CHAPTER 1 จุดเริ่มต้นของความมบังเอิญ
ห้องอาหารสุดหรูบนดาดฟ้าในยามเย็น อากาศพัดเย็นสบาย แสงไฟสีทองสลัวๆ สะท้อนกับท้องฟ้ายามอาทิตย์ลับขอบฟ้า บรรยากาศควรจะโรแมนติกและผ่อนคลาย แต่สำหรับริญชิฎาแล้ว กลับรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่ริมหน้าผา มากกว่าจะมานั่งทานอาหารดีๆ
“เสี่ยครับ นี่ลูกสาวผมเรนนี่ ตอนนี้เรียนใกล้จบแล้ว” รชฏเอ่ยเสียงประจบใบหน้าฝืนยิ้ม อดีตเจ้าของโรงงานที่เคยรุ่งเรือง บัดนี้กลับหมดตัวเพราะหนี้พนันก้อนโต
ชายวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่าเสี่ยยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะเลื่อนสายตามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ สายตานั้นไม่ได้มองแบบผู้ใหญ่เอ็นดูเด็กเลยแม้แต่น้อย
“หนูเรนนี่สวยสมชื่อจริงๆ”
น้ำเสียงชวนขนลุกทำให้ริญชิฎากำมือแน่น เธอรับรู้ได้ถึงสายตาหื่นกระหายที่กวาดมองไปทั่วร่างของเธอราวกับกำลังประเมินสินค้า
“คุณพ่อคะ” หญิงสาวหันไปมองผู้เป็นพ่อ สีหน้าหวังให้เขาพาเธอออกจากสถานการณ์อึดอัดนี้ แต่รชฏกลับหลบสายตา
“เอ่อ พ่อออกไปสูบบุหรี่ก่อนนะ” เขาลุกขึ้นอย่างรีบร้อน ราวกับรอจังหวะนี้มานานแล้ว
“พ่อ...”
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ ร่างของผู้เป็นพ่อก็เดินออกไปจากโต๊ะทันที ทิ้งให้เธอนั่งอยู่ตามลำพังกับเจ้าหนี้ของเขา
“หนูเรนนี่มานั่งใกล้ๆ เสี่ยสิจ๊ะ” ชายวัยกลางคนตบพนักเก้าอี้ข้างตัวเบาๆ พร้อมรอยยิ้มที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกหนาววาบไปทั้งตัว
“เรนนี่นั่งตรงนี้ดีกว่าค่ะ” เธอตอบเสียงแข็งพยายามควบคุมอารมณ์
“อย่าขัดใจเสี่ยดีกว่ามานั่ง!” น้ำเสียงเข้มกดดันจนคนรอบโต๊ะเงียบกริบ
ริญชิฎากัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะจำใจลุกขึ้นไปนั่งตามที่เขาสั่งทันทีที่เธอนั่งลง มือหยาบกร้านก็โอบไหล่ของเธออย่างถือสิทธิ์
“เสี่ย!” เธอสะบัดตัวอย่างตกใจ
“จะดิ้นทำไมรู้ไหมว่าไอ้รัชมันคิดจะทำอะไรกับหนู” เขาหัวเราะหึในลำคอ
“คุณพ่อต้องกลับมา” เธอพูดเสียงสั่น
“โลกสวยเกินไปแล้วหนูรู้ไหม ว่าพ่อของหนูมันไปเร่ขายให้พวกตาแก่หลายคน เสี่ยนี่แหละที่ชิงตัวหนูมาได้”
คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ ไม่เชื่อว่าพ่อที่เธอรักจะทำแบบนี้กับลูกสาวคนเดียว
“ไม่จริงคุณพ่อไม่ทำแบบนั้น” เธอส่ายหน้าน้ำตาเริ่มคลอเบ้าขึ้นมา เสี่ยยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“กว่าจะได้ตัวหนูมา เสี่ยต้องจ่ายเงินไปตั้งเท่าไหร่รู้ไหม”
ริญชิฎานิ่งงันไปทั้งตัวหัวใจเหมือนถูกบีบแน่น เธอไม่อยากเชื่อว่าคนที่เธอเรียกว่าพ่อมาตลอดชีวิต จะกล้าทำแบบนี้กับลูกสาวของตัวเอง
“คุณพ่อเอาเงินเสี่ยมาเท่าไหร่ เรนนี่จะหามาใช้คืนทั้งหมด”
คำพูดของหญิงสาวทำให้เสี่ยหัวเราะลั่น ราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในชีวิต
“ฮ่าๆๆๆ หนูนี่ตลกดีนะ ตายอีกสิบรอบก็ไม่มีปัญญาหาเงินมาคืนหรอก”
“แล้วคุณพ่อติดหนี้เสี่ยเท่าไหร่” เธอกำมือแน่น แม้หัวใจจะสั่นไหวแต่ก็ยังฝืนถามต่อ
ชายวัยกลางคนเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ มองเธอด้วยสายตาประเมินก่อนจะตอบเรียบๆ หญิงสาวคนนี้ถูกใจเขามาก
“สิบห้าล้าน”
ตัวเลขนั้นเหมือนค้อนหนักฟาดลงกลางอกของเธอ “คุณพ่อเอาเงินไปทำอะไร”
เสียงของเธอแผ่วเบา เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอรู้เพียงแค่ว่าโรงงานของครอบครัวล้มละลาย หลังจากนั้นแม่ก็ล้มป่วยและจากไปอย่างรวดเร็ว
“อย่าถามเยอะเลยหนูดื่มไวน์เป็นเพื่อนเสี่ยหน่อย ถ้าหนูยอมเป็นเมียน้อยเสี่ย เสี่ยสัญญาจะเลี้ยงดูหนูเป็นอย่างดีเลย”
“เรนนี่ไม่ต้องการ”
“ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้นะ วันนี้เสี่ยอารมณ์ดีหนูดื่มไวน์หน่อยนะ อย่าขัดใจเสี่ยสิ”
ริญชิฎารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องหงุดหงิดอยากวิ่งออกไปจากที่นี่ แต่คนของเสี่ยกลับยืนคุมซ้ายขวา
“ถ้าเรนนี่ดื่มเสี่ยจะปล่อยให้กลับบ้านใช่ไหม”
“หนูฉลาดมาก เสี่ยจะพากลับบ้านเลย”
หญิงสาวยกแก้วไวน์ขึ้นก่อนจะกระดกดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว แล้ววางมันลงบนโต๊ะเสียงดังเบาๆ รสฝาดของไวน์ไหลผ่านลำคอจนเธอต้องหลับตาลงชั่วครู่ พยายามกลืนความขมขื่นที่ตีขึ้นมา
“เรนนี่กลับก่อนนะคะ” หญิงสาวรีบลุกขึ้นจากโต๊ะทันที ราวกับไม่อยากอยู่ตรงนั้นอีกแม้แต่วินาทีเดียว
“กูไปรอที่โรงแรมนะ คืนนี้หนูเรนนี่ต้องนอนอยู่ใต้ร่างกู” เสี่ยพูดทิ้งท้ายอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะลุกเดินออกไปช้าๆ โดยไม่คิดจะรั้งเธอไว้แม้แต่นิดเดียว
เพราะเขามั่นใจดีว่าเธอหนีไม่รอดยาตัวใหม่ที่ผสมลงไปในไวน์ แทบไม่มีใครต้านทานมันได้
ไม่นานหลังจากนั้น ริญชิฎาก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ ร่างกายคล้ายจะร้อนวูบวาบสลับกับหนาวสั่น แขนขาเริ่มอ่อนแรง เธอพยายามตั้งสติรีบก้าวเดินออกจากห้องอาหารให้เร็วที่สุด
แต่ทุกย่างก้าวกลับหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน เสียงรอบตัวเหมือนอยู่ไกลออกไป ขณะที่กำลังจะเดินไปถึงทางออก เธอก็เหลือบไปเห็นเงาคนบางคนเดินตามหลังมา
หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงทันที เธอรีบกดปุ่มลิฟต์โดยแทบไม่คิดอะไร ขอแค่ได้หนีออกไปจากตรงนี้ก่อน ประตูลิฟต์เปิดออกพอดี ริญชิฎารีบก้าวเข้าไปข้างใน มือสั่นๆ กดปุ่มชั้นหนึ่งโดยไม่ทันดูให้ดีว่ามันคือปุ่มไหน
ณัทเตชินทร์ดึงเนกไทออกจากคออย่างหงุดหงิด ก่อนจะถอดสูทแล้วโยนทิ้งลงบนพื้นโดยไม่คิดจะเก็บ ใบหน้าคมเริ่มแดงจัด ลมหายใจหนักขึ้นเพราะฤทธิ์ยาที่เขาไม่รู้ว่าใครเป็นคนเล่นงาน ชายหนุ่มเสยผมลวกๆ อย่างหัวเสีย
“ออกไปให้หมด” น้ำเสียงเย็นเฉียบทำให้ลูกน้องที่ยืนอยู่รีบก้มศีรษะทันที
“ผมหาผู้หญิงไว้ให้แล้วครับ” ลูกน้องรายงานเสียงเข้ม
ณัทเตชินทร์หลับตาลงครู่หนึ่ง พยายามกดอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย ก่อนจะพูดเสียงต่ำ
“อย่าให้ใครเข้ามารบกวนฉัน”
“ครับ” ไม่นานลูกน้องทุกคนก็ถอยออกไปจากห้อง
ทั้งชั้นของโรงแรมหรูแห่งนี้เป็นพื้นที่ของเขาโดยเฉพาะ ชายหนุ่มกำลังต่อสู้กับฤทธิ์ยาที่แล่นพล่านอยู่ในเลือดของตัวเอง
ริญชิฎาเดินโซซัดโซเซมาตามทางเดินอย่างไร้ทิศทาง สติของเธอพร่าเลือนจนแทบมองอะไรไม่ชัด มือบางเอื้อมไปผลักประตูห้องหนึ่งเข้าไปโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่นคือห้องของใคร
ทันทีที่ประตูเปิดออก เธอก้าวเข้าไปอย่างไม่มั่นคง มือบางรีบยันขอบประตูเอาไว้เพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ล้ม แต่ยังไม่ทันตั้งตัวดีร่างสูงของใครบางคนก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระชากเธอเข้าไปหาอย่างแรง
“อ๊ะ ปล่อยนะ”
เสียงของหญิงสาวสั่นเครือ เมื่อสัมผัสอุ่นร้อนของชายหนุ่มกำลังกดลงมาที่ต้นคอ เธอรวบรวมแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ผลักร่างหนาออกไปสุดแรง
“เล่นตัวทำไมวะ เงินก็จ่ายให้แล้ว”
น้ำเสียงหงุดหงิดของเขาดังขึ้น อารมณ์ที่พลุ่งพล่านทำให้ชายหนุ่มไม่คิดอะไรอีก มือแข็งแรงคว้าร่างบางขึ้นพาดบ่าในพริบตา
“ปล่อยฉันลงนะ! ไอ้แก่” เธอดิ้นเล็กน้อย แต่เรี่ยวแรงแทบไม่เหลือ
เขาเดินตรงเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะโยนเธอลงบนเตียงกว้างอย่างรวดเร็ว แล้วรีบทาบทับตัวลงมาเพื่อไม่ให้หญิงสาวหนี
“อื้อ…อย่า…”
หญิงสาวส่ายหน้าไปมาอย่างสับสน ห้องทั้งห้องมืดสลัวจนเธอมองใบหน้าของเขาไม่ชัด ดวงตาพร่ามัวเพราะฤทธิ์ยาที่แล่นพล่านอยู่ในร่างกาย
ลมหายใจของเธอเริ่มหนักขึ้น ร่างกายร้อนวูบวาบจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้
“ฉันไม่ไหวแล้ว”
เสียงแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปาก ก่อนที่สติของเขาจะค่อยๆ เลือนหายไปอีกครั้ง กลิ่นหอมจากตัวของหญิงสาวทำให้เขาเริ่มคลั่ง
“ปล่อย อ๊ะ” เธอไม่มีเรี่ยวแรงจะขัดขืนเขา
“อืมมม”
“ช่วยด้วยยย อื้ออ” เสียงหวานครางดังไปทั่วทั้งห้องนอนกว้าง สะดุ้งยามที่เขาสัมผัสร่างกายราวกับโดนของร้อนเล่นงาน ใบหน้าสวยตามไรผมมีเหงื่อซึมออกมา
