บท
ตั้งค่า

บทที่ 9 คนที่ไม่ถามยอดหนี้

บทที่ 9 คนที่ไม่ถามยอดหนี้

 

“ถ้าคุณเพลงยังจ่ายตามกำหนดเดิมไม่ได้

ทางผมขอให้ปิดยอดส่วนนี้ภายในสิ้นเดือนครับ”

เพลงพิณมองตัวเลขที่ถูกวงไว้บนเอกสาร

ก่อนเงยหน้าขึ้น

“ยอดนี้เพลงรับค่ะ แต่สิ้นเดือนทำไม่ได้”

ชายสองคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามมองหน้ากัน

“ก่อนหน้านี้คุณเพลงก็ขอเลื่อนมาแล้วนะครับ”

“ทราบค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นทางเราคงต้องดำเนินการตามขั้นตอน”

“ถ้าต้องทำก็ทำค่ะ

แต่ถ้าจะให้เพลงรับปากว่าสิ้นเดือนจ่ายหมด ทั้งที่รู้ว่าทำไม่ได้ เพลงไม่รับปาก”

ห้องประชุมเงียบลง อีกฝ่ายคงไม่ได้คาดว่าเจ้าของบริษัทที่กำลังมีปัญหาจะตอบตรงขนาดนี้

เพลงพิณเลื่อนเอกสารกลับไปกลางโต๊ะ

“เพลงจ่ายก้อนแรกได้วันที่สิบห้า

หลังจากนั้นขอแบ่งอีกสองงวด”

“นานไปครับ”

“งั้นพี่เสนอมาได้ค่ะ

แต่อย่าเอาสิ้นเดือนยอดเดียว เพลงทำไม่ได้จริง ๆ”

“ถ้าลดเหลือสองงวด?”

“สองงวดได้ แต่ก้อนแรกต้องตามวันที่เพลงบอก”

ชายที่อายุมากกว่าหยิบเครื่องคิดเลขมากด

ก่อนหันไปคุยกับคนข้าง ๆ เบา ๆ

เพลงพิณไม่ได้เร่ง โทรศัพท์บนตักสั่นสองครั้ง

เธอไม่หยิบขึ้นมาดู เมื่อคืนยังนั่งหัวเราะกับข้อความของคณินอยู่แท้ ๆ

เช้านี้กลับต้องมานั่งต่อรองว่าจะคืนเงินใครได้วันไหน

ชีวิตเธอช่วงนี้เปลี่ยนอารมณ์เร็วกว่าคลิปสั้นเสียอีก

“ได้ครับ” อีกฝ่ายพูดในที่สุด

“แต่วันที่สิบห้าต้องเข้าตามนี้ ถ้าไม่เข้า เงื่อนไขที่คุยกันวันนี้ยกเลิก”

“ได้ค่ะ”

“แล้วส่วนที่เหลือ”

“เพลงขอรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรนะคะ

จะได้ตรงกัน ทั้งสองฝ่าย”

ชายคนนั้นพยักหน้า

เพลงพิณลุกขึ้นส่งแขกด้วยตัวเอง จนประตูปิดลง

พนักงานที่ยืนอยู่ไม่ไกลจึงรีบเดินเข้ามา

“พี่เพลง โอเคไหมคะ”

“โอเค”

“เขามาทวงถึงนี่เลย หนูนึกว่าจะ”

“ยังไม่ยึดโต๊ะทำงานพี่หรอก”

อีกฝ่ายหัวเราะไม่เต็มเสียง

เพลงพิณหันกลับ

“เอกสารที่ให้เช็กเมื่อคืนได้หรือยัง”

“ได้บางส่วนค่ะ เดี๋ยวหนูเอาเข้าไปให้”

“ขอทั้งหมดก่อนเที่ยงนะ”

เธอกลับเข้าห้องทำงาน

ปิดประตูแล้วทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ คราวนี้โทรศัพท์สั่นอีก

คณิน: ผมอยู่ข้างล่างครับ

เพลงพิณมองข้อความ ก่อนหน้านี้เขาบอกว่าจะผ่านมาแถวบริษัทและถามว่าเธอว่างกินข้าวกลางวันไหม

เธอยังไม่ได้ตอบให้แน่นอนด้วยซ้ำ

เธอพิมพ์กลับ

เพลง: ขึ้นมาได้ค่ะ

แต่วันนี้หน้าตาเจ้าของบริษัทอาจไม่รับแขกเท่าไร

คำตอบมาทันที

คณิน: ผมไม่ได้มาดูเจ้าของบริษัทครับ

เพลงพิณเลิกคิ้ว

เพลง: แล้วมาดูอะไรคะ

จุดสามจุดขึ้นอยู่ครู่หนึ่ง

คณิน: ยังคิดคำตอบที่ไม่ฟังเหมือนจีบไม่ออกครับ

เพลงพิณหลุดหัวเราะ

ผู้ชายคนนี้จีบไม่เก่งจริง ๆ แต่ก็ไม่ได้พยายามปิดบังด้วย

 

คณินมาถึงตอนพนักงานกำลังเก็บแก้วน้ำในห้องประชุม

เขาเหลือบมองประตูที่เพิ่งปิด ก่อนมองเพลงพิณ

“มีประชุมเหรอครับ”

“เพิ่งจบค่ะ”

“หนักไหม”

“นิดหน่อย”

เขาพยักหน้าแค่นั้น ไม่มีคำถามต่อว่าใครมา หรือคุยเรื่องอะไร

 

“ไปกินข้าวกันไหมครับ”

เพลงพิณมองนาฬิกา “เพลงมีเวลาไม่ถึงชั่วโมง”

“ผมก็ไม่ได้จองร้านที่ต้องบินไปกิน”

“คุณนี่พูดกวนกว่าหน้าตาเยอะนะคะ”

“ผมเพิ่งถูกกล่าวหาว่าหน้าตาไม่กวน”

“ไม่ได้ชมค่ะ”

“ช่วงนี้ผมโดนคุณชมบ่อยนะครับ

แต่ไม่เคยรับได้สักครั้ง”

เพลงพิณกำลังจะสวนกลับ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก

เธอเหลือบเห็นชื่อแล้วกดตัดสาย

คณินมองเพียงแวบเดียว

“กินอะไรหรือยังครับ”

“ยังค่ะ แต่ไม่ค่อยหิว”

ท้องเธอร้องขึ้นทันที ชัดเสียจนทั้งคู่เงียบ

เพลงพิณหลับตา

คณินหันหน้าหนี แต่ไหล่ขยับ

“หัวเราะออกมาเถอะค่ะ”

“ผมพยายามรักษามารยาทอยู่”

“ไม่ทันแล้วค่ะ”

เขาหันกลับมา “งั้นกินข้าวก่อนดีไหมครับ

อย่างน้อยให้ร่างกายคุณมีสิทธิ์ออกเสียงบ้าง”

“เมื่อกี้มันออกเสียงไปแล้วค่ะ”

คราวนี้คณินหัวเราะจริง ๆ

 

สุดท้ายทั้งคู่ไม่ได้ไปไหนไกล

ร้านอาหารอยู่ห่างบริษัทไม่กี่นาที

เพลงพิณกินไปตอบข้อความไปจนคณินใช้ปลายช้อนเคาะขอบจานเธอเบา

ๆ

“อะไรคะ”

“คุณกินข้าวอยู่”

“รู้ค่ะ”

“ผมนึกว่าคุณลืม”

“ถ้าเพลงวางโทรศัพท์ งานไม่หยุดตามนะคะ”

“ผมไม่ได้บอกให้วางตลอดมื้อ”

“แล้ว?”

“ห้าคำต่อหนึ่งข้อความก็ยังดี”

เพลงพิณมองเขา ก่อนตักข้าวเข้าปากห้าคำรวด

คณินนิ่งไป

“ครบค่ะ”

“ผมประเมินคุณต่ำไป”

เธอหัวเราะ แต่ยังไม่ทันได้ตอบ

โทรศัพท์ก็ดังอีกครั้ง คราวนี้เป็นพนักงานที่บริษัท

“ว่าไง”

“พี่เพลงคะ เอกสารที่ให้ไล่ดู

หนูเจออีกอย่างค่ะ”

มือที่กำลังตักอาหารหยุดลง

“อะไร”

“ใบเบิกสินค้าบางล็อตค่ะ

ในระบบขึ้นว่าเบิกออกแล้ว แต่หนูหาไม่เจอว่าของไปไหน”

เพลงพิณวางช้อน

“หมายความว่าไม่มีใบส่ง?”

“มีเลขเบิกค่ะ แต่ปลายทางไม่ชัด

บางรายการไม่มีเอกสารรับของเลย”

“กี่ล็อต”

“ตอนนี้เจอสามค่ะ ยังไล่อยู่”

เพลงพิณนิ่งไปครู่หนึ่ง

“อย่าเพิ่งถามใครเพิ่ม”

“คะ?”

“รวมสำเนาทั้งหมดไว้ก่อน แล้วส่งให้เพลงคนเดียว”

เธอกดวางสาย อาหารตรงหน้าถูกลืมทันที

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

คณินถาม

เพลงพิณมองเขา ตลอดหลายวันที่ผ่านมา

เธอคิดว่าปัญหาคือขายไม่ทัน เงินหมุนไม่พอ และตัวเองขยายธุรกิจเร็วเกินไป แต่ของไม่ได้หายไปเพราะยอดขายไม่ดี

“ของในบริษัทเพลงหายค่ะ”

คณินไม่ได้รีบถามว่าเท่าไร

“รู้หรือยังว่าหายตอนไหน”

เพลงพิณส่ายหน้า “กำลังจะรู้ค่ะ”

เธอหยิบกระเป๋า

“เพลงต้องกลับบริษัท”

“ครับ”

ไม่มีคำว่า เดี๋ยวผมช่วย ไม่มีคำถามว่าเธอไหวไหม

คณินเพียงเรียกพนักงานมาเก็บเงิน แล้วลุกตาม

เพลงพิณเดินไปได้สองก้าว

ก่อนหันกลับมามองอาหารที่เหลือเกือบครึ่งจาน

คณินหยิบกล่องอาหารที่พนักงานเพิ่งนำมาให้

“ผมให้เขาใส่กลับแล้ว”

“คุณรู้ได้ยังไงว่าเพลงจะเอา”

“ไม่รู้ครับ”

เขายื่นถุงให้

“แต่ท้องคุณน่าจะเอา”

เพลงพิณรับมาอย่างเถียงไม่ออก สิบนาทีต่อมา

เธอกลับถึงบริษัทพร้อมอาหารหนึ่งถุงและคำถามใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม

สินค้าสามล็อตถูกเบิกออกจากบริษัท

แต่ไม่มีใครบอกได้ว่าไปอยู่ที่ไหน.

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel