บทที่ 5 คุณดูไลฟ์เพลงด้วยเหรอ
บทที่ 5 คุณดูไลฟ์เพลงด้วยเหรอ
“ลายเซ็นเพลงจริงค่ะ”
คำตอบทำให้คนในห้องเงียบไปพร้อมกัน เพลงพิณวางเอกสารลงบนโต๊ะ
หลังจากเทียบกับลายเซ็นในเอกสารชุดอื่นอยู่พักใหญ่
เหมือนกันแทบทุกจุด
“พี่เพลงจำได้ไหมคะว่าเซ็นตอนไหน”
เธอส่ายหน้า
“ไม่ค่ะ”
“งั้นอาจมีคนเอาลายเซ็นพี่ไป”
“อย่าเพิ่งคิดไปถึงตรงนั้น”
เพลงพิณตัดบท ก่อนดึงแฟ้มอีกกองเข้ามาใกล้ ช่วงที่ธุรกิจกำลังโต
เธอเซ็นเอกสารวันหนึ่งไม่รู้กี่ชุด บางครั้งอ่านเองทั้งหมด
บางครั้งมีคนสรุปสาระสำคัญมาให้แล้วค่อยเซ็น เพราะในวันเดียวเธอต้องดูทั้งการผลิต
ยอดขาย ตัวแทน การตลาด และลูกสองคนที่ไม่มีใครยอมป่วยตามตารางงานของแม่
ถ้าจะมีใครต้องรับผิดชอบเรื่องเซ็นเอกสารโดยไม่ตรวจ
ทุกหน้าให้ละเอียด คนแรกก็คือเธอ
“ขอเอกสารต้นเรื่องของยอดนี้ทั้งหมดค่ะ
ใบเสนอราคา ใบสั่งผลิต หลักฐานส่งของ แล้วก็อีเมลที่เกี่ยวข้อง”
“ถ้าหาไม่เจอล่ะคะ”
“ค่อยว่ากันตอนหาไม่เจอ”
เพลงพิณหยิบเอกสารขึ้นมาอีกครั้ง ยอดเงินถูกจ่ายจริง
ลายเซ็นก็จริง
สิ่งเดียวที่หาไม่เจอคือ
ของที่ควรได้จากเงินก้อนนั้น
“แล้วเรื่องนี้ยังไม่ต้องถามใครนะคะ”
พนักงานชะงัก
“แม้แต่ฝ่ายที่ดูเอกสารตอนนั้นเหรอคะ”
“โดยเฉพาะฝ่ายนั้น”
เธอไม่ได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นก่อนถามคนอื่น
เธอต้องรู้ก่อนว่าตัวเองมีอะไรอยู่ในมือ
โทรศัพท์บนโต๊ะสั่นขึ้นพอดี ข้อความจากผู้จัดการงานอีเวนต์เด้งขึ้นมา
พี่เพลงคะ ถึงไหนแล้วคะ
อีกชั่วโมงครึ่งแต่งหน้านะคะ
เพลงพิณมองนาฬิกาแล้วลุกพรวด
“ตายแล้ว”
พนักงานตกใจตาม “อะไรคะ”
“งานฉัน”
ปัญหาบริษัทอาจยังหาไม่เจอว่าเงินหายไปไหน แต่ถ้าเธอไปทำงานสาย
เงินที่ควรจะได้วันนี้อาจหายไปอีกก้อนแน่ ๆ
“วันนี้ไม่ต้องถ่วงเวลาให้ใครแล้วนะคะพี่เพลง”
ทีมงานสาวคนเดิมรีบบอกทันทีที่เห็นเธอเดินเข้าหลังเวที
เพลงพิณยื่นกระเป๋าให้ผู้ช่วย “ดีค่ะ
ค่าตัวเท่าเดิม งานเพิ่มทุกครั้งก็ไม่ไหวนะ”
“คราวก่อนลูกค้าชมพี่มากเลยค่ะ”
“ชมอย่างเดียวเหรอ”
อีกฝ่ายหัวเราะ
“เดี๋ยวหนูลองขอเพิ่มให้ครั้งหน้าค่ะ”
“แบบนี้ค่อยน่าฟัง”
เพลงพิณนั่งหน้ากระจก ปล่อยให้ช่างเริ่มทำผม
ขณะที่ตัวเองก้มตอบข้อความเรื่องงานในโทรศัพท์ เอกสารที่สั่งไว้ยังมาไม่ครบ มีรายงานรับสินค้าอยู่สองชุด
แต่ยอดไม่ตรงกับจำนวนที่ระบุในใบจ่ายเงิน เธอกำลังจะพิมพ์สั่งให้เช็กต่อ
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“เพลง”
เพลงพิณเงยหน้ามองผ่านกระจก
“พี่วิน”
ชายหนุ่มที่คุ้นเคยกันจากวงการเดินเข้ามาทัก
ก่อนหันไปทางผู้ชายอีกคนที่มาด้วยกัน
“พอดีเลย อนากแนะนำให้รู้จักกันไว้ นี่คณิน
สิทธิวรกุล”
เพลงพิณหันไป แล้วรู้สึกคุ้นหน้าอยู่ครู่หนึ่ง เธอเคยเห็นเขาที่งานก่อน
ผู้ชายรูปร่างสูงในชุดสูทที่ดูเหมือนมาทำงานมากกว่ามางานเปิดตัวสินค้า
คณินยื่นมือมา “สวัสดีครับ”
เพลงพิณลุกขึ้นจับมือเขา “สวัสดีค่ะ”
“คุณเพลงกับคณินน่าจะเคยอยู่ในงานเดียวกันคราวก่อนนะ”
“ผมเห็นคุณเพลงครับ”
คำตอบนั้นทำให้เพลงพิณเลิกคิ้วนิดหนึ่ง
“แต่เพลงไม่เห็นคุณเลยค่ะ”
“ผมอยู่ไกลครับ”
“อ๋อ”
เธอไม่ได้คิดอะไรต่อ
จนพี่วินถูกทีมงานอีกคนเรียกไป เหลือทั้งสองยืนอยู่ใกล้กัน คณินมองผลิตภัณฑ์ที่วางอยู่บนโต๊ะ
ก่อนพูดขึ้น
“วันนี้ไม่ได้เอาเซรั่มตัวที่ขายคืนก่อนมาด้วยเหรอครับ”
เพลงพิณหันมามองเขาทันที
คณินเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป
“คุณรู้ได้ยังไงคะ”
เงียบไปครู่หนึ่ง
“ผมเคยเห็นในไลฟ์ครับ”
เพลงพิณมองหน้าเขาใหม่ตั้งแต่ต้น
“คุณดูไลฟ์เพลงด้วยเหรอ”
“ครับ”
เขาตอบตรงจนเธอไม่รู้จะถามต่ออย่างไรอยู่ชั่วขณะ
ผู้ชายตรงหน้าดูไม่เหมือนกลุ่มลูกค้าของเธอแม้แต่น้อย
“ซื้อหรือเปล่าคะ”
“ยังครับ”
“อ้าว”
เพลงพิณพยักหน้าช้า ๆ
“งั้นเป็นคนดูที่ไม่สร้างยอดเลยนะคะ”
คณินนิ่งไป
เธอเกือบคิดว่าตัวเองแซวคนผิดเสียแล้ว
ก่อนเขาจะถามด้วยสีหน้าจริงจังเหมือนกำลังคุยเรื่องสัญญาธุรกิจ
“ต้องซื้อเท่าไรถึงจะนับว่าเป็นคนดูที่มีคุณภาพครับ”
เพลงพิณหลุดหัวเราะ
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นค่ะ เพลงแค่ล้อเล่น”
“ผมถามไว้เป็นข้อมูล”
“คุณจริงจังกับเรื่องนี้เหรอคะ”
“ผมโดนเจ้าของแบรนด์ตำหนิแล้วนี่ครับ”
“เพลงยังไม่ได้ตำหนิ”
“คนดูที่ไม่สร้างยอด ฟังดูไม่ค่อยเป็นคำชม”
คราวนี้เพลงพิณหัวเราะจริง ๆ ใบหน้าที่ดูขรึมเกินกว่าจะพูดเล่น
ทำให้เธอแยกไม่ออกว่าเขาตั้งใจเล่นมุกหรือพูดจริงกันแน่
“งั้นครั้งหน้าช่วยกดตะกร้าด้วยนะคะ
จะได้เลื่อนสถานะ”
“ได้ครับ”
เขารับคำง่ายเสียจนเธอต้องมองอีกครั้ง
“เพลงล้อเล่นค่ะ”
“ผมรู้ครับ”
“แล้วรับคำทำไม”
“ก็คุณบอกให้ซื้อ”
เพลงพิณกำลังจะตอบ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
ชื่อที่หน้าจอทำให้เธอรีบรับ
“ว่าไงคะต้น”
เสียงลูกชายดังมาตามสาย
“แม่ วันนี้แม่กลับกี่โมง”
“ไม่นานค่ะ แม่ทำงานเสร็จแล้วกลับเลย”
“ขวัญเอาสีของต้นไป”
มีเสียงเพลงขวัญแทรกมาทันที
“ของหนู!”
“ไม่ใช่!”
เพลงพิณหลับตา
คณินยืนอยู่ตรงนั้น และได้ยินชัดพอ ๆ กับเธอ
“ต้นคะ เอาโทรศัพท์ให้พี่เลี้ยงก่อนค่ะ
แม่จะคุยด้วย”
“แต่ขวัญ”
“แม่รู้ค่ะ เดี๋ยวแม่จัดการ”
เธอรอจนผู้ใหญ่รับสาย
คุยอีกสองสามประโยคแล้วจึงวาง พอเงยหน้าขึ้น คณินยังอยู่
“ขอโทษนะคะ”
“เรื่องอะไรครับ”
“อยู่ ๆ ให้ฟังปัญหาสีไม้”
“ฟังดูเป็นปัญหาใหญ่ครับ”
“ใหญ่มากค่ะ บ้านแทบแตก”
มุมปากเขาขยับ
เพลงพิณเพิ่งเห็นชัด ๆ
ว่าผู้ชายคนนี้เวลายิ้มดูต่างจากตอนทำหน้านิ่งพอสมควร
“พี่เพลงคะ เตรียมขึ้นเวทีค่ะ”
เสียงทีมงานเรียกจากอีกด้าน
“ไปก่อนนะคะ”
เธอกำลังจะเดินออกไป แต่คณินเรียกไว้
“คุณเพลงครับ”
เพลงพิณหันกลับ
“ผมขอช่องทางติดต่อคุณได้ไหม”
คำถามตรงจนเธอเงียบไปนิดหนึ่ง
“เรื่องอะไรคะ”
คณินเองก็นิ่งเหมือนยังไม่ได้เตรียมคำตอบสำหรับคำถามนี้
“ถ้าบอกว่าจะซื้อของ จะดูน่าเชื่อขึ้นไหมครับ”
เพลงพิณหัวเราะ
“นิดหนึ่งค่ะ”
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“เอาไลน์มาก็ได้ค่ะ”
คณินเปิดคิวอาร์โค้ดให้ เพลงพิณสแกน
แล้วเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าแทบจะทันที
“แต่ถ้าจะสั่งของ ทักเพจเร็วกว่านะคะ
เพลงตอบช้ามาก”
“ผมไม่ได้จะสั่งของครับ”
มือที่กำลังจะปล่อยกระเป๋าหยุดไปนิดหนึ่ง
เพลงพิณเงยหน้ามองเขา
แต่ทีมงานเรียกซ้ำพอดี
“พี่เพลงคะ!”
“ไปแล้วค่ะ!”
เธอหันกลับมาบอกเขาเร็ว ๆ
“งั้นไว้ค่อยบอกนะคะว่าจะติดต่อเรื่องอะไร”
แล้วรีบเดินไปทางเวที
คณินมองรายชื่อผู้ติดต่อใหม่บนหน้าจอ
เพลงพิณ
เขายังไม่ได้ส่งข้อความอะไร
แต่คราวนี้
อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องรอให้ระบบแจ้งเตือนว่าเธอออนไลน์ก่อนแล้ว.
