ตอนที่ 1 - 1
วิญญาณหมอคลั่งในร่างนางร้ายดวงกุด
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... ตี๊ดดดดดดดดด!
เสียงสัญญาณเตือนชีพจรจากเครื่องมอนิเตอร์ข้างเตียงผ่าตัดดังลากยาวบาดแก้วหู มันคือเสียงสุดท้ายที่ ฟางซินเยว่ได้ยินก่อนที่สติสัมปชัญญะทั้งหมดจะจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง
ในฐานะศัลยแพทย์มือหนึ่งของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ และผู้สืบทอดเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลแพทย์แผนจีนโบราณที่เก่าแก่ ฟางซินเยว่อุทิศชีวิตทั้งหมดให้กับห้องผ่าตัดและกลิ่นสมุนไพร เธอเพิ่งเสร็จสิ้นการผ่าตัดมาราธอนที่กินเวลายาวนานถึงสี่สิบแปดชั่วโมงติดต่อกันเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยเคสวิกฤต ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าออกจากห้องผ่าตัด ความเจ็บปวดแปลบปลาบก็พุ่งทะลวงจากหน้าอกซ้ายลามไปถึงแผ่นหลัง
ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันจากการทำงานหนักเกินขีดจำกัดของร่างกาย นั่นคือคำวินิจฉัยสุดท้ายที่เธอมีให้ตัวเองก่อนที่ลมหายใจจะดับลง...
ฟางซินเยว่คิดว่าชีวิตของเธอคงจบสิ้นลงเพียงเท่านี้ เธอไม่เสียใจที่ตายในหน้าที่ เพราะสำหรับเธอการแพทย์คือชีวิตและจิตวิญญาณ ทว่าสวรรค์ดูเหมือนจะยังไม่ยอมให้คนบ้างานอย่างเธอได้พักผ่อน
"อึก..."
ความรู้สึกแรกที่ปลุกให้ฟางซินเยว่ฟื้นคืนสติ คือกลิ่นอับชื้นของเชื้อราที่ผสมปนเปกับกลิ่นดินโคลนและหญ้าฟางแห้ง มันไม่ใช่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่คุ้นเคยในโรงพยาบาล ร่างกายของเธอหนักอึ้งราวกับถูกหินก้อนใหญ่ทับ ลำคอแห้งผากราวกับทะเลทราย และที่สำคัญที่สุดคือความเจ็บปวดระบมที่แล่นริ้วไปตามผิวหนังและกระดูก
หญิงสาวพยายามปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก แสงสลัวที่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคามุงจากส่องให้เห็นสภาพแวดล้อมที่แปลกตา ผนังดินเหนียวที่หลุดร่อน โต๊ะไม้โยกเยกที่ขาหักไปข้างหนึ่ง และปฏิทินแบบฉีกกระดาษสีเหลืองกรอบที่แขวนอยู่บนผนัง ตัวเลขสีแดงซีดจางบนนั้นระบุปีไว้อย่างชัดเจน... ปี 1985
ปี 1985?
ฟางซินเยว่ขมวดคิ้วแน่น เธอกำลังจะขยับตัวลุกขึ้น แต่จู่ๆ อาการปวดหัวอย่างรุนแรงก็จู่โจมเข้ามา ความทรงจำสายหนึ่งที่ไม่ใช่ของเธอหลั่งไหลทะลักเข้าสู่สมองราวกับเขื่อนแตก ภาพเหตุการณ์มากมายฉายชัดในหัวราวกับม้วนฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกเร่งความเร็ว
เด็กสาวเจ้าของร่างนี้มีชื่อและแซ่เดียวกับเธอ... ฟางซินเยว่ เป็นเด็กกำพร้าที่ไม่มีพ่อแม่ปกป้อง ทำให้ญาติพี่น้องและคนในหมู่บ้านข่มเหงรังแกได้ง่าย
แต่สิ่งที่ทำให้ศัลยแพทย์สาวผู้นิ่งสงบมาตลอดถึงกับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ไม่ใช่การที่เธอทะลุมิติย้อนเวลามาอยู่ในยุคแปดศูนย์ ทว่าโลกใบนี้คือโลกในหนังสือนิยายเรื่องยอดรักยุคแปดศูนย์ ที่ผู้ช่วยพยาบาลของเธอเคยเล่าให้ฟังตอนพักเบรก!
และที่ตลกร้ายยิ่งกว่านั้นคือ ร่างที่เธอสิงสู่อยู่นี้ ไม่ใช่ตัวประกอบไร้ชื่อ แต่เป็นถึงนางเอกต้นฉบับของเรื่อง!
ตามเส้นเรื่องเดิม ฟางซินเยว่คือหญิงสาวชาวบ้านที่งดงาม จิตใจดี และมีพรสวรรค์ด้านการแพทย์ เธอควรจะได้ช่วยชีวิตหมอเทวดาชราที่ลี้ภัยมาอยู่ในหมู่บ้าน ได้รับการถ่ายทอดวิชาแพทย์แผนจีนโบราณ สอบเข้ามหาวิทยาลัยแพทย์ในเมืองหลวง และกลายเป็นแพทย์หญิงผู้ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ ทั้งยังควรจะได้ครองรักกับชายหนุ่มผู้สูงส่ง
ทว่าชะตากรรมอันรุ่งโรจน์นั้นกลับถูกทำลายป่นปี้ไม่มีชิ้นดี ด้วยฝีมือของผู้หญิงเพียงคนเดียว... สวี่เมิ่งเจียว
สวี่เมิ่งเจียวไม่ใช่คนของยุคนี้ เธอคือหญิงสาวจากยุคปัจจุบันที่ทะลุมิติเข้ามาในนิยายเรื่องนี้ก่อนหน้าฟางซินเยว่หลายปี สวี่เมิ่งเจียวรู้ทุกเหตุการณ์ล่วงหน้า รู้ทุกจุดเปลี่ยนของเรื่อง และรู้ว่าใครคือคนที่จะมีอำนาจในอนาคต ดังนั้นเธอจึงใช้ความได้เปรียบของการเป็นผู้หยั่งรู้ดักหน้าขโมยวาสนาของฟางซินเยว่ไปจนหมดสิ้น!
วันที่ฟางซินเยว่ควรจะบังเอิญไปพบหมอเทวดาชราที่สลบอยู่บนเขา สวี่เมิ่งเจียวก็ไปดักรอและแย่งเอาความดีความชอบนั้นไป
วันที่ฟางซินเยว่ควรจะสอบได้โควตาเข้าทำงานในสถานีอนามัยของตำบล สวี่เมิ่งเจียวก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมติดสินบนและสร้างเรื่องใส่ร้ายจนฟางซินเยว่ถูกตัดสิทธิ์
ทุกย่างก้าว ทุกโอกาส ทุกความโชคดีที่สวรรค์ลิขิตไว้ให้ฟางซินเยว่ ถูกสวี่เมิ่งเจียวปล้นชิงไปอย่างหน้าด้านๆ ไม่เพียงเท่านั้น สวี่เมิ่งเจียวยังสร้างภาพลักษณ์ดอกบัวขาวแสนบริสุทธิ์และอ่อนแอให้ตัวเอง ขณะเดียวกันก็ค่อยๆ วางแผนสาดโคลน ใส่ไฟ และยุแยงให้ชาวบ้านเกลียดชังฟางซินเยว่
สวี่เมิ่งเจียวทำให้ทุกคนเชื่อว่าฟางซินเยว่เป็นผู้หญิงร้ายกาจ ขี้อิจฉา โลภมาก และไร้ศีลธรรม
ภายใต้การถูกกลั่นแกล้งอย่างหนัก ถูกครอบครัวทอดทิ้ง และถูกชาวบ้านประณามหยามเหยียด ฟางซินเยว่คนเดิมที่เคยมีจิตใจอ่อนโยนก็ค่อยๆ แตกสลาย เธอเริ่มอาละวาด กรีดร้อง และตอบโต้ด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด ซึ่งนั่นยิ่งเข้าทางสวี่เมิ่งเจียวที่รอจังหวะเหยียบย่ำให้จมดิน ในที่สุด นางเอกต้นฉบับผู้แสนดีก็สติแตก กลายเป็นนางร้ายดวงกุดที่ทุกคนในหมู่บ้านส่ายหน้าหนีด้วยความรังเกียจ
