ตอนที่ 11 ห่วงใยเกินหน้าที่
“คุณหมออยู่ชั้นไหนคะ”
“ผมอยู่ชั้น 5 ครับ”
เมื่อก้าวเข้ามาอยู่ภายในลิฟต์กันเพียงลำพังสองต่อสอง หญิงสาวก็เอ่ยถามคุณหมอหนุ่มขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“คุณหมอคะ..วดีจะต้องไปฉีดน้ำเชื้อเพิ่มอีกทีวันไหนคะ”
อชิรวิชญ์เริ่มสัมผัสได้ถึงแรงรุกและสายตาปรารถนาที่ส่งมาจากหญิงสาวตรงหน้า ทว่าเขายังคงรักษาท่าทีอย่างสำรวม
“ก็น่าจะประมาณสองอาทิตย์ครับ แต่ถ้าคุณวดียังไม่มีการตั้งครรภ์ รอบต่อไปก่อนฉีดน้ำเชื้อ หมอจะจัดยาให้ เป็นยาที่ทานเพื่อให้ผนังมดลูกเก่าลอกทิ้งไปก่อนเพราะผนังมดลูกของคุณวดีค่อนข้างหนา งั้นรอบต่อไปก่อนฉีดน้ำเชื้อ..ให้คุณวดีไปหาผมที่คลินิกก่อนก็ได้ครับ”
“เมื่อก่อนคุณหมอที่เคยตรวจให้วดีก็เคยบอกว่าผนังมดลูกของวดีหนาแล้วก็ไม่สวย คุณหมอว่ามันจะมีผลเกี่ยวกับการมีลูกยากมั้ยคะ”
“มันเป็นคำที่หมอเรียกรวม ๆ ครับ ไม่ได้หมายถึงความสวยงาม แต่มันคือผนังมดลูกหนาหรือบางเกินไป มันทำให้มีลูกยาก..ก็แค่นั้นเองครับ”
“ขอบคุณที่คุณหมอให้คำแนะนำนะคะ”
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกในชั้น 5 คุณหมอหนุ่มก้าวเดินออกจากลิฟต์ หญิงสาวจึงรีบเอ่ยขอบคุณทิ้งท้าย อชิรวิชญ์หันกลับมายิ้มสุภาพให้เธอก่อนจะเดินแยกตัวไป ภควดีแอบก้าวเท้าออกจากประตูลิฟต์มาเล็กน้อย ชะเง้อมองสังเกตดูว่าคุณหมอสุดหล่อพักอยู่ห้องหมายเลขใดอย่างตั้งใจ เมื่อเห็นหมายเลขห้องชัดเจนแล้ว เธอจึงถอยกลับเข้าลิฟต์แล้วกดปุ่มมุ่งหน้าไปยังชั้น 14 ของตนเองด้วยหัวใจที่เต้นระทึก
เช้าตรู่วันใหม่ หลังจากอติรุจสามีหนุ่มอาบน้ำแต่งกายเนี๊ยบกริบเตรียมตัวจะออกไปทำงาน สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นภรรยาสาวยังคงนอนซมอยู่บนเตียงด้วยผิวกายซีดเซียว วันนี้ภควดีมีคาบสอนในตอนเช้า แต่เพราะความเจ็บปวดรวดร้าวที่ท้องน้อยบวกกับร่างกายนอนอ่อนแรงจนไม่มีแม้แต่กำลังจะเดินทางไปสอน เธอจึงต้องโทรศัพท์ไปไหว้วานครูสาริสาเพื่อนสาวให้ช่วยแจ้งเลื่อนคาบกับเด็กนักเรียนไปสอนในช่วงคาบว่างยามบ่ายแทน เมื่อจัดการเรียบร้อย หญิงสาวก็ล้มตัวลงนอนทอดกายพักผ่อนต่อ สามีหนุ่มผู้เป็นห่วงจึงก้าวเข้ามาหยุดข้างเตียงแล้วเอ่ยถามอาการก่อนจะออกไปทำงาน
“วดี!!!.ให้พี่พาไปหาหมอมั้ย!” อติรุจเอ่ยถามภรรยาด้วยน้ำเสียงแสดงความห่วงใย
“นอนต่ออีกหน่อย เดี๋ยวก็ดีขึ้นค่ะ พี่รุจจะไปทำงานแล้วเหรอคะ”
“จ้ะ! งั้นพี่ไปก่อนนะ พอดีพี่มีประชุมแต่เช้า”
ภควดีรู้สึกตงิดใจและเคลือบแคลงอยู่ในลึกๆ เพราะช่วงนี้สามีมักจะยกเหตุผลเรื่องงานประชุมมาอ้างบ่อยครั้งเหลือเกิน
“เมื่อวานพี่ก็ประชุมซะดึกเลย เช้านี้ยังไม่เสร็จอีกเหรอคะ” หญิงสาวช้อนสายตามองสบตาเขาอย่างจับผิด
“วันนี้คงจะเสร็จแล้วล่ะ พอดีเมื่อวานหัวหน้าแผนกลาหยุดไปคนหนึ่ง ก็เลยลากยาวมาถึงเช้านี้” สามีหนุ่มตอบรีบร้อนก่อนจะผละออกไป
กระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึง 11.00 น.
ภควดีฝืนร่างกายลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวจนเสร็จสรรพ แล้วจึงรีบก้าวเดินมุ่งหน้าไปรอรถเมล์ที่ปากซอยด้วยความเร่งรีบ เพราะช่วงบ่ายเธอมีภาระสอนวิชาภาษาจีน ทว่าในขณะที่กำลังเดินผ่านปากซอย เสียงเครื่องยนต์นุ่มนวลของรถสปอร์ตหรูที่คุ้นเคยก็ชะลอความเร็วลง ก่อนที่กระจกด้ามข้างจะลดระดับลงเผยให้เห็นคุณหมอหนุ่มสุดหล่อที่จอดรถเอ่ยทักทาย
“คุณวดีครับ..”
หญิงสาวผินหน้าตามเสียงเรียก ก่อนที่ริมฝีปากบางจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างปิดไม่มิดเมื่อพบว่าคนในรถคือคุณหมอหนุ่มสุดเสน่หา
“อ่าว!!..สวัสดีค่ะคุณหมอ วันนี้ไม่มีตรวจเหรอคะ”
“ตรวจเสร็จช่วงเช้าแล้วครับ พอดีว่ามีตรวจอีกทีช่วงบ่ายสอง ก็เลยแวะไปดูคลินิกมา ตอนนี้ช่างกำลังตบแต่งภายในอยู่ คุณวดีจะไปไหนครับเนี่ย”
“วดีมีสอนค่ะ กำลังจะไปโรงเรียนมัธยมใกล้ ๆ นี้”
“ให้ผมไปส่งมั้ยครับ” อชิรวิชญ์เอ่ยเอื้อนด้วยสายตาและน้ำเสียงนุ่มนวลชวนหลงใหล
“เอ่อ..จะดีเหรอคะ วดีเกรงใจ แล้วมันก็คนละทางกับโรงพยาบาลด้วย”
“ไม่เป็นไรครับ ผมว่าจะแวะไปทานมื้อกลางวัน แถว ๆ โรงเรียนที่คุณวดีสอนอยู่พอดีเลย ขึ้นมาเถอะครับ” อชิรวิชญ์เอ่ยเชิญชวนพลางส่งยิ้มละมุนละไม
“ค่ะ”
หญิงสาวไม่ลังเลอีกต่อไป เธอเปิดประตูแล้วก้าวขึ้นไปนั่งข้างกายเขาภายในห้องโดยสารที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสะอาดสะอ้าน
“คุณวดีมีสอนช่วงบ่ายทุกวันเลยเหรอครับ”
“ก็ไม่ทุกวันหรอกค่ะ แต่เช้านี้วดีปวดท้อง ก็เลยขอไปสอนคาบว่างตอนบ่ายแทน”
“งั้นเดี๋ยวเย็นนี้ผมจัดยาเอามาให้คุณวดีเลยดีกว่าครับ..อาการปวดท้องจะได้ทุเลาลง” สายตาของคุณหมอหนุ่มกวาดมองด้วยความห่วงใยในสุขภาพของเธอจริงจัง
“คุณหมอจ่ายยาเลย โดยที่ไม่ต้องตรวจได้เหรอคะ”
“อันที่จริงก็ต้องตรวจนั่นแหละครับ แต่เห็นคุณวดีไม่ค่อยว่าง”
“งั้นเอาเป็นว่าถ้าวดีสอนเสร็จ จะไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาลนะคะ” หญิงสาวเอ่ยสบสายตาร้อนแรง
“งั้นเราแวะไปทานข้าวเที่ยงกันก่อนมั้ย ผมเลี้ยงเอง”
“คุณหมอใจดีจัง” ภควดีแย้มยิ้มหวานหยด
“ผมไม่ค่อยมีเพื่อนหรอกครับ ถ้าคุณวดีไม่รังเกียจ”
