บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2

“จะไปไหนน่ะ” เหมันต์ที่เดินมาเอ่ยถามขนมปังกับใบเฟิร์นที่กำลังเดินออกมาจากทางหอหญิง ใบเฟิร์นหยุดมองเหมันต์แวบหนึ่งก่อนจะตอบ

“ไปหาอะไรกินนอกโรงเรียนหน่อยนะ”

“เธอจะไปกับยัยเฉิ่มเนี่ยนะ เดี๋ยวก็ทำเอานักเรียนทั้งโรงเรียนเสียสายตาพอดี” คิมหันต์พูดอย่างกับเป็นเรื่องตลก

“ ถะ ถ้านายไม่พูด ฉันก็ไม่ว่านายเป็นใบ้หรอกนะ” ขนมปังพูดทั้งที่ทำท่าทางหวาดกลัว แต่ปากกลับพูดว่าออกไปสวนทางกลับท่าทางคนละทิศละทาง คิมหันต์หันมาแยกเขี้ยวใส่

“เธอนี่นะ ปากไม่ได้เรื่องจริง ๆ” คิมหันต์หันมามองขนมปังที่ทำผมเป็นมวยอยู่ข้างหลังแล้วก็ต้องรู้สึกหงุดหงิดกับทรงผมมวยยุ่ง ๆ ของเธอ เขาเดินเข้ามาหา ล็อกตัวหญิงสาวไว้ ขนมปังหน้าเหวอตกใจ ดิ้นขลุกขลักเพื่อพาตัวเองหนี

“นะ นายจะทำอะไร” ขนมปังถามเสียงสั่นตะกุกตะกัก คิมหันต์ไม่สนใจ ออกแรงดึงผมมวยของเธอออกจนผมยาวนั้นสยาย เขาหวังว่ามันอาจจะดี แต่ยิ่งดูแย่เข้าไปใหญ่เพราะมันทั้งฟูฟ่องและยุ่งเหยิงพันกันอุรุงตุงนัง แล้วคิมหันต์ก็คิดได้ว่าบางทีการที่ยัยนี่มัดผมเป็นมวยไว้ข้างหลังมันอาจจะดีกว่าก็เป็นได้

“ไม่ได้เรื่อง” เขาบ่น ก่อนจะยื่นที่มัดผมให้หญิงสาวแล้วบอก “มัดไว้อย่างเดิมน่ะดีแล้วนะ ฉันว่า”

“ละ แล้วนายจะมาดึงผมฉันออกทำไมเนี่ย” ขนมปังพูดอย่างโกรธ ๆ มองค้อนปะหลับปะเหลือก ก่อนจะเอาที่มัดผมรัดผมเป็นมวยไว้ตามเดิม

“ก็เธอมันน่าจะทำผมทรงอื่นมั่ง ทำเป็นแต่ทรงโบราณเนี่ย แก่ชะมัด” เขาว่าพลางทำหน้าหงุดหงิด

“แล้วนายจะมายุ่งอะไรกับหนมปังเขาล่ะ” ใบเฟิร์นว่าเข้าให้ รู้นิสัยของคิมหันต์ดีว่าชอบแกล้งขนมปังเป็นว่าเล่น

“นั่นสิ” เหมันต์ว่าเสริมอีกคน

“ว้า เข้าข้างยัยนี่หมดเลย” คิมหันต์บ่นพึมพำ ทำไมเขาต้องโดนรุมว่าเพราะยัยเฉิ่มนี่อยู่เรื่อยเลยนะ

“กะ ก็นายมันไม่น่าคบนี่” ขนมปังว่าซ้ำเข้าอีก

“เธอนี่นะ ชอบทำเป็นเฉิ่ม แต่ปากร้ายเป็นบ้า”

“ระ เหรอ” ขนมปังพูดเหมือนกับไม่รู้ตัวเอง ทำหน้าเหรอหราไม่รู้เรื่อง ยิ่งทำให้คิมหันต์หมั่นไส้เข้าไปใหญ่

“ไปกันดีกว่าหนมปัง ฉันหิวข้าวจะแย่ นายสองคนตามไปทีหลังนะ อย่าช้านะ ร้านหน้าโรงเรียนนี่แหละ” ใบเฟิร์นบ่น พลางเอามือลูบท้อง หันมาจูงมือขนมปังออกไปที่หน้าโรงเรียน

“มองอะไรพี่ชาย” คิมหันต์หันมาเหล่ตามองพลางเอ่ยถามพี่ชายที่มองตามสองสาวไป “อย่าบอกนะว่าเกิดปิ๊งยายเฉิ่มขึ้นมา” คนปากดีพูดพล่อยออกมาแล้วก็หัวเราะชอบใจตัวเอง เหมันต์หันมามองน้องชายอย่างไม่สบอารมณ์ ติดที่ว่าเป็นน้องไม่งั้นจะต่อยให้คว่ำเลย

………………………………………………………

ขนมปังกับใบเฟิร์นเดินออกมาที่ร้านเจ้าประจำหน้าโรงเรียน สองสาวนั่งลงที่โต๊ะริมร้าน ซึ่งใกล้พัดลม วันนี้เปิดเรียนวันแรกยังไม่มีการเรียนการสอน ส่วนใหญ่จะเป็นวันที่เพื่อน ๆ ที่ไม่ได้เจอกันช่วงปิดเทอมกลับมาเจอและทักทายกันเสียเป็นส่วนใหญ่มากกว่า

“หนมปังนี่ก็ร้ายไม่ใช่เล่นเลยนะ เห็นหงิม ๆอย่างนี้ กล้าว่าคิมหันต์ชายหนุ่มสุดฮอตของโรงเรียนเสียด้วย”

“มะไม่หรอก” ขนมปัง พูดพลางยิ้มแหย นึกในใจว่า เธอเป็นอย่างนั้นเหรอ ก่อนจะยกมือขึ้นขยับแว่นหนาเตอะเล็กน้อย

“กินอะไรล่ะ” ใบเฟิร์นเอ่ยถามพลางกวาดสายตามองดูเมนูอาหาร

“มะไม่รู้สิ เธอว่ากินอะไรดีล่ะ” ขนมปังทำท่าทางเอ๋อ ๆตามเคย

“อ้าว ท้องเธอ เธอก็คิดเองสิ”

“ระ เหรอ” ขนมปังยิ้มเจื่อน ๆ ใบเฟิร์นแอบหัวเราะกับท่าทีของเพื่อนที่เหมือนงงๆกับชีวิต

“ข้าวผัดแล้วกัน” ใบเฟิร์นว่า “หนมปังเอามั้ย” ขนมปังพยักหน้าหงึกๆเอาก็ได้

เหมันต์กับคิมหันต์พอเก็บของเสร็จแล้วก็รีบเดินตามมาที่ร้านทันที มองหาสองสาวที่กำลังทานข้าวอย่างเอร็ดอร่อย คิมหันต์ยิ้มเจ้าเล่ห็แล้วเดินมาแกล้งเขย่าโต๊ะจนขนมปังทำข้าวที่กำลังจะตักเข้าปากหก แล้วคิมหันต์ก็หัวเราะเสียงดังอย่างชอบใจ

“อะ ไอ้บ้า” ขนมปังด่า ทั้งโมโห แต่ก็กลัวเหมือนกัน กลัวว่าเดี๋ยวเขาจะแกล้งเธออีก

“เธอ กล้าว่าฉันเหรอ” ชายหนุ่มถลึงตาใส่

“มะ เมื่อกี้ฉันไม่ได้ชมนี่” ขนมปังสวนกลับทันควัน

“นี่ยัยเฉิ่ม” คิมหันต์อ้าปากท่าทางจะหาเรื่อง จนเหมันต์ต้องหันมาปรามน้องชาย

“คู่นี้ ทะเลาะกันตั้งแต่เด็กยันโต” ใบเฟิร์นพูดพลางส่ายหัวอย่างระอา “ไม่กินอะไรเหรอ เหมันต์” ใบเฟิร์นหันมาถาม

“กินสิ เธอสั่งให้หน่อยสิ” เหมันต์นั่งลงที่ข้างใบเฟิร์น

“ข้าวผัดแล้วกันนะ” ใบเฟิร์นว่าพลางหันไปสั่งข้าวผัดมาอีกสองที่

“จะว่าไปฉันไม่คิดเลยนะเนี่ยว่ายัยเฉิ่มจะเรียนต่อจนมาถึงม.6 นึกว่าถอดใจไปแล้วซะอีก” คิมหันต์พูดพลางหยิบเมนูอาหารมาดูเล่น

“หมายความว่าไง” ใบเฟิร์นกับเหมันต์ทำหน้างงๆ

“อ้าว นี่เธอกับพี่ไม่รู้เหรอ” ทั้งเหมันต์กับใบเฟิร์นส่ายหัวด้วยความไม่รู้พร้อมกัน

“ก็ที่ยัยเฉิ่มมาเรียนที่นี่ ก็เพราะว่าอยากเห็นว่าที่เจ้าบ่าวของตัวเองที่พ่อของยัยเฉิ่มเนี่ยหมั้นไว้แต่เด็กแล้ว” คนปากไม่ดีหลุดปากพล่อยออกมาจนได้

“หา” ใบเฟิร์นอ้าปากค้าง ขนมปังหน้าเสีย ที่เขาเอาเรื่องของเธอมาเปิดเผย

“นายพูดเรื่องอะไร” เหมันต์ทำหน้าดุ รู้สึกว่าน้องชายของเขาจะปากพล่อยมากไป ส่งสายตาปรามมาให้เพื่อหวังว่าน้องชายตัวดีจะหยุดพูด แต่ความจริงเขาเองก็น่าจะรู้ว่าสายตาดุของตัวเองมันใช้กับคิมหันต์น้องชายจอมกวนไม่ได้ผลเลยสักนิด

“จริงๆ พี่ก็รู้ว่ายายเฉิ่มเนี่ย ไม่ชอบออกจากบ้าน ไม่ชอบพบปะใคร แต่ดันกลับมาอยู่โรงเรียนประจำแบบนี้ ไม่แปลกใจกันบ้างรึไง” คิมหันต์บ่นอย่างหัวเสีย เมื่อทุกคนมองเขาอย่างตำหนิ เจ้าตัวยังคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย

“จริงเหรอหนมปัง” ใบเฟิร์นหันมาถามเพื่อนที่นั่งยิ้มเจื่อน ๆ

ขนมปังกำลังอายจนทำหน้าไม่ถูก เรื่องที่เธอมีคู่หมั้นพูดไปยังจะมีคนเชื่ออีกเหรอเนี่ย น่าตลกสิ้นดี แต่ท่าทางของใบเฟิร์นกับเหมันต์บ่งบอกว่าเชื่ออย่างแรงทีเดียว

“จะ จริง” ขนมปัง จำเป็นต้องพยักหน้ายอมรับแบบไม่เต็มใจนัก

“เธอมีคู่หมั้นจริง ๆเหรอ” เหมันต์เองยังต้องถามย้ำเหมือนจะไม่เชื่อ

“เห็นมั้ย บอกแล้วไม่เชื่อ”

“นายรู้ได้ไง” เหมันต์หันมาถามน้องชาย

“ก็ยัยนี่บอกฉันเองนี่นา” เขาพูดไปพร้อมกับตักข้าวผัดที่เพิ่งถูกยกมาเมื่อกี้เข้าปาก แล้วเคี้ยวหยับ ๆ ด้วยความอร่อย

“แล้วเจอหรือยังล่ะหนมปัง” ใบเฟิร์นถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ขนมปังส่ายหน้า

“ยะ ยังเลย”

“แหงล่ะ เงอะ ๆ งะ ๆ ขนาดนี้ชาตินี้ก็หาไม่เจอหรอก” คิมหันต์ส่ายหัวอย่างระอากับท่าทางของคนตรงหน้า ทั้งเฉิ่ม ทั้งเอ๋อ เบ๊อะบ๊ะอย่างนี้แถมให้ชาติหน้าอีกชาติเขาว่ายัยเฉิ่มก็ไม่มีทางหาเจอหรอก

“มะ ไม่หนักหัวนายนี่” ขนมปังย้อนเข้าให้อย่างเจ็บแสบ แต่กลับทำหน้าตาหวาดกลัวสายตาซื่อบื้อได้อย่างไม่กระอักกระอ่วนใจแม้แต่น้อย

“เธอนี่มัน” คิมหันต์กัดฟันกรอด โมโหคนที่เอาแต่ทำหน้าซื่อแต่ปากร้ายนี่นัก

“เอาน่า อย่าทะเลาะกันเลย กินข้าวก่อน” ใบเฟิร์นห้ามทัพเสียก่อนจะไปกันใหญ่ คิดได้ว่าน่าจะเปลี่ยนประเด็นคุยมากกว่าเพราะตอนนี้ขนมปังเอาแต่ก้มหน้างุดๆจนคอจะหดเป็นเต่าอยู่รอมร่อ “ว่าแต่งานเปิดโรงเรียนปีนี้ คิดหรือยังว่าจะทำอะไร”

งานเปิดโรงเรียนของที่นี่จะมีขึ้นหนึ่งเดือนหลังจากเปิดเทอม เพื่อให้นักเรียนได้ออกร้านจัดกิจกรรมที่คิดกันเองภายในห้องอย่างสนุกสนาน รวมทั้งการประกวดคิงกับควีนของหออีกด้วย

ห้าปีที่ผ่านมาคนที่จองตำแหน่งนี้ก็คือ เหมันต์กับใบเฟิร์น จนคนที่มาสมัครเริ่มลดลงเรื่อย ๆ จากการประกวดก็แทบจะกลายเป็นการยกตำแหน่งให้ไปโดยปริยาย

“ไม่คิดล่ะ ปวดหัว” คิมหันต์บอกปัด เพราะทุกปีเขาก็ไม่เคยทำอะไรอยู่แล้ว นอกจากเดินเล่นเกมส์ของซุ้มโน้นซุ้มนี้พอเหนื่อยก็หาที่นอนหลับ ตื่นขึ้นมาก็ไปป่วนชาวบ้านชาวเมืองเขาไปทั่วเท่านั้นเอง

“ฉันว่าปีนี้จะให้นายลงประกวดคิงของหอ” เหมันต์โพล่งขึ้น ทำเอาทั้งหมดหันมามองที่คิมหันต์เป็นตาเดียวกัน

“จะบ้าเหรอ!” คิมหันต์ร้องเสียงดัง คนทั้งร้านหันมามองเป็นตาเดียว

“เฮอะ เฮอะ” ขนมปังหัวเราะเสียงสยองขวัญ เหมือนกับเยาะเย้ย จนใบเฟิร์นอดขำไปด้วยไม่ได้

“อย่ามาหัวเราะฉันนะยัยเฉิ่ม” คิมหันต์หันมาดุใส่ก่อนจะหันมาโวยวายกับเหมันต์ “พี่จะบ้าเหรอ ฉันเนี่ยนะจะประกวดคิงของหอ พี่ก็รู้ปกติก็เป็นพี่อยู่แล้วที่ได้ตำแหน่งนี้ เธอด้วยใบเฟิร์น เธอเองก็ต้องลงเป็นควีนหอหญิงเหมือนกัน ฉันไม่อยากจะเป็นคิงคู่กับเธอหรอก”

“ฉันไม่ลงควีนหรอกปีนี้” ใบเฟิร์นว่า ก่อนจะหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ “ฉันจะให้หนมปังลงแทน”

“หาาา!” คราวนี้เสียงร้องของคิมหันต์ดังกว่าเดิม ก่อนจะหันมามองยัยเฉิ่มที่ทำตาโตไม่ต่างกันนัก และเขาก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “ยัยเฉิ่มเนี่ยนะจะเป็นควีนของหอ ฮ่า ฮ่า เธอพยายามจะเล่นตลกอะไรหรือเปล่าเนี่ย”

“นะ นั่นสิ” ขนมปังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ รู้ว่าใบเฟิร์นเป็นคนพูดจริงทำจริงลองถ้าเพื่อนของเธอพูดมาอย่างนี้โอกาสที่เธอจะต้องไปประกวดมีกว่า แปดสิบเปอร์เซ็นแน่ ๆ

“ไม่ตลกล่ะ คอยดูนะ ฉันจะทำให้ขนมปังกลายเป็นควีนของหอให้ได้คอยดู” ใบเฟิร์นพูดอย่างมั่นใจ แต่ว่าแม้แต่ เหมันต์ยังยิ้มแหย เมื่อมองเห็นขนมปังแล้วเขาเองยังคิดเลยว่า ยาก จะเปลี่ยนคนอย่างขนมปังเนี่ยนะ เปลี่ยนยากกว่าเปลี่ยนหมูให้เป็นหมาเสียอีก

.....................................................................................

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel