ตอนที่ 9 สิ่งที่ต้องเลือก
พอครบกำหนดเวลาพักฟื้น อชิรวิชญ์ก็เดินตรงมาดึงผ้าม่านออกเพื่อบอกให้หญิงสาวลุกขึ้น ทว่าเมื่อภควดีขยับกายยันตัวลุกขึ้นยืน เธอกลับเกิดอาการหน้ามืดคลื่นไส้จนทรงตัวไม่อยู่ เซถลาจนคุณหมอหนุ่มต้องรีบยื่นมือเข้าไปประคองเรือนร่างระหงเอาไว้ในอ้อมแขนแนบชิด
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ..คุณวดี”
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามด้วยความห่วงใยใกล้ชิด จนหญิงสาวสัมผัสได้ถึงไออุ่นและรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“วดีปวดหน่วง ๆ ที่ท้องน้อย แล้วก็หน้ามืดค่ะ”
หญิงสาวถือโอกาสเอนกายซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของคุณหมอหนุ่มอย่างถือสิทธิ์ อชิรวิชญ์เห็นท่าไม่ดีจึงตัดสินใจช้อนอุ้มเรือนร่างอรชรพาเดินไปยังเตียงนอนพักในห้องข้างๆ ก่อนจะกดโทรศัพท์ตามชุติมนต์ พยาบาลสาวให้เร่งเข้ามาช่วยดูแลคนไข้ เพียงไม่นานนัก ชุติมนต์ก็รีบละจากธุระส่วนตัวกลับเข้ามายังห้องตรวจด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
“ต้องขอโทษทีนะคะ..คุณหมอ พอดีแอ้มมัวแต่ห่วงอาการของคุณพ่อไปหน่อย”
พยาบาลสาวที่เผลอละทิ้งหน้าที่ไป รีบเอ่ยกล่าวคำขอโทษคุณหมอหนุ่มทันทีด้วยความละอายใจ
“ไม่เป็นไรครับ ผมฝากดูคุณภควดีด้วยนะครับ พอดีฉีดน้ำเชื้อแล้วเธอหน้ามืดไป”
“ค่ะ”
“แล้วคุณพ่อเป็นอะไรมาหรือเปล่า” คุณหมอเอ่ยถามพยาบาลสาวด้วยน้ำเสียงแสดงความห่วงใยจริงใจ
“ตอนนี้คุณพ่อยังไม่ได้เลยสติค่ะ”
“งั้นผมว่าคุณรีบไปดูท่านก็ได้นะ เดี๋ยวทางนี้หมอจัดการเองดีกว่า”
“ขอบคุณค่ะ..คุณหมอ”
เมื่อเอ่ยขอบคุณเสร็จ ชุติมนต์ก็รีบผละออกไป อชิรวิชญ์ที่จัดแจงภารกิจและตรวจเช็กความเรียบร้อยรอบข้างเสร็จสิ้นแล้ว จึงก้าวเดินกลับเข้ามาถามไถ่อาการของภควดีอีกครั้ง
“ตอนนี้คุณวดีเป็นอย่างไรบ้างครับ ดีขึ้นมั้ย” คุณหมอหนุ่มแย้มรอยยิ้มกว้างละมุนตาพลางเอ่ยถาม
“ตอนนี้ก็ยังปวดท้องหน่วงๆ อยู่ค่ะ ซ้ายทีขวาที สลับกันเลยค่ะ..คุณหมอ” หญิงสาวเอ่ยบอกเสียงแผ่ว พลางส่งสายตาร้อนแรงออดอ้อน
“งั้นคุณวดีนอนพักไปก่อนนะครับ”
“แล้วคุณหมอจะเลิกงานแล้วเหรอคะ”
“ก็ถ้าเคสของคุณเสร็จ หมอก็จะกลับเลยครับ เพราะเป็นเคสสุดท้ายของวันนี้แล้ว”
“อ๋อ..ค่ะ เลยต้องมารบกวนคุณหมอแย่เลย”
“ไม่เป็นไรครับตามสบาย หมอกลับบ้านเย็นนู่นแหละ”
หญิงสาวรู้สึกว่าอาการวิงเวียนดีขึ้นมากแล้ว แต่ทว่าในใจลึกๆ เธอยังคงปรารถนาที่จะได้อยู่ชิดใกล้กับคุณหมอหนุ่มต่อไป จึงเป็นฝ่ายชวนเขาพูดคุยเพื่อเหนี่ยวรั้งเวลา
“แล้ววดีจะทราบผลอีกครั้งเมื่อไหร่ค่ะ”
“ถ้าผ่านไปแล้วสักสองสัปดาห์ คุณวดีก็ทำการทดสอบการตั้งครรภ์ได้เลยครับ”
“วดีมาให้คุณหมอตรวจให้ได้มั้ยคะ” สายตาหวานเชื่อมช้อนมองอย่างคาดหวัง
“ก็ได้นะครับ..ถ้าคุณวดีสะดวก แต่อันที่จริงคุณวดีสามารถซื้อที่ตรวจการตั้งครรภ์มาตรวจเองที่บ้านได้เลยครับ” อชิรวิชญ์เอ่ยอธิบายตามหลักเกณฑ์
“ก็ที่วดีอ่านมา คุณหมอจะต้องทำการอัลตราซาวด์ ติดตามการเจริญเติบโตของไข่ไม่ใช่เหรอคะ”
“อ๋อ อันนั้น เป็นกรณีที่ไข่โตเต็มที่แล้วครับ”
“อื้ม..แต่วดีก็ไม่มั่นใจอยู่ดีละค่ะ ยังไงวดีขอมาให้หมอตรวจได้มั้ยคะ”
“ได้ครับ”
“วดีค่อยยังชั่วแล้ว คุณหมอจะกลับเลยก็ได้นะคะ”
“แล้วคุณจะกลับตอนนี้เลยมั้ยครับ” คุณหมอหนุ่มเอ่ยถามด้วยความห่วงใยคนไข้
“ค่ะ แต่วดีต้องรอสามีเลิกงานแล้วค่อยมารับ เค้าเลิกงานประมาณห้าโมงก็น่าจะมาถึงนี่ประมาณห้าโมงครึ่งค่ะ”
“อ๋อ งั้นรออยู่ในห้องนี้ก่อนก็ได้ครับ พอดีหมอกลับช้า”
“งั้นวดีขออนุญาตรอในห้องนี้นะคะ จะได้พักด้วย”
“ตามสบายครับ”
หลังจากนั้น คุณหมอหนุ่มก็นั่งลงจัดการบันทึกแฟ้มประวัติของคนไข้รายอื่นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์มือถือของภควดีดังขึ้น อติรุจสามีของเธอโทรมาแจ้งว่าติดประชุมด่วน และบอกให้เธอเดินทางนั่งรถเมล์กลับไปก่อน หญิงสาวจึงตัดสินใจว่าจะเดินทางกลับคอนโดด้วยตัวเอง
เมื่อจัดการงานเสร็จ อชิรวิชญ์ตัดสินใจเดินไปยังบอร์ดผู้ป่วยเพื่อเข้าเยี่ยมอาการป่วยของบิดาชุติมนต์ที่ประสบอุบัติเหตุล้มหัวฟาดพื้น ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปเอ่ยคำให้กำลังใจเธอภายในห้องพักผู้ป่วย ทว่าจู่ๆ พยาบาลสาวที่กำลังอ่อนแอและเสียขวัญก็โผเข้ากอดเรือนร่างหนาของคุณหมอหนุ่มเอาไว้แน่นพร้อมกับหลั่งน้ำตาออกมา
“ช่วงนี้คุณอย่าเพิ่งเครียดนะครับ เรื่องงานถ้าคุณไม่ไหวก็บอกผม”
“ขอบคุณค่ะ คุณหมอ”
อชิรวิชญ์ยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังบางของเธอเบาๆ เพื่อประโลมขวัญ
“แล้วคืนนี้จะอยู่เฝ้าคุณพ่อหรือเปล่า”
ฝ่ามือหนาขยับเลื่อนไปประคองไหล่บางทั้งสองข้าง ก่อนที่คุณหมอหนุ่มจะก้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“เดี๋ยวแม่แอ้มจะมาค่ะ ก็คอยเปลี่ยน ๆ กันเฝ้า”
นิ้วโป้งเรียวของคุณหมอเคลื่อนขึ้นเกลี่ยหยาดน้ำตาบนปรางแก้วใสให้อย่างอ่อนโยนเบามือ
“ถ้าคุณมีอะไรให้ผมช่วยก็บอกนะครับ”
“ค่ะ..ขอบคุณ ๆ หมอมากเลย”
“ผมไปก่อนนะครับ แล้วพรุ่งนี้จะแวะมาเยี่ยมใหม่” คุณหมอหนุ่มเอ่ยทิ้งท้ายด้วยสายตาอบอุ่น ก่อนจะค่อยๆ ผละตัวออกเดินออกจากห้องไป
