน ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!"
เสียงตวาดกร้าวของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นทะลุประตู "อย่าคิดว่าหลบอยู่ในนั้นแล้วจะรอดตัวไปได้! กล้าดีนักนะที่ลอบเข้าไปขโมยสมุนไพรในคลังยาของหมู่บ้าน!"
"พังประตูเข้าไปเลย! นังเด็กนี่มันเหลือขอจริงๆ เมื่อวานก็เพิ่งผลักสวี่เมิ่งเจียวตกน้ำ วันนี้ยังกล้าขโมยสมบัติของส่วนรวมอีก ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ!" เสียงผู้ชายอีกคนตะโกนเสริมอย่างเดือดดาล
"ฮึก... ทุกคนคะ อย่าทำอะไรรุนแรงกับเสี่ยวเยว่เลยนะคะ เธอคงไม่ได้ตั้งใจ บางทีเธออาจจะแค่หิวจนหน้ามืด..."
เสียงหวานใสที่แสร้งทำเป็นสั่นเครือเจือสะอื้นดังแทรกขึ้นมา เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเวทนา ทว่ากลับเป็นการราดน้ำมันลงบนกองไฟอย่างแนบเนียน
รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าซูบผอมของฟางซินเยว่ สวี่เมิ่งเจียวมาแล้วสินะ
นี่คงเป็นแผนที่สองของดอกบัวขาว หลังจากใส่ร้ายว่าผลักตกน้ำไม่ได้ผลถึงตาย วันนี้จึงจัดฉากเรื่องขโมยสมุนไพรในคลังยา ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการหมู่บ้าน โทษของการขโมยเวชภัณฑ์และทรัพย์สินของรัฐในยุคแปดศูนย์นี้ ร้ายแรงพอที่จะส่งคนเข้าคุกหรือถูกเนรเทศไปใช้แรงงานในถิ่นทุรกันดารได้เลย
ฟางซินเยว่ยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ รวบผมที่ยุ่งเหยิงมัดเป็นหางม้าอย่างทะมัดทะแมง เธอก้าวลงจากเตียงด้วยท่วงท่าที่มั่นคง ไร้ซึ่งความหวาดกลัวหรือลุกลี้ลุกลนเหมือนเช่นอดีต
ดวงตาหงส์ทอประกายคมปลาบประดุจใบมีดผ่าตัดที่เพิ่งได้รับการลับคม
"อยากเล่นละครงิ้วนักใช่ไหม" ฟางซินเยว่แค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ขณะเดินตรงไปที่ประตูไม้ผุพัง "ได้ เดี๋ยวหมอคนนี้จะผ่าตัดลอกหน้ากากจอมปลอมนั่นให้ดูเอง!"
