บทที่ 3 ผู้หญิงสามคนในคนเดียวกัน
บทที่ 3 ผู้หญิงสามคนในคนเดียวกัน
--------------------------------------
“พี่คะ เพลงไม่ได้ขอให้เดินของเต็มล็อตแล้วนะ”
เพลงพิณหนีเสียงเพลงจากหน้าเวทีมาคุยโทรศัพท์ตรงทางเดินหลังห้องจัดงาน
มืออีกข้างยกขึ้นกันช่างแต่งหน้าที่กำลังจะเติมลิปสติก
“เพลงขอแค่ตัวที่ตกลงกันไว้
ถ้าของออกไม่ทันวันจันทร์ ตัวแทนต้องเลื่อนส่งอีก”
“พี่รู้ แต่ฝ่ายผลิตเขารอคำยืนยันเรื่องเงิน”
“เราตกลงกันว่าเพลงมีเจ็ดวันไม่ใช่เหรอคะ”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง
“พี่ให้เจ็ดวันเรื่องยอดเก่า
แต่ล็อตที่เดินอยู่ก็ต้องมีต้นทุน”
เพลงพิณหลับตา นี่แหละปัญหาของการมีเวลาเพิ่มเจ็ดวัน
มันไม่ได้แปลว่าปัญหาอื่นจะยอมหยุดรอเจ็ดวันพร้อมกัน
“เอาอย่างนี้ค่ะ
พี่เดินเฉพาะตัวหลักตามจำนวนที่เพลงส่งไป ที่เหลือพักก่อน
เพลงจะจัดการเงินส่วนแรกให้ภายในวันพรุ่งนี้”
“ไหวแน่นะ”
“ถ้าไม่ไหว เพลงจะโทรไปบอกเองค่ะ
ไม่ปล่อยให้พี่รอ”
“โอเค งั้นพี่คุยกับฝ่ายผลิตให้”
“ขอบคุณค่ะ”
เพลงพิณกดวางสายพร้อมเสียงเรียกจากด้านหลัง
“พี่เพลงคะ อีกสองนาทีขึ้นเวทีค่ะ”
“ค่ะ”
เธอยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋า
ช่างแต่งหน้าที่รออยู่รีบเข้ามาเติมลิปสติกให้
“พี่เพลงหน้าตึงมาก หนูกลัวจนไม่กล้าเรียกเลย”
“ขอบคุณนะที่บอก
ไม่งั้นลูกค้าจ่ายเงินมาแล้วได้เพลงยืนเครียดอยู่บนเวทีแทน”
เด็กสาวหัวเราะ
เพลงพิณมองตัวเองในกระจก เช็กเส้นผม
เอานิ้วแตะหางตาเบา ๆ แล้วสูดลมหายใจ เสียงพิธีกรด้านนอกกำลังกล่าวต้อนรับแขก
“พร้อมนะคะพี่”
“พร้อมค่ะ”
เธอก้าวออกจากหลังฉาก รอยกังวลเมื่อครู่หายไปจากใบหน้าแทบทั้งหมด
คณินมาถึงงานช้ากว่ากำหนดสิบนาที
ทันทีที่ลงจากรถ เขารับโทรศัพท์อีกสาย
ก่อนเดินเข้ามาในฮอลล์พร้อมเลขาฯ โดยแทบไม่ได้มองเวที
“ผมไม่รับเงื่อนไขนั้น
ถ้าเขาต้องการเปลี่ยนหลังจากเราตกลงกันแล้ว ให้ส่งกลับไปใหม่”
เขาฟังคำตอบจากปลายสาย
“ครับ พรุ่งนี้เก้าโมงคุยกัน”
คณินวางโทรศัพท์
“ทางนั้นมาถึงหรือยัง”
“ถึงแล้วค่ะ รออยู่โซนรับรอง
แต่เขาบอกคุยหลังเปิดงานก็ได้”
“งั้นรอก่อน”
เสียงปรบมือดังขึ้นจากหน้าเวทีพอดี คณินหันไปตามเสียงโดยไม่ได้ตั้งใจ
แล้วหยุด
ผู้หญิงในชุดสีเรียบหรูที่กำลังเดินขึ้นเวทีคือคนเดียวกับที่เมื่อคืนก่อนนั่งขายครีมโดยมีลูกสาวอยู่บนตักและลูกชายช่วยตอบคำถามแทน
เพลงพิณ
เขาจำเธอได้ทันที แต่ถ้าไม่เคยเห็นภาพเมื่อคืน
คณินคงเชื่อว่าผู้หญิงบนเวทีไม่มีอะไรให้ต้องกังวลในชีวิต เธอยิ้มให้กล้อง
ทักทายพิธีกร แล้วหันไปหาแขกด้านล่างอย่างเป็นธรรมชาติ
“ไม่ได้ทำงานแบบนี้มาสักพักแล้วนะคะ
ถ้าวันนี้เดินผิดตำแหน่งต้องฝากช่างภาพช่วยขยับตามเพลงด้วย”
เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบงาน
พิธีกรรับมุกทันที
“แต่เมื่อกี้ผมเห็นคุณเพลงเดินมาเป๊ะมากนะครับ”
“เพราะมีทีมงานยืนชี้อยู่ข้างหลังค่ะ”
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง
คณินมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเลขาฯ จะเรียก
“คุณคณินคะ ทางนี้ค่ะ”
เขาพยักหน้าและเดินไปยังโซนรับรอง การสนทนาธุรกิจเริ่มขึ้นไม่กี่นาทีต่อมา
แต่ยังไม่ทันคุยจบ เสียงจากเวทีก็ดังแทรกมาเป็นระยะ
จนพิธีกรประกาศเชิญแขกรับเชิญอีกคนขึ้นเวที ไม่มีใครออกมา
พิธีกรเว้นจังหวะ ทีมงานด้านข้างเริ่มเคลื่อนไหวกันวุ่นวาย
คณินมองนาฬิกา
ก่อนเงยขึ้นอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเพลงพิณ
“สงสัยวันนี้เขาตั้งใจให้เพลงทำงานให้คุ้มค่าตัวค่ะ”
คนดูหัวเราะ
พิธีกรหันไปหาเธอเหมือนได้คนช่วยชีวิต
“งั้นระหว่างรอ
ขอถามคุณเพลงเพิ่มอีกสักสองสามคำถามได้ไหมครับ”
“ถามได้ค่ะ แต่อย่าถามอายุนะคะ
เดี๋ยวค่าตัวเพิ่ม”
เสียงหัวเราะดังจนคนที่นั่งคุยกับคณินยังหันไปมอง
จากสองสามคำถามกลายเป็นบทสนทนาต่ออีกเกือบสิบนาที
เพลงพิณชวนพิธีกรคุยเรื่องสินค้า ดึงแขกด้านล่างเข้ามามีส่วนร่วม
และเปลี่ยนช่วงเวลาที่ควรน่าอึดอัดให้เหมือนอยู่ในกำหนดการตั้งแต่แรก
กระทั่งแขกรับเชิญอีกคนรีบขึ้นเวที ไม่มีใครในงานรู้เลยว่าเมื่อครู่กำลังรอคนมาสาย
คณินละสายตากลับมาที่คู่สนทนา
“เมื่อกี้ถึงไหนแล้วครับ”
“ขอบคุณมากนะคะพี่เพลง ช่วยชีวิตหนูเลย”
ทีมงานสาวยกมือไหว้ทันทีที่เพลงพิณลงจากเวที
“คราวหน้าช่วยชีวิตพี่ด้วยการบอกแขกให้มาตรงเวลาก็พอค่ะ”
อีกฝ่ายหัวเราะแห้ง ๆ
“อยู่ถ่ายรูปต่ออีกนิดได้ไหมคะ
เดี๋ยวมีสื่อมาสัมภาษณ์ แล้วช่วงค็อกเทลลูกค้าอยาก...”
โทรศัพท์ในมือเพลงพิณสั่น เธอก้มดูแล้วรับทันที
“ค่ะพี่...อะไรนะคะ”
สีหน้าเปลี่ยนในพริบตา
“อาเจียนกี่ครั้งแล้ว”
คนที่กำลังจะเข้ามาคุยกับเธอหยุดเอง
“มีไข้ไหม...โอเคค่ะ เพลงกำลังกลับ”
เธอวางสายแล้วหันหาทีมงาน
“เพลงต้องกลับก่อนนะคะ ลูกไม่สบาย”
“แต่เดี๋ยวมีถ่าย...”
“ส่วนที่อยู่ในสัญญาเพลงทำครบแล้วใช่ไหมคะ”
เด็กสาวพยักหน้า
“ครบค่ะ”
“งั้นฝากขอโทษลูกค้าด้วยนะคะ
ถ้าต้องสัมภาษณ์เพิ่ม ส่งคำถามมาให้เพลงตอบทีหลังได้”
เธอเดินเข้าหลังเวที
ถอดรองเท้าส้นสูงออกแทบจะทันที แล้วเปลี่ยนเป็นรองเท้าส้นเตี้ยที่เตรียมมา
คณินเพิ่งจบการพูดคุยและกำลังจะออกจากงาน
เห็นภาพนั้นจากอีกด้านพอดี ผู้หญิงที่เมื่อครู่ยืนอยู่กลางแสงไฟ
ตอนนี้ถือรองเท้าส้นสูงไว้ข้างหนึ่ง อีกมือกดโทรศัพท์เรียกรถ
สีหน้าร้อนใจจนแทบไม่เหลือเค้าของคนบนเวที
เธอเดินผ่านเขาไปโดยไม่ได้มอง
คณินไม่ได้เรียก
ทั้งสองยังไม่เคยรู้จักกัน
และเขาก็หาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมต้องเข้าไปทัก
เกือบสี่ทุ่ม คณินเพิ่งออกจากห้องทำงาน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาระหว่างรอลิฟต์
หน้าจอสว่างขึ้นพร้อมการแจ้งเตือนจากบัญชีที่เขาเคยเปิดดู
เพลงพิณกำลังถ่ายทอดสด
นิ้วของเขาหยุดอยู่เหนือหน้าจอเพียงครู่เดียว ก่อนกดเข้าไป
ผู้หญิงที่ปรากฏขึ้นไม่ได้สวมชุดจากงานเมื่อเย็นแล้ว
ผมถูกรวบลวก ๆ ใบหน้าแทบไม่เหลือเครื่องสำอาง ด้านหลังมีกล่องสินค้าวางอยู่หลายใบ
เสียงเพลงขวัญดังมาจากที่ไหนสักแห่งนอกกล้อง
“แม่ หนูหายแล้ว!”
เพลงพิณหันไปตอบทันที
“เมื่อกี้ใครอ้วกคะ”
“ไม่ใช่หนู”
“แล้วใครคะ”
เงียบไปสองวินาที
“ตุ๊กตา”
เพลงพิณหันกลับมาหากล้อง
“ทุกคนคะ
บ้านนี้มีผู้ต้องสงสัยไม่ยอมรับสารภาพหนึ่งคนค่ะ”
คอมเมนต์วิ่งเต็มหน้าจอ
คณินยืนอยู่หน้าลิฟต์ที่เปิดรอแล้ว
แต่ยังไม่ได้ก้าวเข้าไป จนประตูลิฟต์กำลังจะปิด เขาจึงยื่นมือกั้นไว้ แล้วเดินเข้าไปทั้งที่โทรศัพท์ยังเปิดไลฟ์อยู่ในมือ.
