บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4

ถึงจะไม่ชอบขี้หน้าเพราะอีกฝ่ายเป็นคนดีที่คนรักของเขาเอ่ยปากชมบ่อย ๆ แต่พอคิมหันต์รู้เรื่องที่สายลมถูกทำร้ายในวันรุ่งขึ้นก็ฮึดฮัดไม่พอใจ ถึงจะเกลียดขี้หน้ากันบ้าง ขวางกันบ้าง แต่สายลมก็ถือว่าเป็นเพื่อนของเขา

“บอกพ่อจ้างคนไปถล่มบ้านมันเลยมั้ย” คิมหันต์สะกิดขอความเห็นจากเหมันต์

“แกมันดูละครมากไป” เหมันต์มองฝาแฝดร่วมท้องแม่เดียวกันด้วยความระอา

“จะ เจ็บมากเลยสินะสายลม” ขนมปังถามด้วยความเป็นห่วง ทำท่าจะแตะแผลที่แขน คิมหันต์รีบตีมือเธอเอาไว้ มองตาขวาง

“เอายังไงดี ฉันไม่ปล่อยไว้แน่ ไอ้พวกนี้มันต้องจัดการ”

“ที่จะจัดการเนี่ย เพราะโกรธที่เขามาทำสายลมหรือหาเรื่องสนุก ๆ ทำ” ใบเฟิร์นดักอย่างรู้ทัน

“ทั้งสองอย่างแหละ” คิมหันต์ตอบตามตรง คนอย่างเขาไม่ต้องตอบอะไรสงวนท่าทีอยู่แล้ว

“ถะ ถ้านายทำอะไรรุนแรง แล้วพวกนั้นไม่ยอม ก็ต้องกลับมาทำร้ายสายลมกับยัยหมูแน่ ก็จะกลายเป็นทำร้ายกันไปมานะ”

เรื่องนี้ทุกคนเองก็เห็นด้วย

“เป็นเพราะฉันแท้ ๆ เลย” ยัยหมูพูดเสียงเศร้า “ถ้าฉันไม่ลดน้ำหนัก พวกนั้นคงไม่มายุ่งกับฉัน”

“เพ้อเจ้อ” คิมหันต์พูดขึ้นก่อนคนแรก “คนมันจะอันธพาล เธอจะอ้วนจะผอมมันก็อันธพาลทั้งนั้นแหละ ไม่ทำกับเธอก็ไปทำกับคนอื่น พวกนี้ต้องสั่งสอนให้เข็ด”

นาน ๆ ทีทุกคนจะอึ้งที่คิมหันต์พูดได้ดี

“พวกนั้นคงไม่พอใจที่ฉันห้ามเธอไม่ให้ไอดีไลน์ไป ฉันอาจจะพูดไม่ดีเท่าไหร่ เลยทำให้พวกนั้นเจ็บแค้นแหละ เธออย่าคิดมากเลยยัยหมู เรื่องนี้เดี๋ยวพวกฉันจัดการให้” น้ำเสียงปลอบใจของสายลมอ่อนโยนจนยัยหมูรู้สึกดีขึ้น “เธอผอมน่ะดีแล้ว มันดีต่อสุขภาพด้วยนะ”

“ฉันจะพยายามคิดอย่างนั้น” ยัยหมูยิ้มเศร้า

สายลมรู้ในทันที ยัยหมูยังไม่มั่นใจกับการเปลี่ยนแปลงของตัวเองเท่าไหร่นัก

……………………………………..

ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไร ดูเหมือนว่าพวกอันธพาลจะไม่หยุดง่าย ๆ วันรุ่งขึ้นก็มีภาพยัยหมูสมัยที่ยังอ้วนติดอยู่เต็มบอร์ดหน้าห้องประชุมของคณะนิเทศศาสตร์ ทั้งยังมีคำพูดเยาะเย้ยเต็มไปหมด สายลมที่ได้รับโทรศัพท์พร้อมเสียงร้องห่มร้องไห้รีบมาที่คณะนิเทศศาสตร์ เห็นยัยหมูนั่งร้องไห้ตัวสั่น

“ไปที่อื่นก่อนเถอะ” เขาประคองยัยหมูหนีไปจากสายตาที่มองไปด้วยความสงสัยนั้น

ยัยหมูยังร้องไห้ไม่ยอมหยุด สายลมปล่อยให้ร้องอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะสบายใจขึ้น

ยัยหมูร้องไห้อยู่นาน เกือบครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้

“สายลม” ยัยหมูเรียกเพื่อนเสียงสั่น

“โอเคขึ้นหรือยัง” น้ำเสียงของสายลมอ่อนโยน

ยัยหมูสะอื้นฮักแล้วบอกออกไปว่า

“ฉันไม่อยากเรียนที่นี่แล้ว”

“พักก่อนมั๊ย เดี๋ยวฉันคุยกับอาจารย์ให้”

“มีแต่คนมองฉันด้วยสายตาประหลาดเต็มไปหมด”

“แล้ว”

“พวกเขาต้องคิดว่าฉัน…..”

“ว่า….” สายลมรอฟังด้วยใจจดจ่อ

“เคยอ้วน”

“อ๋อ อือ ก็ใช่ ก็เมื่อก่อนเธออ้วน แล้วเธอก็ไปลดความอ้วนมา แล้วเธอก็ผอม แล้วยังไงต่อ” เขาพูดไปตามที่คิด

“เขาต้องรู้ว่าฉันเคยอ้วน เคยเป็นยัยหมูตอน”

“ก็ใช่ไง” สายลมพยักหน้าหงึกหงัก

ยัยหมูชะงัก พลันความรู้สึกประหลาดก็กระทบใจวูบใหญ่ ตระหนักได้ว่ามันก็คือความจริงทั้งนั้น แล้วตอนที่เธออ้วนมันก็ไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายอะไร เพื่อน ๆ ก็รักเธอดี แม้ตอนเธอผอมตอนนี้เพื่อน ๆ ทุกคนก็ยังเป็นห่วงเป็นใยเธออย่างดี

“ก็เธอเคยอ้วนจริง ๆ นี่ แต่เธอก็เก่งมากเลยที่เอาชนะใจตัวเอง จนผอม ส่วนหนึ่งเพราะเธออยากเล่นละครเวที แล้วไม่อยากได้รับแต่บทตลกใช่มั้ยล่ะ เธอคิดว่าถ้าเธอผอม เธอจะได้มีโอกาสเลือกบทได้มากขึ้น เธอมุ่งมั่นแล้วก็พยายามอย่างเต็มที่ เธอทำได้ดีมาก ๆ เลย ถ้าฉันเป็นผู้หญิง ฉันคงมีเธอเป็นไอดอล”

เรื่องที่สายลมพูดมานั้นจริงทั้งหมด เขารู้เรื่องที่เพื่อนอยากเล่นละครหลาย ๆ บทจึงตั้งใจลดน้ำหนักมาจากขนมปัง การลดน้ำหนักจนสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มีคนอีกมากมายที่ไม่สามารถทำได้ แต่ยัยหมูก็พยายามจนสำเร็จ

“แต่เพราะฉันเป็นแบบนี้ นายถึง….” ยัยหมูยังเสียใจเรื่องนี้

“ก็ดีกว่าที่เธอให้ไอดีไลน์พวกรุ่นพี่นิสัยไม่ดีนั่นไป เธอคิดสิว่า ถ้าไอดีไลน์เธอไปอยู่ในมือพวกนั้น ฉันจะรู้สึกแย่ขนาดไหนที่ไม่ปกป้องเพื่อนเลย”

“นายไม่โกรธเหรอที่ฉันทำให้นายเจ็บตัว”

“คนเรามันก็ต้องมีเหตุการณ์ตื่นเต้นบ้างแหละเนอะ” สายลมพูดเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดา “เธอไม่ต้องคิดมาก ถ้าตัดสินใจแล้วว่าจะลดความอ้วน ก็ต้องมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเลือก ถ้าไม่มั่นใจก็กินเยอะ ๆ จะได้กลับไปอ้วนเหมือนเดิม ไม่ว่าจะอ้วนหรือผอม ความมั่นใจในความเป็นเราสำคัญที่สุดเลยนะ”

เป็นครั้งแรกที่ยัยหมูรู้สึกมั่นใจกับการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของตัวเอง คำพูดของสายลมช่วยสร้างกำลังใจ แล้วเขายังจะปกป้องเธออีก

“อีกไม่นานจะถึงวันคัดเลือดนักแสดงละครเวทีประจำปีของมหาวิทยาลัย เธอพิสูจน์ไปเลยว่า เธอทำได้”

“แล้วถ้าฉันพลาด”

“ก็พลาดไง”

สายลมหัวเราะเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดา “ฉันเป็นแฟนกับหนมปังก่อน ยังพลาดให้ไอ้บ้าคิมหันต์มันเอาไปเลย คิดดูสิ ! แต่ก็นั่นแหละ ฉันก็มั่นใจในความเป็นฉันนะ ยังไงวันนึงฉันก็ต้องเจอคนดี ๆ ที่รักฉันแน่”

“นายต้องเจอ เจอแน่ ๆ”

ยัยหมูพึมพำวนเวียนอยู่อย่างนั้น แล้วก็รู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเต้นแรงผิดปกติ

………………………………………………..

กอไม้ไหวเบา ๆ เมื่อคนที่หลบอยู่หลังพุ่มไม้รู้สึกคันจนต้องเกาแขน ขนมปังหน้าแหยเต็มที เมื่อแผนการที่วางไว้ต้องรอเวลาอีกนิด แต่เพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงคนเดินมา ขนมปังกับคิมหันต์หลบวูบลง ก่อนที่เหมันต์กับใบเฟิร์นจะออกมาจากที่ซ่อนดำเนินการตามแผน

“เหมันต์เดินเร็ว ๆ สิ”

“จะรีบไปไหนน่ะใบเฟิร์น”

“ก็ตรงนี้มันน่ากลัว มืดแล้วด้วย เดี๋ยวผีนักศึกษาผู้ชายก็โผล่มาหรอก”

“ผีนักศึกษาผู้ชาย” เหมันต์ร้องเสียงดัง จนพวกรุ่นพี่ที่กำลังจะเดินสวนไปถึงกับชะงัก

“ก็เมื่อไม่กี่วันก่อนมีนักศึกษาผู้ชายโดนซ้อมแล้วตายตรงนี้”

“เฮ้ย ! จริงเหรอ”

“จริง เขาว่าญาติไปแจ้งความแล้ว กำลังตามสืบจากกล้องวงจรปิด แล้วมีคนเห็นวิญญาณป้วนเปี้ยน ๆ อยู่แถวนี้ วันก่อนตำรวจยังมาหาหลักฐาน ตอนนี้เขาสอบปากคำคนที่เห็นเหตุการณ์ด้วยนะ เห็นบอกว่าเป็นพวกนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเนี่ยแหละ เขาบอกว่าถ้าไม่สารภาพก่อนโดนหนักแน่ ทั้งผีทั้งตำรวจ ไม่เหลือทั้งก๊ก แต่ช่างเถอะ เราไม่ได้ทำไม่ต้องสนใจ พวกคนไม่ดีเดี๋ยวก็เจอดีเองแหละ ไปเถอะ ไปเร็ว”

ใบเฟิร์นจูงเหมันต์เดินหนีไปด้วยความรวดเร็ว ทำท่าลูบแขนเหมือนขนลุกเสียเต็มประดา

คิมหันต์กับขนมปังที่อยู่หลังพุ่มไม้ เขย่ากอไม้เบา ๆ

“เฮ้ย !” หนึ่งในรุ่นพี่ที่ก่อเรื่องหน้าซีดหน้าเซียวเพราะเข้าใจว่าคนที่ตัวเองรุมทำร้ายไปเมื่อหลายวันก่อนด้วยความหมั่นไส้ถึงกับเสียชีวิต แล้วไอ้กอไม้บ้านี่ยังสะบัดไปสะบัดมาอีก

“พวกมึงทำยังไงดีวะ มันตายเลยนะเว้ย กูบอกมึงแล้วไง ว่าแค่ผู้หญิงไม่ให้ไอดีไลน์มึงถึงกับไปกระทืบมัน”

“กูเตะเบา ๆ เองนะเว้ย”

“เออ แต่มันตายไง นี่ถ้าเป็นคดีมาหมดอนาคตกันแน่ โธ่เว้ย ! ฉิบหายแน่งานนี้”

“ทำยังไงดีวะ หรือเราจะไปสารภาพ โทษหนักจะได้เป็นเบา”

“แม่ง เพราะมึงแท้ ๆ เลย”

“ก็กูหมั่นไส้ไอ้ห่านั่น แม่งทำเป็นว่ากูขี้ขลาดต่อหน้าผู้หญิง”

“แล้วนี่พวกเรายังไปติดรูปประจานน้องผู้หญิงออก”

“อิอิอิอิอิอิ” เสียงแหลมแหวกอากาศทำเอารุ่นพี่ที่กำลังจับกลุ่มคุยกันถึงกับชะงัก เงียบเสียงลงฉับพลัน ต่างคนต่างกลอกตามองซ้ายมองขวา ระแวงไปหมด

“สะเสียงใครหัวเราะวะ”

“อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ”

อย่างฃว่าแต่พวกรุ่นพี่เลย คิมพันต์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ขนมปังที่กำลังทำเสียงหัวเราะเองยังขนลุก แฟนเขานี่เวลาจะหลอนก็หลอนได้ใจจริง ๆ

“พวกมึงเองเหรอที่ทำร้ายเพื่อนกู”

คิมหันต์โผล่พรวดจากพุ่งไม้ในสภาพผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ชุดนักศึกษาเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด กระโจนเข้าไปในกลุ่มรุ่นพี่ที่แตกฮือตาเหลือกลานด้วยความกลัว

“อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ” ขนมปังโผล่ตามออกมาในสภาพผมปรกหน้า ท่ามกลางความมืด เธอเอียงคอเหมือนผีคอหัก แล้วพุ่งเร็ว ๆ ไปหาพวกรุ่นพี่ที่กลัวจนฉี่แทบราด

“ถ้าพวกมึงไม่สารภาพ เตรียมตายเหมือนกูได้เลย”

“ช่วยด้วย ! ช่วยพวกกูด้วย ช่วยด้วย”

เสียงร้องโหยหวนของพวกรุ่นพี่ดังไปทั่ว ใบเฟิร์นหัวเราะคิกคัก สาแก่ใจนัก เห็นพวกอันธพาลวิ่งล้มลุกคลุกคลานแล้วก็สะใจ เหมันต์เหล่ตามองเจ้าของแผนการแล้วก็กระตุกยิ้มมุมปาก

“บอกแล้วว่าเรื่องหลอน ๆ ไว้ใจยัยหนมปังได้เลย” ใบเฟิร์นกระซิบเบา ๆ แล้วปิดปากหัวเราะต่อ

…………………………………………………

“อ้อพวกเธอเองเหรอที่เอารูปพวกนี้มาติดที่บอร์ด” เสียงอาจารย์ประจำคณะดังแหวกฝูงชนเข้ามาในกลุ่มรุ่นพี่ที่กำลังแกะรูปภาพของยัยหมูที่ถูกติดประจานเรื่องความอ้วนสมัยก่อนเอาไว้ออกมือไม้สั่น “อาจารย์กำลังตามหาตัวพอดีเลย นี่ก็ว่าจะไปขอดูกล้องวงจรปิด”

พวกรุ่นพี่หน้าเสีย สภาพเหมือนคนอดนอนมาทั้งคืน เพราะความกลัวทั้งโทษทั้งผี เลยตกลงกันว่าจะมาแกะบอร์ดออกก่อนแล้วจะไปมอบตัวเรื่องทำร้ายร่างกายจนถึงตาย

คราวนี้ได้หมดอนาคตแน่ !

“เป็นรุ่นพี่แต่ทำตัวเลวร้ายแบบนี้ แกะภาพที่บอร์ดแล้ว ตามไปพบอาจารย์ที่ห้องด้วย เรามีเรื่องใหญ่ที่ต้องคุยกันอีกเรื่อง”

คิมหันต์ เหมันต์ ขนมปัง และใบเฟิร์นหัวเราะกันคิกคัก อดไม่ได้ที่จะเปรยขึ้นเบา ๆ

“เฮ้อ ! ปีไหนพอศอไหนแล้ว ใครเขาล้อเลียนเรื่องรูปร่างกัน ทำตัวเช๊ย ! เชย แบบนี้ ไม่น่าเรียนมาจนเป็นรุ่นพี่เลยนะ” ใบเฟิร์นพูดแล้วก็ดึงมือเหมันต์เดินหนีไปพร้อมความสะใจ

ขนมปังเงยหน้าขึ้นมองคิมหันต์ “ยะ อยากพูดเสียงดังอย่างนั้นบ้าง”

“พูดสิ” คิมหันต์ว่า

“อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ”

“เธอหยุดเดี๋ยวนี้เลย” คิมหันต์โวยวายเพราะหลอนจนขนลุกไปหมด

…………………………………………..

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel