ตอนที่ 1
วันเปิดเทอมวันแรกของโรงเรียนมัธยมสุดอุดม โรงเรียนของเหล่าบรรดาไฮโซทั้งหลาย ที่มักจะส่งลูกหลานมาเรียนเป็นจำนวนมาก เพื่อจุดประสงค์ที่ต้องการให้ลูกหลานของตัวเองได้คบคนในระดับเดียวกัน ในโรงเรียนจึงคลาคล่ำไปด้วยเหล่าบรรดานักเรียนที่เดินเฉิดฉายทักทายกันเสียงดังไปทั่วโรงเรียน ก่อนที่จะมีรถสีดำคันใหญ่แล่นเข้ามาจอด
“มาแล้ว มาแล้ว นี่ไง” เสียงของนักเรียนหญิงคนหนึ่งในโรงเรียนดังขึ้น พร้อมกับการชี้ไม้ชี้มือไปที่บุคคลที่กำลังเดินเข้ามาภายในรั้วโรงเรียน
“ว้าว หล่อเป็นบ้าเลย” เสียงของนักเรียนหญิงอีกคนหนึ่งร้องขึ้น พร้อมกับมองไปที่ต้นเหตุของการที่ทำให้มีนักเรียนมามุงดูที่หน้าประตูเป็นจำนวนมากขนาดนี้
ชายหนุ่มสองคน ที่มีใบหน้าคล้ายกันจนแทบแยกไม่ออก บ่งบอกลักษณะของชาติกำเนิดที่เป็นฝาแฝดได้เป็นอย่างดี คนซ้ายมือ ผมรองทรงต่ำ จัดทรงเรียบร้อย ผิวขาว ใบหน้าเรียว จมูกโด่ง ตาคมปลายชี้ขึ้นเล็กน้อย ตัวสูงโปร่งราวกับนายแบบ เดินมาอย่างเซ็ง ๆ ส่วนคนขวามือ ผิวคล้ำกว่าเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนใช้จดจำความแตกต่างของพี่น้องฝาแฝดคู่นี้ เขามีหน้าตากวนประสาท จมูกโด่ง เพราะสีผิวที่เข้มกว่าทำให้ดูใบหน้าคมมากกว่า แม้ว่าหน้าตาจะไม่ต่างกันเท่าไรนัก ผมรองทรงต่ำยาวและยุ่งกว่าคนซ้ายมือเล็กน้อย ตัวสูงไม่แพ้กัน เดินเข้ามาพร้อมใบหน้าสุดเซ็ง ไม่เป้นมิตรเท่าไหร่เมื่อเห็นคนมามองดูพวกเขาราวกับเป็นตัวประหลาด และที่ทำให้ฮือฮากว่านั้น เมื่อสาวน้อยข้างหลังที่เดินตามชายหนุ่มทั้งสองมาตั้งแต่ลงจากรถ แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นปรากฏตัวขึ้น
เฮือก !!!
นักเรียนหลายคนหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก หน้าตาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม โดยเฉพาะนักเรียนที่เข้ามาใหม่ปีนี้ แล้วใครซักคนก็เอ่ยถามขึ้น
“ยั่ยเฉิ่มนั่นใครน่ะ”
ยัยเฉิ่ม หญิงสาวร่างสูงโปร่ง สวมแว่นหนาเตอะ แต่งตัวด้วยชุดนักเรียนหลวมโคร่ง ผมยาวเฟื้อย ถูกมัดเป็นมวยไว้ด้านหลังอย่างยุ่งๆ เดินยิ้มแหย ๆ ตามหลังชายหนุ่มสองคนที่หล่อราวเทพบุตรมาอย่างเขินๆ แม้จะรู้ว่านักเรียนที่มามุงกันเยอะแยะมากมาย ไม่ได้จะสนใจมาดูตัวเองก็เถอะ แต่การเดินตามหลังคนหล่ออย่างสองคนหน้านี่มันชวนให้อึดอัดชอบกล
“ยัยนั่นเหรอ ขนมปังลูกสาวคนเดียวของโรงแรมในเครือ เซนเทรีย เชียวนะ เขาว่ารวยไม่รู้เรื่องเลย”
“แต่งตัวไม่ได้เรื่องด้วยใช่มั้ย” นักเรียนหญิงคนหนึ่งดูหมิ่นอย่างไม่เกรงใจแล้วหันมามองเพื่อนข้าง ๆ ด้วยใบหน้าสุดจะเซ็ง
“แล้วพ่อเทพบุตรสองคนนั้นล่ะ” นักเรียนหญิงคนเดิมถามเพื่อนต่อด้วยความสนใจ ตาเป็นประกายระริก
“คนขาวๆน่ะชื่อ เหมันต์ เป็นพี่ ส่วนคนผิวคล้ำๆ ท่าทางนักเลงนั่นน่ะชื่อ คิมหันต์ เป็นน้อง
คนน้องนี่สุดแสบเลยนะเขาว่า แต่ก็หล่อเหมือนเทพบุตรทั้งคู่แหละ ทายาทเจ้าของบริษัทส่งออกคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีเครือข่ายเกือบทั่วโลกเลยแหละ”
“โคตรรวยเลยสิ” คนพูดทำตาโต
“ใช่”
“แล้วยัยเฉิ่มนั่นทำไมมาเดินกับพ่อเทพบุตรนี่ได้ล่ะ”
“เขาว่าสองตระกูลนี้สนิทกันมากๆ ลูก ๆ ก็เลยสนิทกัน ความจริงต้องมีอีกคนนะ ถึงจะครบเซท”
“ใคร”
“ชื่อใบเฟิร์น เป็นลูกสาวของ เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ เขาว่าสวยยังกับนางฟ้า”
“แล้วทำไมยัยเฉิ่มนี่ ขี้เหร่ยังกะซาตานอย่างนี้ล่ะ”
“ไม่รู้สิ” เสียงนั้นพูดออกมาพร้อมกับทำหน้าแหย ๆ เพราะตัวคนพูดก็ไม่รู้คำตอบเหมือนกัน
เหมันต์ เดินเข้ามาในห้องอย่างเซ็ง ๆ เขาเลือกนั่งหลังสุดของห้อง ฃแล้วหยิบเอาหนังสือขึ้นมาอ่าน คิมหันต์ เองชักเริ่มทนไม่ไหวเมื่อนักเรียนหญิงเป็นขโยงเดินตามมาจ้องมองดูเขาอย่างตื่นเต้น ทำอย่างกับเขาเป็นสัตว์ประหลาดที่นาน ๆ จะหล่นมาบนโลกมนุษย์ยังไงยังงั้นแหละ
“จะมองอีกนานมั้ย หาาา!” คิมหันต์ตะโกนเสียงดังลั่น ทำเอานักเรียนเหล่านั้นวงแตกฮือ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมานั่งที่เก้าอี้ข้างๆ พี่ชายที่นั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆไม่ได้สนใจน้องชายเลือดร้อนเท่าไหร่
“พะ พูดกับเขาดีดีก็ได้นี่” ขนมปัง พูดตะกุกตะกักเสียงอ่อย ๆ สงสารคนที่โดนตะเพิดออกไป
“เงียบเลย ยัยเฉิ่ม” คิมหันต์หันมาดุขนมปังที่นั่งหน้าเสีย
“นะนายดุฉันทำไม”
“ก็เธอชอบพูดขัดหู”
“ระ เหรอ ขะ ขอโทษนะ ฉะ ฉันไม่พูดแล้วก็ได้” ว่าแล้วเจ้าตัวก็นั่งก้มหน้างุด
เพื่อนในห้องหันมามองทั้งสามคนด้วยใบหน้าเรียบเฉย เมื่อก่อนนักเรียนหญิงในห้องก็ตื่นเต้นกับพี่น้องฝาแฝดที่หล่อแสนจะหล่อนี่เหมือนกัน แต่ผ่านมา 5 ปีก็ทำให้รู้ว่า
ไอ้สองคนนี้มันหล่ออย่างเดียว
หลังจากนั้นในห้องเรียนทั้งสองคนจึงกลายเป็นแค่คนธรรมดา ซึ่งมันค่อยทำให้เขาทั้งสองคนสบายใจขึ้นมาหน่อย ไม่อย่างนั้นถ้าแม้แต่ในห้องเรียนยังแตกตื่นเขาทั้งสองคนคงจะบ้าตายเป็นแน่
“หนมปัง มานั่งกับฉันดีกว่านะ” เพื่อนที่สนิทที่สุดของขนมปังร้องเรียกพลางกวักมือ
“อะ อ้าว ใบเฟิร์น มาแล้วเหรอ” ขนมปังตาโตเมื่อหันไปตามเสียงแล้วเห็นเพื่อนยิ้มให้ โดยที่เธอไม่ได้สังเกตว่าเพื่อนมานั่งอยู่ตั้งนานแล้ว
ใบเฟิร์นหญิงสาวร่างบาง ใบหน้าเรียว ผมยาวสลวยถึงกลางหลัง ตาโต ผิวสวย ดีพร้อมไปทุกอย่าง นั่งยิ้มให้เพื่อนอย่างตลก ๆ ก่อนที่แม่เพื่อนสาวจอมเฉิ่มจะหอบข้าวหอบของพะรุงพะรังย้ายไปนั่งกับเพื่อนสาวที่สวยราวนางฟ้า เป็นภาพที่มองแล้วขัดตาพิลึก
“อ้าว ๆ ขนดี ๆ ยิ่งเบ๊อะ ๆ อยู่เดี๋ยวก็หล่นกระจัดกระจายหรอกนั่น” คิมหันต์บ่นไล่หลังขนมปังที่เอาแต่เดินก้มหน้างุด ๆ
เหมันต์ถอนหายใจ หันมาทางน้องชายตัวแสบที่นั่งกระดิกเท้าอย่างสบายอารมณ์
“เมื่อไหร่จะเลิกว่าหนมปังเขาซักที”
“ก็ว่ายัยนี่แล้วสนุก….ทำไมว่าไม่ได้เหรอ หรือพี่ชอบยัยเฉิ่มเข้า” คำพูดและท่าทางกวนประสาทของเขายั่วอารมณ์ฉุนของเหมันต์ได้เป็นอย่างดี
“ถ้าจะมีใครซักคนที่ตกหลุมรักหนมปัง ฉันขอให้คนนั้นเป็นนาย” เหมันต์พูดใส่น้องชายเสียงแข็ง
“ไม่มีทาง อย่างฉันมันต้องสวย ขาว ฉลาด เฉิ่ม ๆ อย่างนี้ไม่เอาหรอก เสียอารมณ์” คิมหันต์ว่าพลางหันไปทางขนมปังแล้วแยกเขี้ยวใส่ด้วยความหมั่นไส้
เหมันต์ยิ้มเหยียดที่มุมปาก “เหรอ”
“แน่นอน อย่างยัยเฉิ่มเนี่ยนะ ไม่มีทางที่ฉันจะตกหลุมรักเด็ดขาดหรอก” เจ้าตัวพูดออกมาด้วยท่าทางที่มั่นอกมั่นใจเสียเต็มประดา
ขนมปังกับใบเฟิร์นถือกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามาในหอพักหญิงห้องเดิม ที่จากไปกว่าสองเดือนช่วงปิดเทอม ที่นี่นักเรียนทุกคนต้องพักที่หอ หอพักหญิงอยู่บริเวณหลังโรงเรียนจะมีรั้วเป็นตาข่ายกั้นระหว่างหอหญิงกับหอชาย สภาพค่อนข้างหรูหราเพราะว่าแต่ละปีมีคนบริจาคเงินเป็นจำนวนมาก ขนมปังถือกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามาอย่างทุลักทุเล ในห้องเดิมที่พักอาศัยมา 5 ปี ซึ่งในห้องเป็นเตียงเดี่ยวสองเตียง ตู้เสื้อผ้าขนาดเล็กสองตู้ ห้องน้ำหนึ่งห้อง และโต๊ะเขียนหนังสือที่ตั้งอยู่ริมหน้าต่าง
“บะใบเฟิร์น จะนอนเตียงเดิมมั้ย”
“เตียงไหนก็เตียงเดิมทั้งนั้นแหละ สลับกันนอนสองเตียงมาหลายปีแล้ว ไม่ว่าจะเตียงด้านในหรือเตียงด้านนอกก็ไม่ต่างกันหรอก” ใบเฟิร์นพูดพลางยู่หน้า
“ระเหรอ” ขนมปังทำหน้างง ๆ “งะงั้นนอนเตียงเดิมของเราแหละเนอะ”
“จ้ะ” ใบเฟิร์นหันมายิ้ม
ขนมปังจึงเดินเข้าไปและเอาของวางลงบนเตียงเดิมของตนเอง สำหรับขนมปังเตียงเอาไว้สำหรับวางของเท่านั้น ส่วนที่นอนเธอจะเอาผ้าปูนอนข้าง ๆ เตียงแทนเพราะติดนิสัยไม่นอนเตียงมาแต่เด็ก แรก ๆใบเฟิร์นก็พยายามคะยั้นคะยอให้ขนมปังมานอนเตียง แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อเจ้าตัวยังแอบลงไปนอนข้างเตียงอยู่เรื่อย เพราะตอนเด็ก ๆ ขนมปังถูกคิมหันต์แกล้งหลอกว่าถ้านอนบนเตียงจะมีผีบนเพดานมานอนจ้อง ขนมปังเลยหนีมานอนใต้เตียงอยู่นาน จนชินกับการนอนบนพื้นไปเสียแล้ว สุดท้าย ใบเฟิร์นก็เลิกเคี่ยวเข็ญไป
“ม.6 แล้วเนอะหนมปัง ปีนี้จะได้อยู่ด้วยกันปีสุดท้ายแล้วนะ” ใบเฟิร์นชวนเพื่อนคุย
“ชะ ใช่ จะเป็นไงก็ไม่รู้นะ ยังไม่เจออาจารย์ที่ปรึกษาเลย”
“อือ นั่นสิ ดุหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“ละ แล้วใครคุมหอหญิงปีนี้เหรอ” ขนมปังเอ่ยถามเพื่อน พลางหยิบรื้อข้าวของมาจัดเรียง
“เห็นว่า อาจารย์แสงดาวนะ”
“หะ หาาา” ขนมปังร้องขึ้น
“ทำไมเหรอ” ใบเฟิร์นมีท่าทีแปลกใจ เมื่อเห็นเพื่อนทำตาโต
“ขะ เขาว่าอาจารย์แสงดาวโหดร้ายมากเลย”
“โหดยังไง ชื่อออกจะเพราะ”
“ขะเขาว่าถ้าใครกลับหอช้า จะโดนจับไปขังห้องมืดด้วยนะ”
“ห้องมืด ทำไมฉันไม่เห็นรู้จักเลยล่ะ” ใบเฟิร์นแปลกใจ เพราะตลอดห้าปีเธอก็อยู่กับขนมปังตลอด แต่ไม่เคยรู้จักห้องมืดอะไรนั่น และไม่เคยได้ยินข่าวว่าถ้าใครกลับหอช้า จะโดนจับไปขังห้องมืดนั่นเหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะใบเฟิร์นไม่ค่อยหรือไม่เคยจะทำผิดกฏโรงเรียนร้ายแรงอะไรซักเท่าไหร่
“ธะ เธอไม่รู้หรอก อะ.... ไอ้บ้าคิมหันต์มันเคยจับฉันไปขังไว้ด้วยหล่ะ”
“หาาา ทำไมเขาทำอย่างนั้นกับเธอล่ะ” ใบเฟิร์นตกใจกับเรื่องที่เพื่อนบอก คิมหันต์อีกแล้วหมอนั่นร้ายกาจชะมัด ชอบแกล้งขนมปังอย่างกับเพื่อนของเธอเป็นของเล่น ขนมปังยิ้มแหย ๆ ขยับแว่นแล้วพูดต่อ
“ฉะ ฉันไปด่าแฟนเขาน่ะ”
“อ้าว แล้วเธอไปด่าแฟนเขาทำไมล่ะ”
“น่ะ นั่นสิ” ขนมปังยิ้มแห้ง ๆให้เพื่อน หลบสายตาวูบลง เมื่อบางอย่างก็เป็นความลับที่ไม่อยากจะพูดออกไป
ใบเฟิร์นมองเพื่อนแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ กับท่าทางงง ๆ ของขนมปัง
....................................
เหมันต์ยกของของเขากับเจ้าน้องชายตัวแสบที่หายหัวไปไหนก็ไม่รู้ ฝากของเขามาเก็บในห้องส่วนตัวเองก็ลอยชายหายไปตั้งแต่ออกจากห้องเรียน
ครืน! พอเหมันต์เปิดประตูออกมาข้าวของที่อยู่ข้างในก็ล้มระเนระนาดออกมา อันประกอบไปด้วย ตุ๊กตา กล่องของขวัญ ช็อกโกแลต กระดาษพับเป็นรูปต่าง ๆ เสื้อผ้า และจดหมายรักอีกมากมาย
เหมันต์หรี่ตามองด้วยความเซ็งเต็มที่
“แอบเอามาใส่ไว้อีกแล้วเหรอเนี่ย” เขาบ่นพึมพำด้วยความหงุดหงิด นี่แสดงว่าตอนปิดเทอมต้องมีคนแอบเอาของเหล่านี้มาใส่ไว้ในห้องเขาอีกเป็นแน่
จะบ้าตาย แค่นี้เขากับน้องชายฝาแฝดก็แทบจะไม่มีที่นอนอยู่แล้ว ไหนจะต้องขนของพวกนี้ไปแจกจ่ายอีกทุกปี ทุกปี เมื่อไหร่เขาจะพ้นจากของพวกนี้ซักทีนะ
เหมันต์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะลงมือจัดการกับบรรดาข้าวของกำนัล จากเหล่าแฟนคลับที่หลงใหลเขากับน้องชาย
ด้านคิมหันต์เอง แทนที่จะเอาของไปเก็บในหอ กลับใช้ให้เหมันต์ไปเก็บให้แทน ส่วนตัวเองมานั่งอ้อนแฟนอยู่ที่ใต้ต้นก้ามปูต้นใหญ่ ริมสระน้ำของโรงเรียน
“คิดถึงรุ้งจะแย่” เจ้าตัวออกอาการหวานใส่แฟนจนเลี่ยน
สายรุ้ง แฟนสาวแสนสวย แม้จะไม่รวยมากเหมือนชายหนุ่มแต่ก็จัดว่าเป็นดาวโรงเรียนทีเดียว ดวงหน้าเรียว ตาโตดำขลับ จมูกโด่ง ริมฝีปากบางได้รูป ผมยาวซอยระต้นคอ ตัวเล็กร่างบางดูน่ารัก มีแฟนคลับเป็นเหล่าชายหนุ่มในโรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่ก็โดนคิมหันต์ไล่กระเจิงไปหมด ข้อหาที่มายุ่มย่ามกับแฟนเขา แม้จะเป็นขวัญใจสาว ๆ แต่สำหรับผู้ชายด้วยกัน คิมหันต์กลับกลายเป็นคนที่ถูกเขม่นบ่อยครั้งเพราะนิสัยเอาแต่ใจ ตามใจข้าเป็นว่าเล่นของเขานั่นเอง
“ตอนปิดเทอมไม่เห็นโทรหาฉันมั่งเลย”
“ก็คิมหันต์ไม่โทรหาฉันล่ะ”
“งานยุ่ง” ชายหนุ่มพูดไปเรื่อย งานจะยุ่งได้ยังไงในเมื่อเขายังเรียนอยู่เลย “วันนี้เราไปเที่ยวข้างนอกกันนะ” คิมหันต์เอ่ยชวน
“ก็ได้ แต่ว่าต้องกลับหอเร็ว ๆ นะ” สายรุ้งมีท่าทีเป็นกังวล
“ว้า กลับเร็วทำไมล่ะ” เขาบ่น เพราะปิดเทอมไปเสียนานไม่ได้เจอหน้ากันมาเกือบสองเดือน พอกลับมาก็อยากจะไปเที่ยวด้วยกันนาน ๆ เสียหน่อย
“ถ้าช้าจะโดนดีน่ะสิ ปีนี้อาจารย์แสงดาวคุมหอหญิงนะ” สายรุ้งพูดแล้วก็เอามือลูบแขนทำท่าทางสยองขวัญ
“หา ! ยัยปิศาจนั่นเหรอ” คิมหันต์ร้องขึ้น เขาเองรู้ฤทธิ์อาจารย์แสงดาว ผู้เป็นเจ้าของร่างอวบอ้วนนั่นเป็นอย่างดีเพราะปะทะกันบ่อย
“ใช่”
“บ้าชะมัด”
“แล้วหอชายใครคุมล่ะ”
“อาจารย์โชติช่วง”
“ดีจัง อาจารย์ใจดีด้วย” สายรุ้งรู้สึกอิจฉานิด ๆ เพราะอาจารย์แสงดาวดุและเจ้าระเบียบสุด ๆ ใครทำผิดโดนขังห้องมืดเป็นแน่ แตกต่างกับอาจารย์โชติช่วงที่แสนจะใจดี อะไรนิดหน่อยก็ปล่อยไป ไม่ค่อยถือสานักเรียนเท่าไหร่นัก
“ถ้าหอหญิงเข้าไม่ได้ มานอนหอชายก็ได้นะ” คิมหันต์พูดติดตลก
“จะบ้าเหรอ”
คิมหันต์หัวเราะคิกคัก ออดอ้อนคนรักเสียยกใหญ่
………………………………………………………..
เหมันต์เดินออกมาตามน้องชายตัวดี ที่หายตัวไปนานให้ไปเก็บของให้เรียบร้อย พอมองไปก็เห็นคิมหันต์นั่งอยู่กับแฟนของตัวเอง เหมันต์ก็ขบกรามกรอด ๆ เพราะเขาต้องเอาของไปเก็บให้ไอ้น้องชายตัวแสบ แต่เจ้าตัวดันมานั่งอ้อนแฟน ช่างเป็นน้องที่นิสัยไม่ได้เรื่องจริง ๆ
“ฉันว่านายน่าจะกลับไปช่วยเก็บของที่หอมากกว่าที่จะมาทำอะไรไร้สาระอย่างนี้นะ” เหมันต์พูดโดยไม่มองสายรุ้งราวกับว่าอีกฝ่ายไม่มีตัวตน เขาไม่ชอบสายรุ้ง มาแต่ไหนแต่ไร
“คิมหันต์ไปก่อนเถอะ” สายรุ้งบอก เธอเริ่มรู้สึกไม่ค่อยชอบสายตาของเหมันต์ซักเท่าไหร่
“ว้า ไม่เห็นอยากไปเลย” คิมหันต์อิดออด ท่าทีเสียดาย เพราะเพิ่งจะเจอคนรักได้แป๊บเดียวเท่านั้นเอง เลยหันมามองพี่ชายแล้วทำหน้ายุ่ง ๆ ใส่
“ไปเถอะ” สายรุ้งไม่อยากรู้สึกอึดอัดไปมากกว่านี้
“เออ ๆ ไปก็ได้ ไอ้พี่บ้ายุ่งจริง”
คิมหันต์บอกลาคนรักแล้วเดินตามพี่ชายไปอย่างจำใจ โดยมีสายตาของสายรุ้งมองตามด้วยความไม่พอใจพลางบ่นพึมพำ
คอยดูเถอะเหมันต์ ฉันจะเอาคืนให้ดู
…………………………………………………………….
