ตอนที่ 8
เพื่อน ๆ นั่งทำหน้ากากผีอยู่ที่หน้าห้อง ขนมปังกับใบเฟิร์นกำลังทำความสะอาดห้องเรียน โดยมีเหมันต์กับสายลมช่วย ส่วนคิมหันต์ยังไม่กลับจากเฝ้าเทวดาบนสวรรค์ตั้งแต่คาบภาษาอังกฤษ
“คิมหันต์นี่นะ มันน่าจะเอาน้ำถูพื้นสาดซะจริง” ใบเฟิร์นบ่นไปเช็ดกระดานไป
“นะ นั่นสิ” ขนมปังช่วยเสริม ทั้งที่ทำหน้าหวาด ๆ ทำเอาสายลมยิ้มขำ รู้สึกชอบในความเงอะงะที่น่ารักของขนมปังขึ้นมา
“เออนี่แล้วใครจะเป็นตัวแทนห้องลงประกวดคิงกับควีนของหอปีนี้ล่ะ” เสียงของพัตเตอร์ดังลั่นมาจากหน้าห้อง ใบเฟิร์นหันมาขยิบตาให้เหมันต์อย่างรู้กัน ก่อนที่เหมันต์จะเดินไปหาพัตเตอร์ที่กำลังจะเขียนรายชื่อส่ง และลากเพื่อนออกไปที่อื่นแทน
“อะไรนะ ขนมปังกับคิมหันต์เนี่ยนะ” พัตเตอร์ร้องลั่น
“นายจะเสียงดังทำไม” เหมันต์ทำหน้าดุ
“นายโกหกแน่ ๆ โอเคฉันไม่เถียงคิมหันต์ลงสมัครเป็นคิงไม่แปลก แต่ยัยหนมปังเป็นควีนนี่นะ แล้วห้องเราจะมีโอกาสสักกี่เปอร์เซ็นต์”
“ฉันจะทำให้หนมปังป็นควีนของหอให้ได้” เหมันต์พูดยืนยัน แต่พัตเตอร์ยังส่ายหน้า ไม่ยอม
“ก็ให้ใบเฟิร์นเหมือนเดิมแหละดีแล้ว ยังไงยายนั่นก็ได้เป็นแหง ๆ”
“นายก็รู้ว่าถ้าใบเฟิร์นลงปีนี้ ไม่มีคนมาสมัครแน่ ๆ” เหมันต์พูดความจริง เพราะทุกปี ยอดคนสมัครก็น้อยลงเรื่อย ๆ เพราะใบเฟิร์นเองก็เป็นควีนของหอมาห้าปีซ้อน เพราะหน้าตาที่สวยยังกับนางฟ้านั่นเอง
“ก็ดีแล้วไงเราจะ ยัยใบเฟิร์นจะได้ได้ตำแหน่งง่าย ๆ แล้วเราก็ได้คะแนนเพิ่มด้วย นายก็รู้ห้องไหนได้เป็นคิงกับควีน ห้องนั้นจะได้คะแนนจิตพิสัยเพิ่ม”
“ไม่เอา ใบเฟิร์นเขาบอกแล้วว่าปีนี้เขาจะไม่สมัคร”
“งั้นก็คนอื่น ให้ยัยหนมปังไปนะ ให้ยัยหมูไปยังจะดีซะกว่า”
“งั้นนายก็ให้ยัยหมูไป” เหมันต์ขี้เกียจที่จะพูดต่อ จึงหันหลังเดินจ้ำอ้าวออกไป พัตเตอร์ก้มมองใบรายชื่อในมือ ก่อนจะเขียนชื่อคิมหันต์กับขนมปังลงไปอย่างเสียไม่ได้ งานนี้ห้องเขาอดได้คะแนนแหงๆ
…………………………………..
“ตกลงนายจะเข้าชมรมไหนเนี่ย” ใบเฟิร์นบ่นอย่างหงุดหงิดเมื่อคิมหันต์พลิกกระดาษบนบอร์ดไปมาหลายรอบ ไม่ยอมตัดสินใจซักที
“เข้าชมรมอะไรดี” เขาบ่นพึมพำ “พี่เข้าชมรมอะไร” พอคิดไม่ออกจึงหันมาถามพี่ชาย
“ฉันเข้าสภานักเรียน” เหมันต์ตอบคำถามที่ทำเอาคิมหันต์ถึงกับเบ้หน้า สภานักเรียน เขายังไม่พร้อมจะรับใช้ประชาชนขนาดนั้น
“แล้วเธอล่ะใบเฟิร์น”
“สภานักเรียน เหมือนกัน”
“เธอกับพี่นี่นะ คิดอะไรเหมือนกันแทบทุกเรื่อง” คิมหันต์บ่น แล้วก็พลิกดูกระดาษบนบอร์ดต่อ อย่างเซ็งๆ น่าเบื่อชะมัด ไม่มีชมรมอะไรแปลกใหม่บ้างหรือไง ว่าแล้วเจ้าตัวก็หลับตา ก่อนจะพึมพำๆ แล้วใช้ปากกาจิ้มไปที่กระดาษ
ปึก!!!
ชมรมอาสาพัฒนา
เอาวะ เอาก็เอา อาสาพัฒนา แล้วคิมหันต์ก็เขียนอย่างรวดเร็วลงไปที่ใบสมัครชมรม ก่อนจะหันมามองดูขนมปังที่กำลังตัดสินใจว่าระหว่างคหกรรมกับชงชาเธอจะเข้าอันไหนดี แต่ยังไม่ทันคิดได้ พ่อคนตัวดีก็ไม่รอช้าแย่งใบสมัครไปจากมือ ก่อนที่จะเขียนลงไปอย่างเร็ว
ชมรมอาสาพัฒนา
“นะ นายทำอะไรน่ะ” ขนมปังถามเสียงหลง เธอไม่ได้อยากจะลงชมรมอาสาพัฒนาสักหน่อย
“คิดอะไรนานนักหนา เธออยู่ชมรมเดียวกับฉันนี่แหละ” คิมหันต์ยื่นใบสมัครกลับให้ ขนมปังจึงหยิบเอาลิขวิดขึ้นมาทำท่าจะหลบ คิมหันต์เห็นดังนั้นเลยแย่งใบสมัครไปทันที ก่อนที่จะวิ่งไปที่ส่งใบสมัครที่ห้องวิชาการ ขนมปังรีบวิ่งตาม
“อะ ไอ้บ้า เอาคืนมานะ” เสียงร้องลั่นของขนมปังไม่เป็นผลอะไรเลย นอกจากจะเรียกสายตาของคนในโรงเรียนให้หันมามองยัยเฉิ่มที่วิ่งตะโกนตะกุกตะกัก ดูน่าหัวเราะเท่านั้น
..............................................................................
อีกสองวันจะถึงงานเปิดโรงเรียน ม.6ห้องเอ เหมันต์กับใบเฟิร์นกำลังเตรียมงานในโรงยิมกันอย่างขะมักเขม้น การทำโรงยิมให้เป็นบ้านผีสิงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ คิมหันต์ตอกตะปูอยู่ที่มุมหนึ่งพลางบ่นให้เพื่อน ๆ ฟังว่าสายรุ้งแฟนของเขาต้องเตรียมงานเลยมาเป็นกำลังใจให้เขาไม่ได้ เพื่อน ๆ หลายคนทำหน้าเบื่อ ๆ อยากจะบอกมันเหลือเกินว่า
ไม่มีใครถามซักนิด จะเล่าทำไม
เหมันต์เองก็กำลังขึงผ้าทำเป็นห้องผีสิง โดยมีใบเฟิร์นกับพัตเตอร์กำลังช่วย ส่วนขนมปังกับสายลมกำลังทาสีฝาผนังให้ดูเป็นสีทึม ๆ น่ากลัว ๆ แล้วเดี๋ยวพอถึงวันงานโรงยิมอันกว้างขวางก็จะกลายเป็นบ้านผีสิงไปโดยสวยงาม
“ยายเฉิ่ม ยายเฉิ่ม” เสียงร้องเรียกของคิมหันต์ที่ดังลั่นมาจากอีกฟากของโรงยิม ขนมปังหันไปตามเสียงก็เห็นพ่อคนเรื่องมากกำลังกวักมือเรียกเธอหยอย ๆ ขนมปังถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะวางแปรงทาสีลงบนกระป๋องสี และหันมาบอกสายลม
“ฉะ ฉันไปหาไอ้บ้านั่นก่อนะ เดี๋ยวจะมาช่วยทาต่อ”
คิมหันต์ยิ้มแป้นเมื่อขนมปังเดินมาหา
“ระ เรียกทำไม”
“ช่วยฉันตอกตะปูหน่อย” เขาบอกหน้าตาเฉย
“นะ นายจะบ้าเหรอ” ขนมปังทำหน้าแหย คิมหันต์ดึงมือเธอมานั่งลงข้าง ๆ
“นี่ดูนะ ฉันจะจับตะปูไว้ แล้วเธอตอก โอเค” เขาพูดเหมือนเป็นเรื่องง่าย ขนมปังพยักหน้าไปตามเรื่องตามราว ก่อนจะทำหน้าแหยง ๆ เมื่อเขายัดค้อนใส่ในมือ แล้วจับตะปูไว้ “อ่ะ ตอก”
โป้กกกกก!!!
ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกก !!!!~
คิมหันต์ร้องลั่นเมื่อขนมปังฟาดค้อนโดนมือเขาเต็มทำเอาชายหนุ่มร้องลั่นโรงยิม เพื่อน ๆ รีบวิ่งเข้ามาดู สาวเฉิ่มทำหน้าแหย เมื่อเห็นว่ามือของเขามีเลือดไหลออกมาด้วย คิมหันต์เจ็บนิ้วจนหน้าเบี้ยว
“เป็นอะไรคิมหันต์” เหมันต์วิ่งมาดูด้วยความเป็นห่วง
“ก็ยัยเฉิ่มเนี่ย ตอกตะปูโดนนิ้วฉัน” คิมหันต์โอดครวญ มือกุมนิ้วที่ยังเลือดไหลไม่หยุด
“กะ ก็ฉันตอกไม่เป็นนี่นา”
ใบเฟิร์นมองคิมหันต์อย่างสมน้ำหน้า จะเรียกเขามาแกล้ง แต่ตัวเองกลับโดนซะเอง
“อ่ะ นี่กล่องยา หนมปัง เธอเอาไปทำแผลให้คิมหันต์ซะ” เพื่อนสาวในห้องยื่นมาให้ ขนมปังรับมาอย่างเสียไม่ได้ ก่อนที่เพื่อน ๆ จะสลายตัวกันไปทำงานต่อ ขนมปังเปิดกล่องยาหยิบแอลกอฮอลล์ออกมา
“ยะ ยื่นมือมาสิ ฉันจะล้างแผลให้” คิมหันต์ยื่นมือให้ ขนมปังเลยเทแอลกอฮอล์พรวดลงไป
“อ้ากกกกกกกกกกกกกก!” เสียงร้องที่ดังลั่นของคิมหันต์ทำเอาขนมปังตกใจ ตาโต เงอะงะ ทำอะไรไม่ถูก “เธอจะฆ่าฉันหรือไงยัยเฉิ่ม เช็ดออกเร็ว ๆ” คิมหันต์แสบจนแทบจะทนไม่ไหว ขนมปังรีบเช็ดแอลกอฮอล์ออกอย่างเร็ว “เอายาแดงใส่สิ” เขาสั่ง เธอได้แต่พยักหัวปลก ๆ แล้วก็ทำตาม
พัตเตอร์วิ่งกระหืดกระหอบ พร้อมถุงใบใหญ่ในมือ ก่อนจะโยนไปให้คิมหันต์
“เฮ้ย อะไรเนี่ย” เขาร้องถามเมื่ออยู่ดี ๆ เพื่อนก็โยนเอาถุงใบเบ้อเริ่มมาให้ แถมมันก็หนักมากซะด้วย
“ขนมและก็ของที่บรรดาแฟนคลับของนายฝากมาให้นะสิ หนักเป็นบ้า” พัตเตอร์บ่นอย่างหัวเสีย คิมหันต์เปิดถุงออกดูมีทั้งช็อกโกแลต ขนมหวาน น้ำอัดลม ดอกไม้ เยอะแยะไปหมด
“แล้วเนี่ย ฉันต้องล็อกประตูโรงยิมไว้เลยนะ ข้างนอกน่ะ ทั้งแฟนคลับนาย แฟนคลับเหมันต์แล้วก็ใบเฟิร์นมาเต็มไปหมด อ้างว่าจะมาช่วยนายทำงาน” พัตเตอร์เล่าต่อ ขนมปังหันไปมองทางเหมันต์กับใบเฟิร์นที่ได้ถุงใหญ่มาหลายถุงทีเดียว หญิงสาวทำหน้าแหยๆ
“อ่ะ ยัยเฉิ่ม กินสิ ขนมเยอะแยะ” คิมหันต์ยื่นขนมมาให้ ขนมปังรับมาก่อนจะแกะและเอาใส่ปากพลางทำหน้าแหย ๆ
“วะ หวาน ไม่อร่อยเลย”
“เรื่องมากจริง อุตส่าห์แบ่งให้”
“ฉะ ฉันไม่ชอบกินหวานนี่นา”
“ก็นั่นแหละ ฉันถึงว่าเธอเรื่องมาก” เขาบ่น ก่อนจะรื้อดูในถุง หยิบเอาขนมบางอันขึ้นมากิน ขนมปังชะโงกหน้าเข้ามาดูบ้างว่ามีอะไร หัวเลยไปโขกเข้ากับหัวของคิมหันต์
โป้กกก!!
“โอ้ยยยยยยย! ยัยเฉิ่มเอ้ย ทำอะไรดูหน่อยสิ” เขาบ่นก่อนจะเอามือกุมหัวลูบป้อย ทำหน้าดุใส่ขนมปัง
“ฉะ ฉันขอโทษนะ” ขนมปังหน้าเจื่อนไปทันที ไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งเขาแม้แต่น้อย คิมหันต์ผลักหัวเธอเบา ๆ
“ทำอะไรไม่ดูอยู่เรื่อย” เขานั่งนิ่งอยู่สักพักก็ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ “มานี่มะ” คิมหันต์ลากมือของขนมปังที่เดินตามเขาไปอย่างงง ๆ
“นะ นายจะไปไหน”
“ไปหาอะไรสนุก ๆ ทำ ฉันเบื่อตอกตะปูจะแย่” คิมหันต์ลากขนมปังมาจนถึงชั้นสองของโรงยิม ก่อนที่เขาจะเดินไปชะโงกดูที่หน้าต่าง ด้านล่าง เหล่าบรรดาแฟนคลับหลายคนยังจับกลุ่มไม่ยอมไปไหน ทั้งผู้หญิงที่เป็นแฟนคลับของคิมหันต์กับเหมันต์ และผู้ชายที่เป็นแฟนคลับของใบเฟิร์น คิมหันต์แยกเขี้ยวเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหยิบของออกมาจากกระเป๋า ขนมปังทำตาโตเมื่อเห็นว่าเป็นประทัดพวงเบ้อเริ่ม ทำไมเขาพกอะไรบ้า ๆ ที่ชาวบ้านชาวเมืองไม่พกอยู่เรื่อยเลยนะ
“นะ นายจะฆ่าคนเหรอ”
“จะบ้าเหรอ แค่จะไล่เจ้าพวกบ้าข้างล่างเท่านั้นแหละ”
“ทะ ทำไมล่ะ ถ้านายโยนลงไป นายอาจจะโดนไปขังห้องมืดก็ได้นะ”
“ถ้าเธอพูดมาก เธอต้องได้ไปนอนห้องมืดกับฉันแน่”
“มะ ไม่ล่ะ ฉันกลับดีกว่า” ร่างบางทำท่าวิ่งหนี แต่ช้ากว่าคนตัวโตที่กระโดดตะครุบตัวเธอไว้ได้
“ฮ่า ฮ่า ยัยเฉิ่ม ไม่ต้องหนีเลย เธออยู่นี่แหละ” แล้วคิมหันต์ก็ลากข้อมือของขนมปังมาที่หน้าต่างก่อนจะล็อกตัวเธอไว้ แล้วเขาก็หยิบประทัดขึ้นมาจุด ขนมปังทำตาโตดิ้นขลุกขลัก หน้าซีดเผือด คิมหันต์โยนประทัดไปไกลเล็กน้อย และประทัดก็ร่วงละลิ่วลงพื้น
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!!!!!! ปัง ปัง ปัง!!!!!!!
คนที่อยู่ข้างล่างแตกฮือเหมือนมดแตกรัง ร้องตะโกนโวยวายกันใหญ่
“กรี๊ด! ใครโยนอะไรลงมา”
“ว้าย!...ตายแล้ว”
“เฮ้ย! หนีเร็วระเบิดลง”
“ว้าก! แย่แล้ว เสื้อฉันไหม้เลย”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงคนตัวแสบหัวเราะอย่างบ้าคลั่งด้วยความชอบใจ เมื่อเห็นความวุ่นวายข้างนอก พวกที่อยู่ในโรงยิมยังต้องเปิดประตูออกมาดู ขนมปังมองคนตัวดีอย่างเคืองๆ ก่อนจะสะบัดตัวออกมาแล้วเดินดุ่ม ๆ ไป
“จะไปไหน ยายเฉิ่ม” คิมหันต์เดินตามมาคว้าแขนไว้ได้ ยัยนี่อะไร ก็เดินหนีอยู่นั่นแหละ
“นะนายมันคนไม่ดี ฉันไม่คบคนไม่ดี”
“หนอย เธอกล้าพูดกับฉันอย่างนี้เหรอ”
“ฉะ ฉันจะไปช่วยสายลมทาสี” ขนมปังหันหลังจะเดินไป คิมหันต์ดึงลากเธอมาที่เก้าอี้ในโรงยิม ล็อกไว้แน่น ล้วงเอาปากกาเมจิกสีแดงออกมา ยิ้มเผล่
“ฉันไม่ให้ไปหรอก มานี่เลยยัยเฉิ่ม เธอน่ะ มันต้องแต่งหน้าซะบ้าง เดี๋ยวจะไม่ได้เป็นควีนของหอปีนี้” แม้ขนมปังจะดิ้นขลุกขลักก็ไม่เป็นผล คิมหันต์เอาปากกาวาดหน้าของเธอเป็นรูปแมวใส่หนวด ใส่ตาที่สาม ไม่นานหน้าของขนมปังที่ไม่ค่อยน่าดูอยู่แล้ว ยิ่งดูไม่ได้เข้าไปใหญ่ คิมหันต์หัวเราะเสียงดัง ด้วยความตลก ขนมปังหน้าง้ำทำท่าเหมือนจะร้องไห้
“นะ นายมันนิสัยไม่ดี” แล้วขนมปังก็ร้องไห้ออกมา ทำเอาคิมหันต์หน้าเหวอไปทันที
“เฮ้ย นี่ร้องไห้ทำไมเนี่ย”
“กะ ก็นายแกล้งฉัน ฮือ ฮือ” ขนมปังร้องไห้โฮออกมาลอตใหญ่ คิมหันต์หน้าเสีย ไม่รู้จะทำยังไง
“นี่ ยัยเฉิ่ม เงียบเลย ฉันไม่ชอบฟังเสียงผู้หญิงร้องไห้มันน่ารำคาญ”
“ฮือ ฮือ” นอกจาจะไม่หยุดร้องแล้วขนมปังยังร้องเสียงดังขึ้นไปอีก
“ทำไงจะเงียบเนี่ย บอกมาซิ ฉันยอมทำตามเธอทุกอย่างเลยเอ้า เงียบเร็ว ๆ เดี๋ยวไอ้พี่บ้ากับยัยใบเฟิร์นก็มาแหกอกฉันพอดี”
“ฮือ อือ ฮือ” คิมหันต์เกาหัวแกรก ๆ ไม่รู้จะทำยังไง สุดท้ายเลยจำต้องโพล่งออกไป
“เอางี้ก็ได้ ฉันให้เธอเขียนหน้าฉันคืนก็ได้” เขาพูดออกมาในที่สุด
