บทที่ 6 ผู้ชายที่ทักมาตอนเธอไม่มีเวลา
บทที่ 6 ผู้ชายที่ทักมาตอนเธอไม่มีเวลา
ข้อความจากคณินเข้ามาตอนเก้าโมงสิบสามนาที
คณิน: สวัสดีครับ ผมคณิน คนดูที่ไม่สร้างยอด
เพลงพิณอ่านแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ เธอกำลังจะตอบ เสียงพนักงานก็ดังจากโต๊ะฝั่งตรงข้าม
“พี่เพลงคะ เจอเอกสารของยอดนั้นเพิ่มแล้วค่ะ”
โทรศัพท์ถูกคว่ำลงทันที
“ไหน”
พนักงานเอาแฟ้มมาวางตรงหน้า “มีใบขออนุมัติจ่าย แต่หนูหาใบสั่งผลิตต้นทางไม่เจอค่ะ”
เพลงพิณเปิดดูทีละหน้า ลายเซ็นยังเป็นของเธอ ยอดเงินตรงกับรายการที่จ่ายออก แต่เอกสารชุดนี้มีเพียงกระดาษที่บอกว่าต้องจ่าย ไม่มีอะไรยืนยันชัดเจนว่าเงินก้อนนั้นจ่ายเพื่อผลิตอะไร จำนวนเท่าไร และของเข้ามาเมื่อไร
“เอกสารช่วงเดียวกันมีอีกไหม”
“มีค่ะ แต่เยอะมาก”
“เอามาทั้งหมด”
“ทั้งหมดเลยเหรอคะ”
“ค่ะ”
พนักงานรับคำแล้วเดินกลับไป
เพลงพิณหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันพิมพ์ หน้าจอคอมพิวเตอร์ก็แจ้งอีเมลใหม่จากโรงงาน
เธอเปิดอ่าน จากนั้นโทรศัพท์ก็ดัง แล้วพนักงานอีกคนก็เดินเข้ามาพร้อมปัญหาเรื่องยอดคืนเงิน
ข้อความของคณินจึงหายไปจากความคิดโดยสมบูรณ์
เกือบบ่ายสอง เพลงพิณเพิ่งรู้ว่าตัวเองยังไม่ได้กินข้าว
และเพิ่งเห็นข้อความที่อ่านค้างไว้
คณิน: สวัสดีครับ ผมคณิน คนดูที่ไม่สร้างยอด
เธอพิมพ์ตอบ
เพลง: จำได้ค่ะ ยังไม่ต้องย้ำข้อเสียตัวเองขนาดนั้นก็ได้
อีกฝ่ายอ่านแทบจะทันที
คณิน: ผมนึกว่าคุณไม่ตอบแล้ว
เพลง: ขอโทษค่ะ อ่านแล้วโดนงานลากไป
คณิน: ห้าชั่วโมง?
เพลงพิณมองเวลา ห้าชั่วโมงจริงด้วย
เพลง: คุณจับเวลาด้วยเหรอคะ
คราวนี้เขาเงียบไปพักหนึ่ง
คณิน: เปล่าครับ ผมลบเวลาที่ส่งกับเวลาที่คุณตอบ
เพลงพิณหลุดหัวเราะ
ต่างกันตรงไหน
เพลง: ฟังดูดีกว่าจับเวลาตรงไหนคะ
คณิน: ผมก็เพิ่งรู้ว่าไม่ต่าง
เธอกำลังจะตอบ แต่พนักงานยกเอกสารมาอีกกองพอดี
“พี่เพลงคะ มีอีกสามรายการที่หนูว่าแปลก”
เพลงพิณวางโทรศัพท์ทันที คราวนี้ยอดไม่เท่ากัน วันที่ต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือเอกสารไม่ครบ
“สามอันนี้ใครเป็นคนเตรียมให้พี่เซ็น”
พนักงานเปิดระบบดู ก่อนบอกชื่อคนที่เพลงพิณคุ้นเคยดี
เธอนิ่งไปเล็กน้อย เป็นคนที่อยู่กับธุรกิจมาตั้งแต่ช่วงขยายงาน คนที่เธอไว้ใจให้ดูเรื่องการผลิตและการเงินหลายส่วน เพราะตอนนั้นงานโตเร็วจนเธอรับทุกอย่างเองไม่ไหว
“พี่เพลง จะเรียกมาถามเลยไหมคะ”
“ยังค่ะ”
“แต่ถ้า”
“ถ้าไม่มีอะไร เราก็ไม่ควรกล่าวหาเขา”
เพลงพิณหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดกลุ่มงานแล้วเกือบพิมพ์ถาม ก่อนเปลี่ยนใจ
“สำรองข้อมูลพวกนี้ก่อน”
“สำรอง?”
“เอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวกับการสั่งผลิต การจ่ายเงิน การรับสินค้า แล้วก็ประวัติแก้ไขสต็อก เอาไว้ในที่ที่ไม่มีใครแก้ไฟล์ต้นฉบับได้”
พนักงานมองหน้าเธอ
“พี่คิดว่ามีคนจะลบเหรอคะ”
“พี่ยังไม่รู้”
เพลงพิณปิดแฟ้ม
“เพราะยังไม่รู้ ถึงไม่อยากให้ใครรู้ว่าเรากำลังหาอะไร”
คณินได้รับข้อความอีกครั้งตอนสี่โมงกว่า
เพลง: หายไปทำงานต่อแล้วค่ะ เพิ่งว่าง
เขามองประโยคนั้น ก่อนพิมพ์
คณิน: ว่างแล้ว?
จุดสามจุดปรากฏขึ้น ก่อนคำตอบจะตามมา
เพลง: ว่างพอตอบไลน์ ไม่ได้แปลว่าว่างจริงค่ะ
คณินพิงเก้าอี้ เขาเคยจัดตารางนัดผู้บริหารหลายบริษัทให้อยู่ในวันเดียวกันได้ เคยเลื่อนประชุมข้ามประเทศโดยไม่ให้ใครเสียเวลาเกินจำเป็น
แต่ดูเหมือนคำว่า ว่าง ของเพลงพิณจะมีหลายระดับกว่าที่เขาคุ้นเคย
คณิน: งั้นผมขอใช้ช่วงว่างพอตอบไลน์ถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ
เพลง: ถามมาค่ะ
คณิน: ไปกินข้าวกับผมไหม
ข้อความถูกอ่าน
แล้วเงียบ
หนึ่งนาที
สามนาที
ห้านาที
คณินวางโทรศัพท์ลงแล้วเปิดเอกสารตรงหน้า ไม่ถึงครึ่งหน้า โทรศัพท์ก็สั่น
เพลง: คุณชวนเพลงกินข้าวเหรอคะ
เขาขมวดคิ้ว คำถามของเขาน่าจะชัดพอแล้ว
คณิน: ครับ
เพลง: แบบคุยงาน?
คณินมองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
คณิน: ผมไม่คิดว่าเรามีงานต้องคุยกันนะครับ
อีกฝ่ายเงียบไปอีก
เพลง: จริงด้วย
คณินหัวเราะเบา ๆ
อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ปฏิเสธ
ยัง
เพลงพิณเปิดปฏิทินในโทรศัพท์
คืนนี้ไลฟ์
พรุ่งนี้กินข้าวกับลูกและต้องเช็กการบ้านต้นเพลง
วันถัดไปนัดโรงงาน
วันศุกร์มีถ่ายงานช่วงเย็น
เสาร์ลูกอยู่กับเธอทั้งวัน
อาทิตย์มีไลฟ์รอบใหญ่
สัปดาห์หน้าก็ไม่ได้ดีขึ้นเท่าไร
เธอเลื่อนปฏิทินลงอีก
แล้วอีก
ก่อนถอนหายใจ
เพลง: ถ้าคุณรอให้เพลงว่างจริง ๆ สงสัยไม่ได้กินค่ะ
ข้อความถูกอ่านทันที
เพลงพิณคิดว่าบทสนทนาคงจบเท่านี้ จึงวางโทรศัพท์แล้วหันกลับไปหาเอกสาร
หน้าจอสว่างขึ้นอีกครั้ง
คณิน: งั้นผมไปกินตอนคุณไม่ว่างก็ได้
เพลงพิณอ่านซ้ำ
คิ้วขมวดก่อนในตอนแรก
แล้วมุมปากก็ค่อย ๆ ยกขึ้น
เพลง: กินยังไงตอนเพลงไม่ว่างคะ
คณิน: ผมกำลังคิดอยู่ครับ
คราวนี้เธอหัวเราะออกมาจริง ๆ
พนักงานที่กำลังคีย์ข้อมูลอยู่ฝั่งตรงข้ามเงยหน้าขึ้น
“มีอะไรเหรอคะพี่เพลง”
“ไม่มีอะไรค่ะ”
เพลงพิณคว่ำโทรศัพท์ลง
แต่รอยยิ้มยังไม่หาย
“พี่เพลง”
“คะ”
“ถ้าไม่มีอะไร พี่ยิ้มอะไร”
เพลงพิณเงยหน้ามอง
“ทำงานไปค่ะ”
อีกฝ่ายทำหน้ารู้ทัน แต่ยอมก้มกลับไป
โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง
เพลงพิณพยายามไม่หยิบ
ผ่านไปไม่ถึงสิบวินาที เธอก็พลิกมันขึ้นมาดู
คณิน: ผมขอเช็กตารางก่อน แล้วจะเสนอเวลาที่คุณปฏิเสธยากที่สุด
เพลงพิณพิมพ์ตอบทันที
เพลง: ฟังดูเหมือนขู่มากกว่าชวนกินข้าวนะคะ
คำตอบกลับมาเร็วพอกัน
คณิน: ผมไม่ค่อยมีประสบการณ์ครับ
เธอชะงัก
เพลง: เรื่องขู่คน?
คณิน: เรื่องชวนผู้หญิงที่ไม่มีเวลาว่างไปกินข้าวครับ
เพลงพิณมองหน้าจออยู่พักหนึ่ง ก่อนกดล็อกโทรศัพท์แล้ววางลง
คราวนี้เธอไม่ได้ตอบ แต่ระหว่างเปิดแฟ้มเอกสารชุดใหม่ เธอกลับนึกขึ้นมาได้ว่า
อยากรู้เหมือนกันว่าคณินจะหาวิธีมากินข้าวกับคนที่ไม่มีเวลาได้อย่างไร.
