บท
ตั้งค่า

CHAPTER 3 ท้องไม่มีพ่อของลูก

ภายในห้องเรียนนักศึกษาต่างพากันจับจองที่นั่งของตัวเอง บางคนคุยกันเสียงดัง บางคนก้มหน้าเล่นโทรศัพท์เหมือนทุกวันที่ผ่านมา แต่ทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออก เสียงพูดคุยกลับค่อยๆ เงียบลง

ริญชิฎาเดินเข้ามาในห้องเรียนอย่างลังเลเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกได้ทันทีว่าทุกสายตากำลังจับจ้องมาที่เธอ สายตาเหล่านั้นไม่ได้มีความเป็นมิตรเลยแม้แต่นิดเดียว

“นี่ยัยคุณหนูตกอับเดี๋ยวนี้เธอรับงานแล้วเหรอ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยาะ

“รับงานอะไร?” เธอทวนคำถามอย่างไม่เข้าใจ

ผู้หญิงคนนั้นยกโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะหันหน้าจอให้คนอื่นดู ทุกคนต่างพากันหัวเราะราวกับเป็นเรื่องสนุกสนาน

“นี่ไง! มีคนแอบถ่ายรูปเธอกับเสี่ยแก่ๆ มาลงเพจมหาลัยแล้ว” เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นทั่วห้อง

“อย่างว่าแหละ บ้านติดหนี้ตั้งเยอะ ก็ต้องขายอย่างอื่นมาใช้หนี้สิ” คำพูดเสียดแทงทำให้เพื่อนในห้องหลายคนพากันหัวเราะเยาะเย้ย

ริญชิฎาก้มหน้าลงทันทีมือกำสายกระเป๋าแน่น เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาใคร

“ถ้าคบกับเราตั้งแต่แรก ป่านนี้เรนนี่คงสบายไปแล้ว” เสียงผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมหัวเราะเบาๆ

“ไม่รู้ทุกวันนี้ต้องรับแขกกี่คน เงินถึงจะพอใช้หนี้นะ” เพื่อนผู้ชายหลายคนส่งสายตาดูถูกเหยียดหยามมาให้เธอ

“พูดอะไรของมึงวะ!” เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างไม่พอใจ ต้นไผ่เพื่อนสนิทของริญชิฎาเดินเข้ามากระชากคอเสื้อของคนพูดทันที

“ไอ้ไผ่มึงก็อย่ามาอวดดีหน่อยเลยวะ กูรู้หรอกว่ามึงก็อยากเหมือนกันแหละ” ชายคนนั้นแสยะยิ้ม

“เรนนี่อย่าไปฟังพวกมันเลย”

“ไผ่ไปหาที่นั่งกัน” เธอแตะต้นแขนเขาเบาๆ

“วันไหนไม่อยากรับแขกก็บอกเราได้นะเรนนี่ เราไม่รังเกียจหรอก” เพื่อนผู้ชายยังคงดูถูกไม่เลิก แต่หญิงสาวกลับไม่คุยด้วย

“...” เธอเงียบ

“เล่นตัวไปเถอะ ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้หรอก ระวังเมียหลวงเขาตามประจาน”

“ไอ้พกมึงหุบปากได้แล้ว” ต้นไผ่ทนไม่ไหวกำหมัดหมายจะต่อยหน้าเพื่อน

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตากวาดมองไปรอบห้องเรียน สายตาดูถูกจากเพื่อนร่วมชั้นนับสิบคู่ กำลังจ้องมองมาที่เธอราวกับกำลังดูตัวตลก

ความอับอายถาโถมเข้ามาพร้อมกันจนหัวใจของหญิงสาวเต้นแรง มือบางกำสายกระเป๋าแน่นแววตาที่พยายามฝืนเข้มแข็งเริ่มพร่ามัว น้ำตาเอ่อล้นขึ้นมาจนมองภาพตรงหน้าแทบไม่ชัด

“เรนนี่!”

ต้นไผ่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ หันมามองอย่างตกใจ แต่ยังไม่ทันจะก้าวเข้าไปประคอง ร่างบางของหญิงสาวก็ทรุดลงกับพื้นไปต่อหน้าต่อตา

ภายในห้องพักผู้ป่วยของโรงพยาบาล ต้นไผ่นั่งอยู่ข้างเตียง มือของเขากำมือเพื่อนสาวเอาไว้แน่น สีหน้าเคร่งเครียดจนแทบเก็บอารมณ์ไม่อยู่

เปลือกตาของริญชิฎาค่อยๆ เปิดขึ้นช้าๆ ภาพตรงหน้ายังพร่าเลือนอยู่เล็กน้อย

“ไผ่…” เสียงแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปาก

“อย่าเพิ่งลุก เรนนี่เป็นลมในห้องเรียนอาจารย์เลยพามาส่งโรงพยาบาล” ต้นไผ่รีบโน้มตัวเข้าไปใกล้ทันที

หญิงสาวพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะถามขึ้นด้วยความกังวล ช่วงนี้เธอรู้สึกเวียนหัวบ่อย และมักอาเจียนในยามเช้าตรู่

“หมอบอกว่าเราเป็นอะไร”

คำถามนั้นทำให้ต้นไผ่ชะงักไปทันที เขาเงียบลง ดวงตาหลบสายตาของเธออย่างเห็นได้ชัด ความเงียบนั้นทำให้หัวใจของหญิงสาวเริ่มเต้นแรง

“ไผ่ไปเรียกหมอให้หน่อย” เธอพูดเสียงสั่น ความรู้สึกไม่ดีเริ่มก่อตัวขึ้นในอก ต้นไผ่ยังคงนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจลึก

“หมอบอกว่า...”

“บอกว่าอะไร”

“หมอบอกว่าเรนนี่ทะ ท้อง” เสียงของเขาเบาลงอย่างเห็นได้ชัด

คำพูดนั้นเหมือนหยุดเวลาในห้องทั้งห้อง หญิงสาวนิ่งค้างอยู่บนเตียงราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน เธอกินยาคุมทุกวัน ทำไมถึงพลาดท้องได้

“หมออาจตรวจผิดก็ได้ เดี๋ยวเราไปเรียกหมอให้มาตรวจใหม่อีกครั้งนะ” ต้นไผ่รีบพูดขึ้นทันที พยายามปลอบใจเพื่อนสาวที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียง

“ไม่ต้องหรอก ฮึก ฮือ” เธอยกมือขึ้นปิดหน้า น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด เสียงสะอื้นสั่นไหวไปทั้งตัว ความรู้สึกสมเพชตัวเองถาโถมเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก

ทุกอย่างเหมือนพังทลายลงมาพร้อมกัน ตอนนี้เธอไม่มีเสาหลักพึ่งพิงจิตใจ ต้นไผ่มองเพื่อนด้วยหัวใจที่เจ็บปวดไม่แพ้กัน

“เรนนี่ท้องกับใครบอกเราได้ไหม หรือว่า...” เสียงของเขาแผ่วลง เขากำมือแน่นเมื่อนึกถึงความเป็นไปได้ที่เลวร้ายที่สุด

“พาเรากลับบ้านที”

“ถ้าไม่พร้อมเอาเด็กออกก็ได้นะ เดี๋ยวนี้ทำแท้งถูกกฎหมายแล้ว”

“เราขอกลับไปคิดก่อน”

ทันทีที่กลับมาถึงบ้านริญชิฎาก็ต้องชะงัก ประตูบ้านเปิดอ้าอยู่ ข้าวของด้านในถูกรื้อค้นกระจัดกระจายไปทั่วราวกับมีใครเข้ามาปล้น

“พวกมึงเป็นใครวะ!” ต้นไผ่ตะโกนถามเสียงดัง พร้อมก้าวออกไปยืนขวางหน้าเพื่อนสาว

“ฉันเป็นเมียเสี่ยก้ง แกใช่ไหมที่เป็นเมียน้อย” หญิงสาวพูดเสียงแข็ง ก่อนจะชี้หน้าริญชิฎา

“ไม่ใช่” เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที

“จะไม่ใช่ได้ยังไง!” อีกฝ่ายตวาดเสียงดังลั่น “ฉันเห็นแกไปนั่งอ่อยผัวฉันอยู่กับตา เพราะแกแท้ๆ ทำให้ผัวฉันกลายเป็นคนพิการ!”

คำกล่าวหานั้นทำให้ริญชิฎาหน้าซีด เธอไม่รู้จักชื่ออีกฝ่ายด้วยซ้ำ ไม่เข้าใจในสิ่งที่ฝ่ายพูด

“ฉันไม่เข้าใจ”

“อีตอแหล!” ผู้หญิงคนนั้นแผดเสียงลั่น “มึงใช้ให้ผัวมึงไปทำร้ายเสี่ยก้งใช่ไหม!”

พูดจบก็ยกมือขึ้นจะตบหน้า แต่ต้นไผ่รีบคว้าข้อมือเอาไว้ทัน

“ถ้าคุณไม่ออกไป ผมจะโทรแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้” เขาพูดเสียงเข้ม ทำท่าจะกดโทรหาตำรวจจริงๆ ผู้หญิงคนนั้นสะบัดมือออกอย่างแรง ก่อนจะมองทั้งสองด้วยสายตาเคียดแค้น

“อย่าให้กูเจอหน้ามึงอีกนะ!” อีกฝ่ายชี้หน้าริญชิฎาอย่างอาฆาต ก่อนจะหันไปมองต้นไผ่

“มึงก็ด้วยดูแลเมียมึงให้ดีๆ อย่าให้มันร่านไปนอนกับผัวชาวบ้าน!”

เมื่อคนเหล่านั้นออกไปจากบ้านแล้ว ความเงียบก็เข้าปกคลุมไปทั่ว ริญชิฎาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทันที น้ำตาที่กลั้นไว้ไม่อยู่ไหลออกมาอีกครั้ง

ต้นไผ่มองภาพนั้นด้วยหัวใจที่บีบรัด เขาไม่เคยเห็นเพื่อนของตัวเองแตกสลายขนาดนี้มาก่อน

“เรนนี่ไม่ต้องกลัวนะ ยังมีเราอยู่ทั้งคน” เขาคุกเข่าลงข้างๆ แล้วจับไหล่เธอเบาๆ

“เราจะย้ายออกไปจากที่นี่”

“แล้วเรื่องเรียนเรื่องลูกล่ะ”

“เราจะเลี้ยงเขาเอง” หญิงสาวก้มหน้าลง มือบางค่อยๆ วางลงบนหน้าท้องของตัวเอง เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย

“ถึงแม้เราจะไม่รู้ว่าใครคือพ่อเด็กก็ตาม อย่างน้อยเขาก็จะได้อยู่กับแม่ ฮึก” พูดถึงตรงนั้นน้ำตาก็ไหลลงมาอีกครั้ง

“เรนนี่ไม่รู้เหรอว่าใครคือพ่อเด็ก” เขาตัดสินใจถามออกไป

หญิงสาวส่ายหน้ารัวๆ สิ่งเดียวที่จดจำได้ในคืนนั้นชื่อที่เขาบอก แต่เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย อีกอย่างเขาก็น่าจะจำเธอไม่ได้

ต้นไผ่มองเธออยู่นานเขาแอบรักเพื่อนคนนี้มาตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง เฝ้าแอบมองเธออยู่ห่างๆ ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึง วันที่เขาทำอีกฝ่ายหลุดมือ เขานั่งนิ่งอยู่หลายนาทีก่อนจะพูดขึ้นอย่างตัดสินใจ

“เรนนี่จะว่าอะไรไหม ถ้าเราจะขอรับเป็นพ่อเด็กเอง”

เธอเงยหน้ามองเขาทั้งน้ำตา คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวตกใจทันที นี่คือปัญหาของเธอเขายังมีอนาคตอีกยาวไกล ไม่ควรมาแปดเปื้อนเพราะเธอ

“ไม่ได้หรอกไผ่ยังเด็กจะเป็นพ่อคนได้ยังไง”

“เรนนี่ก็ยังเด็กเหมือนกัน จะเป็นแม่คนได้ยังไง” ต้นไผ่หัวเราะเบาๆ แต่แววตากลับจริงจัง

“พ่อแม่ไผ่ไม่ยอมแน่ๆ”

“เราจะบอกพ่อกับแม่เองว่าเราทำเรนนี่ท้อง”

“อย่าทำแบบนี้เลย ไผ่ควรมีอนาคตที่ดี” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ ไม่อยากให้เพื่อนต้องมารับภาระเพราะความผิดพลาดในชีวิตของเธอ

“แล้วเรนนี่ล่ะ ไม่สนใจอนาคตของตัวเองเหรอ” ต้นไผ่ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถามกลับ

“เรนนี่เพิ่งอายุยี่สิบเอ็ดเอง ไหนจะเรื่องเรียน เรื่องลูก แล้วก็เรื่องเงินอีก” เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ทำไมไม่ลองคิดให้รอบคอบกว่านี้”

“เราจะลาออก” หญิงสาวตัดสินใจดีแล้ว และไม่มีอะไรมาเปลี่ยนใจเธอได้

“ทำไมเรนนี่ดื้อจัง” คำตอบสั้นๆ ทำให้ต้นไผ่ชะงัก ชายหนุ่มตัดพ้อเบาๆ ที่เพื่อนไม่รับความหวังดีจากเขา

“เราอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว เจ้าหนี้ของพ่อมาตามทวงเงินทุกวัน หากคลอดลูกกลัวว่าเขาจะได้รับอันตรายไปด้วย”

น้ำตาหยดลงบนหลังมือของตัวเองเธอตัดสินใจดีแล้วว่าจะเก็บลูกคนนี้ไว้ ถึงแม้จะเกิดมาจากความผิดพลาด แต่เธอจะรักและดูแลเขาให้ดีที่สุด

ต้นไผ่ก้มหน้าลงช้าๆ ไหล่กว้างที่เคยดูเข้มแข็งกลับสั่นเล็กน้อย หยดน้ำตาของลูกผู้ชายค่อยๆ ไหลลงมาเงียบๆ เขาพยายามทุกอย่างแล้ว พยายามช่วยเธอเท่าที่คนคนหนึ่งจะทำได้ แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่พอ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel