บท
ตั้งค่า

CHAPTER 5 พวกเขาคือของขวัญ

เสียงหัวเราะคิกคักดังแผ่วๆ อยู่มุมห้อง ร่างเล็กสองคนกำลังหมอบซ่อนอยู่หลังโซฟาตัวแนบชิดกัน ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซน

“พีทซ์ ชู่ววว อย่าเดียง” (อย่าเสียงดัง) น้องพอร์ชกระซิบเสียงเบา ลิ้นยังพันกันตามวัย

“มะเดียงงง” (ไม่เสียงดัง) น้องพีทซ์แฝดน้องเอามือปิดปากตัวเอง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

“แม่มาาา” พอร์ชทำตาโต เมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด

“ซ่อนๆๆ” พีทซ์รีบดึงเสื้อพี่ชายให้หมอบต่ำลงกว่าเดิม

ในขณะเดียวกันริญชิฎาเดินเข้ามาในบ้านอย่างเหนื่อยล้า หญิงสาวทำงานเป็นแม่บ้านให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งเดินทางไม่ไกลมากนัก

“น้องพอร์ช น้องพีทซ์อยู่ไหนลูก” เธอเรียกหาพร้อมมองไปรอบๆ แต่กลับไม่ได้ยินเสียงตอบ

“ป้าก็เพิ่งคุยกับพวกเขาไปเองนะ” ป้าใจบอก

“ขอบคุณป้าใจมากนะคะ เด็กๆ คงเล่นซ่อนแอบกัน” เธอยื่นเงินให้ด้วยรอยยิ้มอ่อนล้า ลูกชายทั้งสองคนมักเล่นซ่อนแอบแบบนี้เป็นประจำ

“นี่เงินวันนี้ค่ะ”

“พรุ่งนี้ป้าจะรีบมานะ”

“ขอบคุณมากนะคะ”

เมื่อป้าใจเดินออกไป หญิงสาวก็หันกลับมามองหาลูกชายอีกครั้ง ทันใดนั้นเสียงของเล่นตกดังมาจากหลังโซฟาหญิงสาวหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มมุมปาก

“อ๋อ แอบอยู่ตรงนั้นเองเหรอ”

“มะ ม่ายยู่น้าาา” (ไม่อยู่นะ) เสียงเล็กๆ ตอบกลับมาอย่างพยายามปิดบัง ทำเอาคนเป็นแม่หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

“งั้นแม่กลับไปทำงานต่อดีกว่า ไม่มีลูกอยู่บ้านเลย” เธอแกล้งพูดเสียงเศร้า ก่อนจะหันหลังทำท่าจะเดินออก

“ม๊าาาา!” สองแฝดพุ่งตัวออกมาจากที่ซ่อนทันที ขาเล็กๆ วิ่งเตาะแตะเข้ามากอดขาแม่แน่น

“เจอแย้ววว!”

“พอร์ชชนะะะ!”

เสียงหัวเราะใสๆ ดังลั่นบ้านเล็กๆ ที่อบอุ่นขึ้นมาทันที หญิงสาวคุกเข่ากอดลูกชายทั้งสองไว้ในอ้อมแขน ก่อนที่เด็กๆ จะแย่งกันหอมแก้มคนเป็นแม่

“ม่ำๆ” น้องพีทซ์ลูบท้องตัวเองเบาๆ แก้มป่องทำปากยื่นบอกเป็นนัยว่าหิวแล้ว

“พอร์ชหิววว” แฝดพี่รีบพยักหน้าตาม เสียงอ้อแอ้แต่จริงจังสุดๆ

“กินนมไปตั้งหลายกล่องแล้วนะเรา กินเก่งแบบนี้แม่จะเลี้ยงไม่ไหวแล้วนะ” เธอแกล้งทำเสียงดุ น้องพอร์ชทำตาโต ก่อนจะรีบโผเข้ามากอดเอวแม่แน่น

“โตไปพอร์ชเลี้ยงแม่เองงง” คำพูดไม่ชัด แต่ตั้งใจเต็มร้อย

“พีทเลี้ยงงง!” น้องพีทซ์รีบยกมือเล็กๆ ขึ้นบ้าง

เสียงใสๆ ทำให้หัวใจของคนเป็นแม่อ่อนยวบ ริญชิฎาหัวเราะ ก้มลงจูบแก้มลูกทั้งสองข้าง ยิ่งพอลูกๆ เริ่มโตหลายคนเริ่มทักว่าพวกเขาเหมือนพ่อมาก

“แค่เป็นเด็กดีของแม่ก็พอแล้วลูก ไปนั่งรอครับแม่จะไปทำอาหารให้”

หญิงสาวมักแอบมองใบหน้าของลูกๆ ยามที่ทั้งสองหลับสนิท ใบหน้าเล็กๆ นั้นไม่มีส่วนไหนเหมือนเธอเลยสักนิด พ่อของเด็กๆ คงมีหน้าตาหล่อเหลาไม่น้อย เพราะลูกทั้งสองช่างดูดีเกินกว่าจะเป็นเพียงเงาของเธอคนเดียว

ตกดึกหญิงสาวเอนตัวลงบนเตียง ลูกแฝดทั้งสองนอนขนาบข้างซ้ายทีขวาที เสียงเจื้อยแจ้วดังแข่งกันไม่หยุด จนคนเป็นแม่แทบไม่มีโอกาสได้เล่านิทาน

“กาลครั้งหนึ่งงงนานมาแย้ววว มีกาต่ายกะเต่าวิ่งแข่งกานนน” เสียงน้องพอร์ชดังขึ้นอย่างภูมิใจ เพราะจำได้แม่นว่าแม่ชอบเล่าเรื่องนี้

“กาต่ายแอบหลับ เต่าเยยชนะ!” น้องพีทซ์รีบพูดตาม เสียงอ้อแอ้แต่ตื่นเต้นสองแฝดหันหน้าหากัน หัวเราะคิกคักเหมือนเข้าใจกันดี

“พอร์ชชนะ!”

“พีทซ์ชนะ!” เถียงกันเบาๆ ก่อนเสียงจะค่อยๆ แผ่วลง สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าเด็กทั้งสองเล่านิทานกล่อมกันเอง

ริญชิฎามองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนมือบางลูบผมลูกเบาๆ ไม่นานเสียงหัวเราะก็เงียบลง เหลือเพียงลมหายใจสม่ำเสมอของเด็กน้อยทั้งสอง

“แม่สัญญาจะเลี้ยงพวกหนูให้ดีที่สุด แม่จะเป็นโลกทั้งใบให้ลูกเอง” เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากของเธอ

หญิงสาวก้มลงจูบหน้าผากลูกน้อยทั้งสองอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้น ห่มผ้าให้เรียบร้อย แล้วเดินออกมานั่งที่ริมหน้าต่าง

สายลมยามค่ำคืนพัดเอื่อยๆ ดวงดาวบนท้องฟ้าส่องแสงระยิบระยับ ราวกับกำลังปลอบโยนหัวใจของเธอ หญิงสาวเงยหน้ามองฟ้าแววตาเต็มไปด้วยความคิดถึง

“หากแม่อยู่ด้วยเรนนี่คงไม่เหนื่อยขนาดนี้ แม่รู้ไหมคะพวกเขาเป็นเด็กฉลาดแล้วเก่งมาก เลี้ยงง่ายหน้าตาดีเหมือนพ่อของเขา”

คำพูดสุดท้ายแผ่วลงความเงียบเข้ามาแทนที่ ไม่มีเสียงตอบกลับนอกจากสายลมที่พัดผ่าน ส่วนคนที่เธอเคยเรียกว่าพ่อ ก็ไม่เคยหวนกลับมาในชีวิตของเธออีกเลย

เสียงแส้ฟาดลงบนแผ่นหลังดังลั่นก้องไปทั่วห้องใต้ดิน ชายคนนั้นร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว

“ผมขอโทษครับ ผมไม่ได้คิดจะหนีหนี้”

“ไม่หนี แต่ก็ไม่ยอมคืนงั้นเหรอ”

เพียะ!

แส้ฟาดลงซ้ำอีกครั้งแรงจนเนื้อสะท้อน เลือดซึมออกมาจากบาดแผล ใบหน้าของรชฏบวมช้ำไปหมด แทบมองไม่เห็นเค้าเดิม

“ผมจะรีบหามาคืนครับ ผมสัญญา…” เขาพูดทั้งที่ลมหายใจแทบขาด

“พวกมึงทำงานกันยังไง ถึงปล่อยให้คนกระจอกแบบนี้ลอยนวลอยู่ได้” เสียงเย็นเฉียบดังขึ้น ทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ รองเท้าหนังสีดำเงาวับก้าวเข้ามาใกล้ ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้ารชฏ

“พวกลูกหนี้ติดการพนันครับ” ศิวะกรรายงานเสียงเรียบ

“ไม่จ่ายก็ตัดหัวมันทิ้ง” คำสั่งสั้นๆ แต่โหดเหี้ยมจนคนฟังขนลุก

“ไม่! ไม่ๆๆ อย่าฆ่าผมเลย!” รชฏร้องลั่น รีบคลานเข้าไปแทบเท้า “ผมมีลูกสาวลูกสาวผมสวยมาก ถ้าคุณจะรับไปเลี้ยง...”

ผลัวะ!

คำพูดยังไม่ทันจบ ร่างของเขาก็ถูกถีบเข้าที่หน้าอกอย่างแรงจนหงายหลังล้มลงไปกับพื้น ร่างสูงมองด้วยความรังเกียจ

“เลว มึงเกิดมาเป็นคนพ่อได้ยังไง”

“เอายังไงดีครับ”

“ส่งมันไปทำงานใช้หนี้ ไม่หมดไม่ต้องให้มันกลับมา” น้ำเสียงเฉียบขาดทำให้ลูกน้องทุกคนเงียบลงอีกครั้ง

“ครับ”

“ถ้ามันคิดจะหนี้ตัดนิ้วมัน”

“ผะ ผมไม่หนีแล้ว” รชฎยกมือไหว้เพราะรักชีวิตตัวเอง แต่คิดหาทางหนีอยู่ดีหากเขากลับไปหาลูกสาว สุดท้ายลูกก็ต้องช่วยอยู่ดี

ณัทเตชินทร์นั่งเอนกายอยู่ในห้องวีไอพีของไนต์คลับ แสงไฟสลัวสะท้อนใบหน้าคมคายให้ดูเย็นชา เขายกแก้วขึ้นดื่มช้าๆ ก่อนจะคีบบุหรี่ขึ้นสูบ ควันสีเทาลอยคลุ้งไปทั่วอากาศ

“พรุ่งนี้คุณเตชินทร์จะเข้าบริษัทไหมครับ” ณภัทรเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง รอคำตอบจากเจ้านาย

“มีงานด่วนอะไร” เสียงทุ้มตอบกลับมาเรียบๆ โดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง

“ประชุมผู้ถือหุ้นครับ”

“อืม” เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบสั้นๆ

“ออกไป ฉันอยากอยู่คนเดียว”

“ครับ”

ประตูปิดลง เหลือเพียงความเงียบกับกลิ่นบุหรี่ที่ยังลอยอวล ชายหนุ่มเอนศีรษะพิงพนัก สายตาเหม่อลอยออกไปไกล

สามปีที่เขาส่งคนออกตามหาเธอแทบพลิกแผ่นดิน แต่กลับไม่มีร่องรอยใดให้ตามต่อ ราวกับผู้หญิงคนนั้นไม่เคยมีอยู่จริง

เขากำแก้วในมือแน่น แววตาแข็งกร้าวขึ้นอย่างน่ากลัว ถ้าวันหนึ่งเขาได้เจอเธออีกครั้ง อย่าหวังว่าเธอจะหนีไปจากเขาได้อีกตลอดชีวิต

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel