บทที่ 7 เดตท่ามกลางกล่องพัสดุ
บทที่ 7 เดตท่ามกลางกล่องพัสดุ
“คุณคณินคะ เพลงขอยกเลิกเย็นนี้ได้ไหม”
เพลงพิณพูดเร็วพอ ๆ กับมือที่กำลังเปิดประตูรถ
ปลายสายเงียบไปนิดหนึ่ง
“เกิดอะไรขึ้นครับ”
“รถขนส่งที่จะเข้ารับของเสียค่ะ
วันนี้ต้องส่งให้ทัน แต่รถมาไม่ได้ ทีมเพลงกำลังหาคันใหม่กันอยู่”
เธอขึ้นรถแล้วบอกคนขับให้กลับบริษัท
“เพลงต้องไปช่วยแพ็กของด้วย ขอโทษนะคะ ไว้”
“คุณกินข้าวหรือยัง”
คำถามทำให้เธอหยุด
“ยังค่ะ”
“กี่โมงจะเสร็จ”
เพลงพิณมองนาฬิกา “ไม่รู้เลยค่ะ”
“โอเคครับ”
ง่ายจนเธอรู้สึกผิดกว่าเดิม
“ขอโทษจริง ๆ นะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ คุณไปจัดการงานเถอะ”
สายตัดไป
เพลงพิณวางโทรศัพท์แล้วถอนหายใจ
เดตแรกในรอบไม่รู้กี่ปี
ใช้เวลานัดกันหลายวัน
ยกเลิกภายในสามนาที
ดีมาก
สองทุ่มกว่า กล่องพัสดุยังเรียงเต็มพื้น
“เลขนี้อยู่ไหนคะ”
“นี่ค่ะพี่เพลง”
“ชุดสามชิ้นนะ อย่าหยิบสอง เดี๋ยวลูกค้าด่าอีก”
เพลงพิณรับกล่องมาปิดเทปเอง
เสื้อเชิ้ตที่ใส่มาตั้งแต่เช้าถูกพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก ผมรวบไว้ลวก ๆ
ส่วนโทรศัพท์หนีบอยู่ระหว่างไหล่กับหู
“ค่ะ รถเข้ามาได้เลย
ของพร้อมไปส่วนหนึ่งแล้ว...ได้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ”
เธอกดวางสาย อย่างน้อยก็หารถได้ ถ้าช่วยกันอีกสักชั่วโมงน่าจะส่งล็อตสำคัญออกทันคืนนี้
เสียงพนักงานด้านหน้าเรียกขึ้น
“พี่เพลงคะ มีคนมาหาค่ะ”
“ใครคะ”
ยังไม่ทันได้คำตอบ
คนที่ควรจะกำลังกินอาหารเย็นอยู่ที่ไหนสักแห่งก็เดินเข้ามา
คณินไม่ได้มามือเปล่า เขามาพร้อมถุงอาหารเต็มสองมือ
เพลงพิณมองเขา แล้วมองถุง
“คุณมาได้ยังไง”
“ขับรถมาครับ”
เธอหลุดหัวเราะ “เพลงหมายถึงมาทำไม”
“มากินข้าว”
“แต่เพลงยกเลิกแล้วนะคะ”
คณินวางถุงอาหารลงบนโต๊ะที่พอเหลือพื้นที่ระหว่างเครื่อง
พิมพ์กับกล่องสินค้า
“ไหนคุณบอกว่ามากินตอนเพลงไม่ว่าง”
เขาถอดนาฬิกาวางข้างโทรศัพท์
“ผมเป็นคนรักษาคำพูด”
เพลงพิณมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
“คุณเอาจริงเหรอเนี่ย”
“ผมซื้อมาแล้วครับ”
“เพลงหมายถึงเรื่องเดต”
“ผมก็หมายถึงเรื่องอาหาร”
เขาเปิดถุงออก “กินก่อนไหมครับ
เรื่องอื่นค่อยตกลงกัน”
คนแถวโต๊ะข้าง ๆ พากันก้มหน้าทำงานทันที
ทั้งที่เมื่อครู่ยังมองกันเต็มตา
เพลงพิณถอนหายใจปนขำ
“ก็ได้ค่ะ แต่เพลงมีเวลาไม่เยอะ”
“ผมเริ่มเข้าใจแล้วครับว่าคำว่าไม่เยอะของคุณไม่ใช่คำพูดเล่น”
เดตแรกจึงเกิดขึ้นข้างกล่องพัสดุสามสิบกว่ากล่อง
โดยมีเสียงเครื่องพิมพ์ใบปะหน้าดังเป็นระยะ
เพลงพิณกินไปได้ไม่กี่คำก็ต้องลุกไปเช็กออร์เดอร์
กลับมากินอีกสองคำ โทรศัพท์ก็ดัง ครั้งที่สามเธอเพิ่งจับช้อน
คณินก็เลื่อนกล่องข้าวหนีมือเธอ
“อะไรคะ”
“กินให้หมดก่อน”
“สั่งเพลงเหรอ”
“เสนอครับ”
“น้ำเสียงไม่เหมือนเสนอเลย”
เขาเลื่อนกล่องกลับมาให้ “งั้นเชิญครับ”
เพลงพิณหัวเราะ “คุณจีบผู้หญิงแบบนี้จริง ๆ
เหรอ”
คณินเงียบไปนิดหนึ่ง
“ผมกำลังทดลองอยู่ครับ”
เธอเกือบสำลักข้าว
พอกินเสร็จ เพลงพิณก็กลับไปแพ็กของ
คณินนั่งอยู่ที่เดิมได้ไม่ถึงห้านาทีจึงถาม
“มีอะไรให้ช่วยไหมครับ”
“ไม่มีค่ะ คุณนั่งเฉย ๆ เถอะ”
“ผมนั่งดูคุณทำงาน?”
“ก็คุณเป็นคนอยากมากินตอนเพลงไม่ว่างเอง”
เขาพยักหน้าเหมือนยอมรับเหตุผล
ก่อนสายตาจะไปหยุดที่กองกล่อง
“ติดอันนี้ใช่ไหมครับ”
“ใบปะหน้าค่ะ”
“ผมทำได้”
เพลงพิณมองสูทของเขา “แน่ใจนะคะ”
“ไม่น่ายาก”
สิบนาทีต่อมา เธอพบว่าเขาพูดเร็วเกินไป
“คุณคณิน”
“ครับ”
“อันนี้เอียงค่ะ”
“ยังอ่านได้”
“อันนี้ติดกลับหัว”
“เครื่องสแกนน่าจะอ่านได้เหมือนกัน”
“แล้วอันนี้...”
เพลงพิณหยิบกล่องขึ้นมาดู
“คุณติดของลูกค้าคนนี้ใส่กล่องอีกคนค่ะ”
คณินเงียบ
เพลงพิณวางกล่องลงช้า ๆ
“ผู้บริหารเก่งทุกอย่างจริงไหมคะ”
“ผมไม่เคยอ้างแบบนั้นครับ”
“เมื่อกี้ใครบอกไม่น่ายาก”
“ผมประเมินงานต่ำไป”
เสียงเล็ก ๆ ดังมาจากประตู
“แม่!”
เพลงขวัญวิ่งเข้ามาก่อน
ตามด้วยต้นเพลงกับพี่เลี้ยง
เพลงพิณหันไป “ทำไมมากันแล้วคะ”
“คุณพ่อมาส่งค่ะ เห็นคุณเพลงยังไม่กลับ
เลยให้เด็ก ๆ รอที่นี่ก่อน”
เพลงขวัญยังไม่ทันฟังจบก็ไปหยุดตรงหน้าคณิน
“ใครคะ”
คณินมองเด็กหญิงที่จ้องเขาแบบไม่เกรงใจ
“คณินครับ”
“ลุงเหรอ”
เพลงพิณกลั้นหัวเราะ
คณินเหลือบมองเธอ
“น่าจะใช่ครับ”
เพลงขวัญพยักหน้ารับง่าย ๆ
ก่อนมองสิ่งที่เขากำลังทำ
“ลุงทำอะไร”
“ช่วยแม่หนูติดนี่ครับ”
ต้นเพลงเดินเข้ามาดู
แล้วหยิบกล่องที่คณินเพิ่งทำเสร็จขึ้นมา
“ผิดครับ”
คณินหันไป
เด็กชายชี้ตรงมุมกล่อง “แม่บอกต้องติดตรงนี้”
เพลงพิณรีบพูด “ต้นครับ ไม่เป็นไร”
แต่คณินกลับดึงกล่องมาใกล้
“ตรงไหนครับ”
ต้นเพลงชี้ให้ดูอีกครั้ง “ตรงนี้ ไม่งั้นทับเทป”
“อ๋อ”
คณินลอกใบปะหน้าแผ่นใหม่
“แล้วต้องทำยังไง”
ต้นเพลงมองเขาเหมือนลังเลว่าผู้ใหญ่คนนี้ทำไมไม่รู้
ก่อนขยับเข้ามา
“ลุงเอาตรง ๆ ก่อนครับ”
“แบบนี้?”
“ไม่ใช่”
เด็กชายดึงออกจากมือเขา “เดี๋ยวต้นทำให้ดู”
คณินยอมส่งให้
เพลงพิณมองภาพตรงหน้าแล้วต้องหันไปอีกทางเพื่อซ่อนยิ้ม
ผู้ชายที่เธอเคยเห็นคุยธุรกิจด้วยสีหน้าจริงจังในงานใหญ่
กำลังนั่งให้เด็กห้าขวบสอนติดใบปะหน้าพัสดุ
ส่วนเพลงขวัญนั่งยอง ๆ อยู่ข้างเขา
“ลุงมีลูกไหม”
“ไม่มีครับ”
“ทำไมไม่มี”
คณินนิ่ง
เพลงพิณหัวเราะออกมาทันที
“เพลงขวัญ อย่าถามแบบนั้นค่ะ”
“หนูถามเฉย ๆ”
คณินหันมาทางเพลงพิณ
“ข้อนี้ยากกว่าใบปะหน้าอีกครับ”
เกือบสี่ทุ่ม กล่องชุดสุดท้ายถูกยกขึ้นรถ
เพลงพิณกลับเข้ามาในห้อง
เห็นคณินกำลังเก็บเศษกระดาษบนโต๊ะ
“วันนี้เพลงชวนมากินข้าว
แต่กลายเป็นให้คุณมาทำงาน”
“ผมทำเสียมากกว่าช่วยหรือเปล่าครับ”
“ก็...ช่วงแรกค่ะ”
“ผมพัฒนาขึ้นแล้วนะครับ”
“เพราะต้นเพลงยืนคุม”
คณินหัวเราะเบา ๆ
เพลงพิณกำลังจะหยิบกล่องเปล่าไปเก็บ
แต่เห็นรอยสีขาวตรงอกเสื้อเขาเสียก่อน
“เดี๋ยวค่ะ”
เธอขยับเข้าไปหา
“อะไรครับ”
“เสื้อคุณเลอะ”
น่าจะเป็นครีมจากกล่องทดลองที่หกตอนแพ็กของ เพลงพิณเอื้อมมือปัดให้โดยไม่ได้คิด
ครั้งแรกไม่ออก
เธอจึงใช้นิ้วเช็ดอีกที แล้วถึงรู้ว่าคณินเงียบไป
มือเธออยู่ตรงอกเขา
ระยะห่างใกล้กว่าตอนคุยกันทุกครั้ง
เพลงพิณชะงัก ก่อนลดมือลง
“ออกแล้วค่ะ”
“ครับ”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพอดี เพลงพิณถอยออกแล้วหยิบขึ้นมาดู
สีหน้าที่ผ่อนคลายมาตลอดช่วงค่ำหายไปทันที เธอเดินออกไปรับสายด้านนอก
“สวัสดีค่ะ”
คณินไม่ได้ตามไป แต่จากตรงนี้
เขาเห็นเพลงพิณยืนนิ่งฟังอยู่พักใหญ่
“เพลงทราบค่ะ...ขอเวลาอีกนิดนะคะ”
ปลายสายพูดอะไรบางอย่าง
“ค่ะ เพลงไม่หนีแน่นอน”
เธอเงียบอีกครั้ง
“พรุ่งนี้เพลงโทรกลับค่ะ”
เมื่อกลับเข้ามา คณินไม่ได้ถามว่าใครโทรมา
เพลงพิณหยิบโทรศัพท์ใส่กระเป๋า
“วันนี้ขอบคุณนะคะ”
“ครับ”
“แล้วก็ขอโทษที่เดตแรกของคุณต้องมาติดใบปะหน้า”
“ของผม?”
เพลงพิณเลิกคิ้ว
“ไม่ใช่ของคุณเหรอคะ”
“ผมนึกว่าเป็นของเราสองคน”
เธอนิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนหัวเราะ
“กลับบ้านได้แล้วค่ะ ดึกแล้ว”
“ครับ”
คณินหยิบเสื้อสูทขึ้นมา
เพลงขวัญที่ง่วงจนตาปรือยังยกมือบ๊ายบายให้ทันที
“บ๊ายบายลุง”
“บ๊ายบายครับ”
คณินหันไปทางต้นเพลง
“ขอบคุณที่สอนติดกล่องนะครับ”
เด็กชายไม่ได้ตอบรับ เพียงมองเขาอยู่เงียบ ๆ
คณินกำลังจะเดินออกจากห้อง
เสียงต้นเพลงก็ดังขึ้น
“ลุงครับ”
เขาหันกลับ
“ครับ?”
ต้นเพลงขยับเข้าไปยืนใกล้แม่
“ลุงจะมาบ้านเราอีกไหม”
ห้องเงียบลงนิดหนึ่ง
เพลงพิณมองลูกชาย
น้ำเสียงนั้นไม่ได้ฟังเหมือนเด็กกำลังชวน
คณินก็คงฟังออกเช่นกัน เขาไม่ได้ตอบทันที
ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อยให้ระดับสายตาใกล้เด็กขึ้น
“ถ้าแม่ต้นอนุญาตครับ”
ต้นเพลงหันไปมองแม่ทันที
เพลงพิณยังไม่ทันพูดอะไร
เด็กชายก็กอดแขนเธอไว้แน่น
คณินเห็น เขาเพียงพยักหน้าให้เพลงพิณ
“ผมกลับก่อนนะครับ”
ครั้งนี้เพลงพิณไม่ได้รั้งไว้
ประตูปิดลงแล้ว
เพลงขวัญก็พึมพำทั้งที่แทบลืมตาไม่ขึ้น
“หนูชอบลุง”
ต้นเพลงกอดแขนแม่แน่นขึ้นอีก
“แต่ต้นไม่ชอบ”
เพลงพิณก้มมองลูกชาย
“ทำไมครับ”
เด็กห้าขวบเม้มปาก ไม่ตอบ
ก่อนซบหน้าลงกับแขนเธอเหมือนไม่อยากคุยเรื่องนี้อีก.
