บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 คืนที่ของขายดีไม่ใช่ข่าวดี

บทที่ 4 คืนที่ของขายดีไม่ใช่ข่าวดี

ข้อความเรื่องสินค้าส่งช้าไม่ได้หยุดอยู่แค่สามข้อความ

ระหว่างที่เพลงพิณกำลังอธิบายผลิตภัณฑ์ในมือ คอมเมนต์ใหม่ก็เด้งตามขึ้นมาอีก

ของที่สั่งอาทิตย์ก่อนยังไม่ได้เลยค่ะ

เห็นบอกว่ากำลังส่งมาหลายวันแล้วนะคะ

ถ้าสั่งคืนนี้จะได้ของเมื่อไหร่คะ

เพลงพิณเห็นทุกข้อความ แต่ยังอธิบายสินค้าชิ้นนั้นจนจบ ก่อนวางลงบนโต๊ะ

“เห็นคำถามเรื่องออร์เดอร์เก่าแล้วนะคะ เดี๋ยวเพลงตอบตรงนี้พร้อมกันเลยค่ะ”

มิ้นท์ซึ่งยืนอยู่หลังกล้องขยับเข้ามาใกล้ แล้วยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้ดู

พี่ ข้ามก่อนไหม

เพลงพิณส่ายหน้า

“สินค้าบางรายการล่าช้าจริงค่ะ ตอนนี้ทีมกำลังเช็กเป็นรายออร์เดอร์อยู่ บางส่วนออกจากคลังแล้ว บางส่วนยังรอสินค้าจากโรงงาน”

คอมเมนต์ไหลเร็วขึ้นทันที

แล้วตกลงอีกกี่วันคะ

สั่งไปตั้งแต่โปรรอบก่อนแล้ว

เห็นตอบว่ากำลังเช็กมาหลายวันแล้วนะคะ

มิ้นท์ทำท่าจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เพลงพิณเหลือบไปเห็นข้อความที่พนักงานส่งมา

บล็อกบัญชีที่ถามซ้ำไหมคะพี่

เธอส่ายหน้าอีกครั้ง

“ถ้าเป็นออร์เดอร์ที่ยังไม่ได้เลขส่ง ทักอินบ็อกซ์พร้อมเลขคำสั่งซื้อมาได้เลยนะคะ ทีมจะเช็กให้เป็นรายการ ส่วนวันส่ง ถ้าเพลงยังไม่ได้วันที่ยืนยันจากโรงงาน ขอไม่พูดว่าสองวัน สามวัน หรืออาทิตย์หน้าเพียงเพื่อให้ทุกคนสบายใจนะคะ”

ยอดสั่งซื้อที่กำลังขยับชะลอลงอย่างเห็นได้ชัด เพลงพิณมองตัวเลขตรงมุมจอเพียงแวบเดียว

“ปัญหาเกิดจากฝั่งบริษัทเพลงเอง ลูกค้ากับตัวแทนไม่ควรต้องรับผิดชอบ ถ้าใครรอได้ ขอบคุณมากค่ะ แต่ถ้าใครไม่สะดวกรอ ทักเข้ามาคุยกับทีมเรื่องคืนเงินได้เลย”

มิ้นท์เงยหน้ามองทันที เพลงพิณรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร

เงินที่ต้องหาในเจ็ดวันยังไม่รู้จะมาจากไหน ถ้ามีคนขอคืนเพิ่มอีก กระแสเงินสดจะยิ่งแย่ลง แต่ถ้าเธอพูดให้ทุกคนรอทั้งที่ยังตอบไม่ได้ว่าจะส่งของเมื่อไร นั่นก็ไม่ได้ต่างอะไรกับโยนปัญหาไปให้ลูกค้า

คอมเมนต์หนึ่งเด้งขึ้น

แบบนี้ค่อยโอเค อย่างน้อยก็บอกตรง ๆ

ตามด้วยอีกคน

รอได้ค่ะ แต่อยากรู้ตามจริง

เพลงพิณหยิบผลิตภัณฑ์ชิ้นต่อไปขึ้นมา

“โอเคค่ะ กลับมาขายของกันต่อ ไม่อย่างนั้นคืนนี้พนักงานจะบอกว่าเจ้าของแบรนด์เปิดไลฟ์มาประชุมกับลูกค้า”

เสียงหัวเราะดังจากหลังกล้อง บรรยากาศที่ตึงอยู่ค่อยคลายลง

ยอดขายเริ่มเดินอีกครั้ง แม้ช้ากว่าตอนต้นมาก

ต้นเพลงที่นั่งอยู่ด้านหลังยังไม่ไปไหน เด็กชายมองโทรศัพท์ของแม่อยู่พักใหญ่ ก่อนจะขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้มิ้นท์แล้วกระซิบอะไรบางอย่าง

มิ้นท์ก้มลงฟัง ก่อนหลุดยิ้ม

“ต้นบอกว่าแม่ขายต่อ เดี๋ยวลูกค้าก็ซื้อเองค่ะ”

เพลงพิณหันขวับ

“ใครบอกให้ต้นมาช่วยงานแม่ครับ”

เด็กชายรีบกลับไปนั่งตัวตรง

“ต้นแค่บอก”

“บอกเสร็จแล้วก็เตรียมขึ้นนอนเลย”

ต้นเพลงทำหน้าไม่พอใจ แต่ไม่เถียง

เพลงพิณหันกลับมาหากล้อง

“เห็นไหมคะ ตอนนี้มีผู้จัดการเพิ่มแล้วหนึ่งคน เงินเดือนยังไม่ต้องจ่ายเพราะอายุไม่ถึงเกณฑ์”

คนดูส่งอีโมจิหัวเราะขึ้นมารัว ๆ

อีกฝั่งของเมือง คณินยังมองภาพนั้นจากโทรศัพท์ในมือ

เขากดเข้ามาตั้งแต่ก่อนขึ้นลิฟต์ คิดเพียงว่าจะดูว่าไลฟ์ของผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันวันนี้เป็นอย่างไร แต่จนประตูลิฟต์เปิด เขาก็ยังไม่ได้กดออก

ระหว่างลงไปชั้นล่าง เขาลดเสียงโทรศัพท์ลงเท่านั้น

คนทำธุรกิจส่วนใหญ่รู้ดีว่าควรทำอย่างไรเมื่อเกิดปัญหาต่อหน้าลูกค้า

อย่าตอบเกินข้อมูล

อย่ารับปากสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

และถ้าเป็นไปได้ อย่าให้ปัญหากลายเป็นเรื่องสาธารณะ

เพลงพิณทำถูกสองข้อแรก

ส่วนข้อสุดท้าย เธอเพิ่งบอกต่อหน้าคนดูทั้งหมดว่า ใครไม่ต้องการรอก็สามารถขอคืนเงินได้

ประตูลิฟต์เปิด คณินเก็บโทรศัพท์ลงระหว่างเดินออกจากอาคาร ทักทายคนที่ยังรอส่งเขาอยู่สองสามคำ ก่อนขึ้นรถ

รถเคลื่อนออกจากหน้าโรงแรมได้ไม่นาน เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง

ไลฟ์ยังไม่จบ เพลงพิณกำลังตอบคำถามเรื่องวิธีใช้ผลิตภัณฑ์ ราวกับเรื่องเมื่อครู่ผ่านไปแล้ว

โทรศัพท์อีกเครื่องดังขึ้น คณินเหลือบมองชื่อเลขานุการก่อนกดรับ

“ครับ”

“เอกสารพรุ่งนี้ส่งเข้าเมลแล้วนะคะ แล้วประชุมเช้าเลื่อนเป็นเก้าโมงครึ่งค่ะ”

“ครับ ขอบคุณ”

เขาวางสาย

หน้าจอยังเป็นภาพเพลงพิณกำลังหยิบสินค้าชิ้นใหม่ขึ้นมา เธอยิ้มให้กล้องตามปกติ แต่ถ้ามองดี ๆ จะเห็นว่าไหล่ตึงกว่าตอนเริ่มไลฟ์

คณินไม่ได้สนใจว่าครีมขวดนั้นช่วยเรื่องอะไร เขาสนใจมากกว่าว่า ผู้หญิงคนนี้เพิ่งยอมเสียยอดขายตรงหน้า เพื่อไม่พูดในสิ่งที่ตัวเองยังทำไม่ได้

เกือบสี่ทุ่มครึ่ง เพลงพิณยกมือไหว้

“คืนนี้ขอบคุณทุกคนนะคะ แล้วเรื่องออร์เดอร์ที่ค้าง ทีมจะทยอยตอบให้ตามเลขที่ส่งเข้ามาค่ะ ถ้าตอบช้านิดหนึ่งอย่าเพิ่งด่านะคะ คนตอบยังมีเท่าเดิม แต่คนถามเพิ่มขึ้นเยอะมาก”

มิ้นท์หัวเราะอยู่หลังกล้อง

“พูดแบบนี้เดี๋ยวโดนด่าจริงนะพี่”

“งั้นปิดก่อนโดนดีกว่า สวัสดีค่ะ”

ไฟหน้ากล้องดับลง เพลงพิณทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ทันที

“ยอดเป็นไง”

มิ้นท์มองหน้าจอ

“ช่วงที่พี่พูดเรื่องคืนเงินตกไปเกือบยี่สิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ”

เพลงพิณหลับตาแวบหนึ่ง

“โอเค”

“แต่พี่แอนทักมา”

เธอลืมตาทันที มิ้นท์ยื่นโทรศัพท์ให้ ข้อความจากตัวแทนที่เพิ่งขอคืนเงินบางส่วนเมื่อเช้าปรากฏอยู่บนหน้าจอ

พี่คุยกับลูกค้าแล้วนะ ส่วนที่เหลือพี่จะยังไม่ถอน ขอรอดูตารางส่งของก่อน อย่างน้อยวันนี้พี่เห็นว่าเพลงไม่ได้หลบ

เพลงพิณอ่านซ้ำอีกครั้ง

“หนึ่งคน”

“หนึ่งคนก็ดีกว่าไม่มีเลยค่ะ”

“จริง”

เธอคืนโทรศัพท์ให้ ก่อนเหลือบเห็นกระดาษอีกชุดในมือมิ้นท์

“นั่นอะไร”

สีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไป

“เรื่องสต็อกค่ะ”

เพลงพิณนั่งตัวตรง มิ้นท์วางเอกสารลงตรงหน้า เป็นรายการสินค้าสามตัว ตัวเลขฝั่งหนึ่งคือจำนวนในระบบ อีกฝั่งคือยอดที่ทีมคลังนับได้จริง

เพลงพิณมองอยู่ไม่กี่วินาทีก็ขมวดคิ้ว

“นับผิดหรือเปล่า”

“เช็กสองรอบแล้วค่ะ”

“ของที่ส่งตัวแทนไปแต่ยังไม่ตัดระบบ?”

“ไล่แล้ว”

“ของเสีย?”

“หักออกแล้วค่ะ”

เพลงพิณลากนิ้วไปตามตัวเลข

สินค้าตัวแรกหายไปหลายร้อยชิ้น ตัวที่สองมากกว่านั้น พอรวมสามรายการ ความต่างมากพอจะไม่ใช่เรื่องนับพลาดสองสามกล่อง

“ชุดนี้ของเมื่อไร”

“ช่วงตอนขยายการผลิตค่ะ”

มือที่ถือกระดาษหยุดไปเล็กน้อย

ตอนนั้นยอดขายกำลังขึ้นเร็ว ทีมใหญ่ขึ้น โรงงานเพิ่ม งานเข้าพร้อมกันแทบทุกด้าน เพลงพิณจึงแบ่งงานผลิต บัญชี และสต็อกให้คนที่ไว้ใจดูแล ส่วนตัวเองไปเน้นยอดขายกับการตลาด

ตอนนั้นมันดูสมเหตุสมผล

ตอนนี้เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้ว

“เอาใบรับของ ใบสั่งผลิต แล้วก็ยอดส่งออกของสามตัวนี้มาให้พี่ทั้งหมด”

มิ้นท์มองเวลา

“คืนนี้เลยเหรอคะ”

เพลงพิณก้มมองตัวเลขอีกครั้ง

“เท่าที่หาได้คืนนี้ค่ะ ที่เหลือพรุ่งนี้เช้าต่อ”

เช้าวันรุ่งขึ้น เอกสารสามกองวางเต็มโต๊ะประชุม

จำนวนสินค้าในระบบยังเท่าเดิม ของจริงก็ยังขาดเท่าเดิม ไม่มีใครนับผิด เพลงพิณไล่ดูใบรับสินค้า ใบเบิกคลัง และรายงานการส่งออกทีละชุด กระทั่งมิ้นท์ดึงเอกสารแผ่นหนึ่งออกมา

“พี่เพลงคะ อันนี้แปลก”

เป็นใบขออนุมัติจ่ายเงินจากช่วงเดียวกับล็อตที่มีปัญหา ยอดเงินถูกจ่ายออกจริง แต่ไม่มีใบสั่งผลิตแนบอยู่ และในชุดเอกสารที่หาได้ก็ไม่มีหลักฐานรับสินค้าที่ตรงกับยอดนั้น

เพลงพิณพลิกดูหน้าถัดไป

“ต้นเรื่องอยู่ไหน”

“ยังหาไม่เจอค่ะ”

“ในระบบ?”

“ไม่มีค่ะ”

เธอมองยอดเงินอีกครั้ง ก่อนสายตาจะเลื่อนลงไปถึงด้านล่างของกระดาษ แล้วหยุด มีลายเซ็นหนึ่งอยู่ตรงช่องอนุมัติ

ลายเซ็นของเธอ

เพลงพิณไม่พูดอยู่หลายวินาที มิ้นท์เองก็คงเห็นแล้ว เพราะสีหน้าเปลี่ยนไป

“พี่เพลง...”

“อย่าเพิ่งสรุปอะไรค่ะ”

เธอดึงเอกสารเข้ามาใกล้อีกครั้ง ช่วงนั้นเธอเซ็นกระดาษวันหนึ่งไม่รู้กี่ชุด บางฉบับอ่านเองทั้งหมด บางฉบับมีคนสรุปมาให้แล้วค่อยเซ็น

ถ้าจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้น มันอาจเริ่มจากตรงนั้นก็ได้

เพลงพิณเงยหน้าขึ้น

“เอาเอกสารที่เพลงเซ็นช่วงเดียวกันมาให้หมดค่ะ”

“พี่จะเทียบลายเซ็น?”

“ค่ะ”

เธอวางกระดาษแผ่นนั้นลงตรงกลางโต๊ะ

“ก่อนจะถามว่าใครทำอะไร เพลงต้องรู้ก่อนว่าอันนี้เป็นลายเซ็นของเพลงจริงหรือเปล่า”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel