บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 7

สี่ทุ่มแล้ว และกินอิ่มแล้ว ขนมปังกับใบเฟิร์น พยายามหาทางกลับไปที่หอ คิมหันต์ไปส่งสายรุ้งก่อนหน้าแล้ว ในห้องมีเพียงเหมันต์กับสายลม สายลมจึงเอ่ยลาสองสาว ตอนแรกเขาบอกว่าจะช่วยพาสองสาวกลับหอ แต่ขนมปังบอกว่าไม่เป็นไรเพราะเขาเพิ่งมาอยู่ ยังไม่รู้เส้นทางดีนัก คิมหันต์เปิดประตูเข้ามาทำเอาในห้องสะดุ้ง เฮือก พอหันไปเห็นว่าเป็นคิมหันต์ก็โล่งอก

“ฉันหวังว่าวันนี้อาจารย์แสงดาวจะไม่เข้าไปตรวจหอหญิงนะ” ใบเฟิร์นพูดมาลอย ๆ ทำเอาขนมปังตาโตเดินไปดูปฏิทินที่ติดอยู่ข้างฝา ก่อนจะเบะปาก “ยะ แย่แล้ว วันนี้วันที่ 5 วันตรวจหอประจำเดือน”

“อะไรนะ” ใบเฟิร์นร้องเสียงดัง

“วะ วันนี้วันตรวจหอ” ขนมปังย้ำ หน้าเสีย คิมหันต์เองยังสยองไปด้วย ถ้าตรวจเจอว่ายัยสองคนนี้ไม่อยู่ในห้องนะ มีหวังสองสาวได้นอนห้องมืดยาวแน่ ๆ

เหมันต์ไม่รอช้าลากมือใบเฟิร์นไปอย่างเร็ว “กลับหอ” เสียงเข้ม ๆ ที่ทำเอาใบเฟิร์นหน้าเหรอ

“เธอด้วย” คิมหันต์ลากขนมปังตามไปอีกคน สายลมมองตามงง ๆ ก่อนจะเดินกลับออกไปที่ห้องของตัวเอง

ทั้งสี่คนมาด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ที่หน้าหอ ขนมปังหน้าเหลือแค่ครึ่งนิ้วด้วยความกลัว ตอนนี้หอหญิงวุ่นวายใหญ่เพราะสองสาวหายไป นั่นแสดงว่าอาจารย์แสงดาวต้องรู้แล้วว่าเธอสองคนไม่ได้อยู่ในห้อง

“ทำไงดีล่ะเหมันต์”

“ยังไม่รู้เลย”

“โดนขังห้องมืดแน่ ๆ” ใบเฟิร์นไม่เคยนอนห้องมืดเพราะไม่ค่อยจะทำความผิดอะไร ผิดกับขนมปังมักจะต้องไปนอนเพราะติดร่างแหที่คิมหันต์หว่านมาโดนเธอทุกครั้ง

“ทำไมไม่นึกให้เร็วกว่านี้ห่ะ ! ยัยเฉิ่ม ลืมได้ไงว่าวันนี้เป็นวันตรวจหอ” คิมหันต์หันมาดุขนมปังที่เฟอะฟะลืมไปว่าวันนี้เป็นวันตรวจหอ

“กะ ก็ฉันลืมนี่นา” ขนมปังบอกเสียงสั่นบีบมือเขาแน่น “ทะ ทำไงดีล่ะ”

“จะไปรู้เหรอ”

……………………………………………..

ที่หออาจารย์แสงดาวเดินให้วุ่นพร้อมนักเรียนจำนวนหนึ่งหลังจากที่ตรวจหอแล้วไม่พบขนมปังกับใบเฟิร์นทั้งที่ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว ก่อนที่ทั้งหมดจะถือไฟฉายสาดส่องไปทั่ว หาดูว่าสองสาวไปหลบที่ไหน

“หนูเห็นเขาไปที่หอชายค่ะ”

เอ๋ ใครเป็นคนบอกนะ ทั้งสี่คนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย รู้สึกว่าเสียงคุ้นหูยังไงก็ไม่รู้

“ดี งั้นตามครูไปที่หอชายเดี๋ยวนี้” อาจารย์แสงดาวเดินพรวดพราดไปอย่างเร็ว มีนักเรียนที่ออกมาช่วยกันตามหากลุ่มหนึ่งเดินตามเหมันต์กับคิมหันต์รีบกดหัวสองสาวลงกับพื้น พร้อมกับกดตัวเองหมอบต่ำลงด้วย อาจารย์แสงดาวจึงเดินไปโดยไม่ได้สังเกตเห็นว่ามีคนสี่คนหลบอยู่ที่พุ่มไม้

“กลับไปที่หอให้เร็วที่สุดเลยนะ” เหมันต์สั่ง ใบเฟิร์นจึงจูงมือขนมปังวิ่งเข้าหออย่างเร็ว เหมันต์กับคิมหันต์ซุ่มมองจนเห็นว่าสองสาวเข้าไปในหอหญิงจนปลอดภัยแล้ว ทั้งสองคนจึงหมอบตัวต่ำลง หันหลังเดินกลับหออย่างระมัดระวัง

.............................................................................

“เธอสองคนไปไหนมา” อาจารย์แสงดาวตวาดใส่สองสาวเสียงดังลั่น หลังจากที่ต้องไปเดินตามหาลูกศิษย์จนทั่วหอชาย

“ดะ เดินเล่นค่ะ” นาน ๆ ทีขนมปังจะยอมผิดศีล โกหกสักครั้งอย่างไม่เต็มใจเท่าไรนัก แต่มันก็ช่วยไม่ได้ เธอไม่อยากให้ใบเฟิร์นเดือดร้อน

“อย่ามาโกหกครู หนมปัง” อาจารย์แสงดาวตวาดใส่ จนใบเฟิร์นกับขนมปังสะดุ้ง

“ไม่จริงหรอกค่ะครูหนูเห็นว่าสองคนนี้เขาไปที่หอชาย” สายรุ้งที่กลับมาก่อนอย่างปลอดภัย กำลังยืนใส่ร้ายสองสาวฉอด ๆ ก่อนจะยิ้มเยาะ ใบเฟิร์นกัดฟันด้วยความเจ็บใจ ยายนี่ร้ายนัก น่าเจ็บใจ ไม่น่าปล่อยให้คิมหันต์มาส่งแม่นี่ก่อนเลย

“หนูจะไปหอชายทำไมล่ะคะ ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ หนูสองคนแค่ไปเดินเล่นรอบ ๆ หอ คิดเรื่องงานวันเปิดโรงเรียนเท่านั้นแหละค่ะ” อาจารย์แสงดาวมีสีหน้าอ่อนลงเมื่อพูดถึงงานเปิดโรงเรียนเพราะโดยส่วนตัวอยากให้นักเรียนสนใจงานโรงเรียนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

“แต่ว่าเธอทำให้ครูกับเพื่อน ๆ ของเธอปั่นป่วน” อาจารย์แสงดาวบอกสองสาว “เพราะฉะนั้นเธอต้องทำเวรที่ห้องเรียนแค่สองคนเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์”

“อะไรนะคะ” ใบเฟิร์นร้องขึ้นอย่างหัวเสีย ขนมปังได้แต่ยิ้มแหยๆ เธอชินซะแล้วกับการถูกลงโทษแบบนี้ สายรุ้งมองฮึดฮัดขัดใจอยู่เงียบ ๆ เพราะหวังว่าสองสาวจะโดนขังไว้ในห้องมืดซักสองสามวันแทน

..............................................

“เพราะนาย เพราะนายคนเดียวเลย” ใบเฟิร์นโวยลั่นแต่เช้า เพราะเธอต้องมาทำเวรกับขนมปังแค่สองคนตั้งอาทิตย์นึง

“เธอก็เรียกเหล่าบรรดาผู้ชายแฟนคลับของเธอมาช่วยสิ” คิมหันต์พูดเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร เหมันต์นั่งหน้าเครียดอยู่กับสายลม

“เดี๋ยวฉันช่วย” เหมันต์พูดขึ้น

“มะ ไม่เป็นไรหรอก” ขนมปังปฏิเสธ ก่อนจะหยิบเอาหนังสือขึ้นมาเปิด

“หนังสืออะไรน่ะ” คิมหันต์หันมาถามอย่างสนใจ

“ฉะ ฉันจะดูว่าจะแต่งเป็นผีอะไรได้มั่ง อีกไม่นานจะถึงวันงานแล้ว” ขนมปังพูดก่อนจะเปิดหนังสือดู เพื่อนในห้องหลายคนเดินมาดู รวมทั้งยายหมูกับพัตเตอร์ด้วย

“ดูสิ นี่ผีมัมมี่นี้ก็เข้าท่าเนอะ” ยายหมูพูดอย่างร่าเริง

“ฉันว่าเธอน่าจะแต่งเป็นผีหมูตุ๋นมากกว่านะ” พัตเตอร์แซว ยายหมูเลยฟาดมือหนาอวบเข้าที่กบาลของเขาซะหนึ่งที

“เจ็บนะยัยหมูอ้วน”

“เจ็บก็อย่าพูดมากเดี๋ยวปั๊ด ตบ”

“แล้วเธอแต่งเป็นอะไรดีล่ะ หนมปัง”

“ฉะ ฉันต้องแต่งด้วยเหรอ” ขนมปังทำหน้าแหยง หวังในใจว่าเธอน่าจะรอดพ้นการทำอะไรแบบนี้สักครั้ง

“เอ้า ! ก็ถ้าเธอไม่แต่ง แล้วเธอจะเอาหนังสือมาดูทำไมเล่า” คิมหันต์ถามงงๆ

“กะ ก็ว่าจะเอามาให้นายดู นายต้องแต่งเป็นผีเทพบุตรไม่ใช่เหรอ”

“ให้ฉัน” คิมหันต์ขึ้นเสียงสูง “ไม่ได้เธอต้องแต่งด้วย มานี่ฉันเลือกให้” คิมหันต์พูดพลางแย่งหนังสือมาดู ก่อนที่จะหันมามองหน้าสาวเฉิ่ม “แต่ฉันว่าเธอไม่ต้องแต่งหรอก แค่นี้ก็เหมือนผีจะแย่” เขาว่าก่อนจะหัวเราะเสียงดัง

“ฉะ ฉันยังไม่ตายซักหน่อย”

“แต่เธอน่ะเหมือนตายมาแล้วตั้งนาน ดูสิ หน้าก็โปน ผมก็ยุ่ง” แล้วคนตัวดีก็จับผมสาวน้อยดึงเล่นอย่างคุ้นมือ

“นะ นายอย่ามาจับผมฉันนะ มือนายสกปรก”

“มือฉันสะอาดกว่าหัวยุ่งๆของเธออีก”

“มะ ไม่มีทาง ฉันสระผมทุกวัน” ขนมปังมองคิมหันต์อย่างเคือง ๆ

“ไหนดูซิมีรังแครึเปล่า” ว่าแล้วเขาก็แหวกหัวของหญิงสาวออกดู จนขนมปังร้องลั่น

“ยะ อย่านะไอ้บ้า”

ทุกคนมองขนมปังอย่างสงสารที่โดนคิมหันต์แกล้งมาตั้งแต่เด็กจนโต คิมหันต์เองก็ไม่ยอมแกล้งใคร นอกจากขนมปังคนเดียว

...................................

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel