CHAPTER 2 ฝันร้าย
“มะ ไม่ ปล่อยฉัน!”
หญิงสาวสะดุ้งตื่นขึ้นจากฝันร้ายอย่างกะทันหัน ลมหายใจหอบถี่ เหงื่อเย็นไหลชุ่มไปทั่วแผ่นหลัง ใบหน้าซีดเผือดขณะเธอรีบยกมือกุมหน้าอกตัวเองที่กำลังเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมา
สามวันแล้วหลังจากคืนอันเลวร้ายคืนนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังคงตามหลอกหลอนเธอทุกครั้งที่หลับตา จนทำให้ริญชิฎาแทบไม่กล้าออกจากห้องไปไหน
คืนนั้นหลังจากที่เธอเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาในช่วงใกล้รุ่ง หญิงสาวก็รีบรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ ลุกขึ้นจากเตียงแล้วหนีออกมาจากที่นั่นทันที หัวใจเต้นแรงจนแทบขาดสติ
เธอไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมอง จึงไม่ทันได้เห็นใบหน้าของผู้ชายสารเลวคนนั้นที่พรากความบริสุทธิ์ของเธอไปในคืนนั้น
เธอมั่นใจว่าเขาอายุยังไม่มากเพราะจำเสียงของเขาได้เลือนราง และชื่อของเขาแต่เกลียดตัวเองที่นอนกับคนแปลกหน้า
“ผลตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่พบอะไรนะครับ เลือดก็ปกติดี” คุณหมออ่านผลตรวจจากแฟ้มก่อนเงยหน้าขึ้นบอกคนไข้ตรงหน้า
“ขะ ขอบคุณค่ะ”
ริญชิฎาตอบเสียงเบา แทบไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ความอับอายตีขึ้นมาจนเธอไม่กล้าสบตาหมอเลยสักนิด การต้องมานั่งตรวจเรื่องแบบนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกเปิดเผยความลับที่อยากลืมที่สุด
“คราวหลังถ้ากังวลว่าคู่ของเราจะมีโรค ควรป้องกันนะครับ ป้องกันไว้ก่อนดีกว่ามาแก้ทีหลัง”
คำแนะนำฟังดูเหมือนคำพูดทั่วๆ ไป เพราะในสายตาหมอ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกับวัยรุ่นสมัยนี้ที่อยากรู้อยากลอง
“ขอบคุณค่ะ หนูจะจำไว้” หญิงสาวตอบรับเบาๆ
“หมอจะจ่ายยาต้านเชื้อไวรัสให้ไว้ทานก่อนนะครับ จะได้สบายใจ แล้วก็อย่าลืมทานยาคุมกำเนิดป้องกันไว้ด้วย”
หญิงสาวพยักหน้าเบาๆ มือกำชายเสื้อแน่น ความรู้สึกอับอายยังคงเกาะอยู่ในใจ จนเธอแทบไม่กล้าเงยหน้ามองคุณหมอเลย
เธอพาตัวเองกลับมาถึงหน้าบ้านในสภาพอ่อนล้า มือสั่นเล็กน้อยขณะผลักประตูเข้าไป แต่ยังไม่ทันก้าวขาเข้าไปในบ้านด้วยซ้ำ
เพียะ!
ฝ่ามือหนักของคนเป็นพ่อฟาดลงบนใบหน้าของหญิงสาวอย่างแรง จนศีรษะของเธอสะบัดไปตามแรงตบ
“คุณพ่อ” น้ำตาไหลพรากทันที ริญชิฎายกมือกุมแก้มที่ร้อนผ่าวอย่างตกใจ
“คืนนั้นกูหาผู้ชายรวยๆ ให้มึงไม่ยากได้ มึงรู้ไหมกูเกือบตาย!” รชฏตะคอกเสียงดังใบหน้าของเขามีรอยบวมช้ำหลายแห่ง “พวกมันมาตามทวงเงินกู กูต้องหนีหัวซุกหัวซุน!”
“คุณพ่อขายเรนนี่ทำไมคะ ฮึก” เสียงของเธอสั่นสะอื้น หัวใจเหมือนถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ
“กูต้องการเงินไง! มึงรับกรรมที่ทำไว้ต่อไป แล้วก็อย่ามาเรียกกูว่าพ่ออีก”
“คุณพ่อจะไปไหน” เธอถามทั้งน้ำตา
“กูก็จะหนีสิวะ ส่วนมึงถ้าไม่อยากลำบาก ก็ตายตามแม่มึงไปซะ!” เขาพูดอย่างไม่แยแส พลางรีบกวาดข้าวของใส่กระเป๋า
พูดจบรชฏก็สะพายกระเป๋าแล้วเดินออกจากบ้านไปอย่างรีบร้อน แต่ยังไม่ลืมที่จะหันมาบอกอะไรบางอย่างกับลูกสาว
“เงินประกันก้อนสุดท้ายอยู่ในบัญชี ถ้ามีอะไรจะติดต่อมาเอง” วิญญาณของภรรยาคงห่วงลูก สิ่งเดียวที่เขาพอจะทำได้ตอนนี้คือ ทิ้งเงินก้อนสุดท้ายไว้ให้ลูกสาว
ประตูบ้านปิดลงพร้อมเสียงดังทิ้งให้ริญชิฎาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น น้ำตาไหลไม่หยุดบ้านทั้งหลังเงียบงัน เหลือเพียงเสียงสะอื้นของเธอ กับชีวิตที่ไม่รู้ว่าจะก้าวต่อไปทางไหนอีกแล้ว
โกดังด้านหลังคฤหาสน์หรูเงียบงัน มีเพียงเสียงลมลอดผ่านประตูเหล็ก เสียงหมัดกระแทกเนื้อดังลั่น ลูกน้องที่คุกเข่าอยู่กับพื้นถึงกับกระอัก เลือดซึมออกจากมุมปาก
ผลัวะ!
“อึก ผมพยายามแล้วครับ ไม่มีร่องรอยอะไรเลย มีแค่ภาพจากกล้องวงจรปิดเท่านั้น”
ณัทเตชินทร์นั่งเอนตัวอยู่บนเก้าอี้ไม้ ดวงตาคมเย็นเฉียบ เขาหมุนมีดในมือช้าๆ ราวกับกำลังครุ่นคิด ตั้งแต่คืนนั้นเขาก็เฝ้ารอจะได้พบผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความว่างเปล่า
“คนที่ทำงานไม่สำเร็จมันสมควรตาย” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบๆ ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลง วางปลายมีดแนบกับแก้มของลูกน้องที่กำลังตัวสั่น
“อย่าฆ่าผมเลยครับ! ผมสัญญาว่าจะตามหาผู้หญิงคนนั้นให้เจอ” ลูกน้องรีบก้มศีรษะ ตัวสั่นด้วยความกลัว
“กูไม่ชอบคนทำงานพลาด”
ปลายมีดค่อยๆ เคลื่อนลงไปจ่อที่ต้นคอของอีกฝ่าย แต่ก่อนที่คมมีดจะปักลงไป เสียงทุ้มรีบตะโกนขึ้น
“เดี๋ยวก่อนครับคุณเตชินทร์คืนนั้น ผมได้ข่าวว่ามีลูกน้องของเสี่ยก้งมาป่วนแถวโรงแรม”
“แล้ว?” สายตาของณัทเตชินทร์คมขึ้นทันที
“พวกมันกำลังตามหาผู้หญิงคนหนึ่งอยู่เหมือนกัน พวกมันต้องทดลองยาตัวใหม่แน่ๆ บางทีผู้หญิงคนนั้นอาจจะเป็นคนของเสี่ยก้ง”
“จะเป็นคนของใครไม่สำคัญ แต่ผู้หญิงคนนั้นเป็นของกู” น้ำเสียงของเขาเย็นเฉียบ ดวงตาคมฉายแววอันตรายจนบรรยากาศในโกดังเงียบกริบ
ณภัทรมองเจ้านายของตัวเองอย่างระมัดระวัง เขาอยู่ข้างกายชายคนนี้มาหลายปี ผ่านเรื่องความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยเห็นเขาคลุ้มคลั่งเพราะผู้หญิงเพียงคนเดียวแบบนี้มาก่อน
“ให้ผมไปตามสืบกับฝั่งนั้นไหมครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถาม
“ไม่ต้องสืบ” ณัทเตชินทร์เงยหน้าขึ้นช้าๆ ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะพูดช้าๆ ราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลก
“ไปจับตัวไอ้แก่นั่นมา ถ้ามันไม่พูดก็สับมันเป็นชิ้นๆ แล้วโยนให้จระเข้กินซะ” ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นมา
“ครับ”
ณภัทรพยักหน้ารับคำสั่งทันที คำสั่งโหดเหี้ยมถูกเอ่ยออกมาอย่างเรียบเฉย จนลูกน้องที่ยืนอยู่รอบๆ ต่างพากันกลืนน้ำลาย รู้ดีว่าเมื่อเจ้านายต้องการอะไร ไม่ว่าใครก็หยุดเขาไม่ได้
“นี่ภาพสเก็ตช์ ผมให้ช่างพยายามวาดออกมาให้เหมือนที่สุดแล้ว” ศิวะกรลูกน้องคนสนิท ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้เจ้านาย
ณัทเตชินทร์รับมันมาอย่างช้าๆ ดวงตาคมกวาดมองภาพวาดตรงหน้า ก่อนที่แววตาจะค่อยๆ เป็นประกายขึ้น
ใบหน้าหวานละมุนในภาพสเก็ตช์ แม้จะเป็นเพียงเส้นดินสอคร่าวๆ แต่ก็ยังดูสวยสะดุดตา ความทรงจำเลือนรางในคืนนั้นผุดขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง
หญิงสาวตัวเล็ก ผิวขาว ใบหน้าหวานราวกับตุ๊กตาบาร์บี้ เขาจำได้ถึงแม้มันจะพร่าเลือนเพราะฤทธิ์ยาในคืนนั้นก็ตาม
นิ้วมือของเขาลูบผ่านภาพวาดนั้นช้าๆ ราวกับกำลังสัมผัสตัวจริงของเจ้าของใบหน้า
“ดี ดีมากๆ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเบาๆ เสียงหัวเราะในลำคออย่างพอใจ รอยยิ้มบนใบหน้าดูทั้งน่ากลัวและหมกมุ่นในเวลาเดียวกัน
“ถ้าตามหาไม่เจอตัดคอมันทิ้งซะ” เขาหันไปมองลูกน้องที่ถูกมัดมือไขว้หลัง ใบหน้าบวมช้ำจากการถูกซ้อม สำหรับเขาต้องไม่มีคำว่าพลาด
“ท่านรัฐมนตรีติดต่อมาขอพบคุณเตชินทร์ครับ” ณภัทรเอ่ยขึ้นขณะเดินตามหลังเจ้านายไปตามทางเดินยาวของคฤหาสน์
“พวกบ้าอำนาจยังไม่เลิกคิดจะนำอาวุธเถื่อนเข้ามาอีกเหรอ” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรำคาญ
“พวกเขาย้ำว่าขอพบเจ้านายให้ได้ครับ”
ชายหนุ่มหยุดเดินก่อนจะหันกลับมา สีหน้าหงุดหงิดชัดเจน “กูไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้น”
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เขาแทบไม่ได้เหยียบเข้าไปในบริษัทเลยสักครั้ง ความคิดทั้งหมดของเขามีแต่เรื่องเดียวคือผู้หญิงคนนั้น
“ผมจะไปแจ้งพวกเขาให้ทราบครับ” ณภัทรกำลังจะเดินออกไป แต่เสียงของณัทเตชินทร์ก็เรียกเขาไว้ก่อน
“เดี๋ยวก่อนเอารูปนี้ไปใส่กรอบ” เขาพูดช้าๆ ดวงตาคมยังจับจ้องใบหน้าหวานในภาพไม่วาง
“ถ้าผู้หญิงคนนั้นท้องขึ้นมาจริงๆ กูต้องหาทางกำจัดเด็กมารหัวขนนั่นทิ้ง กูไม่ยอมให้ผู้หญิงคนนั้นรักใครนอกจากกู”
ณภัทรกับศิวะกรชะงักไปเล็กน้อย คำพูดนั้นทำให้ทั้งสองคนถอนหายใจเบาๆ อยากมีความรัก แต่กลับไม่รู้เลยว่าการรักใครสักคนจริงๆ มันต้องทะนุถนอมและปกป้อง ไม่ใช่ครอบครองด้วยความบ้าคลั่งแบบนี้
ไม่มีใครกล้าทำเรื่องแบบนี้หากไม่ใช่ ณัทเตชินทร์ จิรเมธาวัฒน์ ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลอภิมหาเศรษฐีวัยสามสิบเอ็ดปี
เขาเติบโตมาในครอบครัวที่มีอำนาจและเงินทองล้นมือ ถูกเลี้ยงดูด้วยความเข้มงวดและการควบคุมทุกอย่างในชีวิต
ความโดดเดี่ยวในวัยเด็ก และความเจ็บปวดที่ฝั่งลึกในจิตใจทำให้ชายหนุ่มค่อยๆ เติบโตขึ้นมาเป็นคนเย็นชา ไม่ไว้ใจใคร และเชื่อว่าทุกอย่างบนโลกนี้สามารถครอบครองได้ถ้าเขาต้องการมันมากพอ
แม่ของชายกนุ่มเสียชีวิตตั้งแต่เขาอายุเพียงสิบขวบ ผู้หญิงคนนั้นในสายตาของเขา ไม่เคยปกป้องลูกชายของตัวเองเลย ซ้ำยังใช้เขาเป็นเพียงเครื่องมือ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากสามีที่ไม่เคยรักเธอจริง
บ้านที่ควรเป็นที่ปลอดภัยที่สุด กลับเต็มไปด้วยความเกลียดชังและบาดแผลมากมายในใจของเขา
ส่วนผู้เป็นพ่อสุดท้ายก็ตายด้วยน้ำมือของแม่เขา และแม่ก็ตัดสินใจเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองตาม มรดกมหาศาลและอาณาจักรธุรกิจสีเทาทั้งหมดจึงตกมาที่เขา เด็กหนุ่มวัยเพียงสิบกว่าปีต้องก้าวขึ้นมารับช่วงต่อทุกอย่างเพียงลำพัง
โลกที่โหดร้ายบีบให้เขาต้องแข็งแกร่งต้องเย็นชา และต้องโหดเหี้ยมยิ่งกว่าคนอื่น
