ตอนที่ 12 เส้นกั้นความถูกต้อง
หลังจากรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันด้วยบรรยากาศแสนอบอุ่นและเป็นกันเอง คุณหมอหนุ่มก็ขับรถไปส่งภควดีถึงหน้าโรงเรียนมัธยม แต่ทว่าเมื่อสอนคาบบ่ายเสร็จสิ้น อาการปวดหน่วงที่ท้องน้อยของภควดีก็กำเริบขึ้นมาอีกครั้งอย่างรุนแรง และเมื่อถึงยามตกเย็น สามีหนุ่มก็ไม่ได้เดินทางมารับเธอตามที่เคยสัญญาไว้ ทั้งๆ ที่เธอบอกเขาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเดินทางไปตรวจอาการปวดท้องที่โรงพยาบาล
“ขอบใจนะสา ที่มาส่ง”
“ไม่เป็นไรจ้ะ วดีก็เคยช่วยเหลือสาเหมือนกัน”
สาริสาเพื่อนครูที่โรงเรียนเอ่ยขึ้นด้วยความยินดี ขณะช่วยขับรถมาส่งภควดีถึงหน้าโรงพยาบาล เมื่อมาถึง หญิงสาวก็ก้าวลงจากรถเดินตรงเข้าไปหาคุณหมอหนุ่มที่กำลังนั่งรอคอยเธออยู่ภายในห้องตรวจอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งก่อนหน้านี้ภควดีได้ต่อสายโทรศัพท์หาอชิรวิชญ์เพื่อปรึกษาและแจ้งอาการป่วยของเธอไว้ล่วงหน้าแล้ว
“คุณวดีเปลี่ยนชุดเลยก็ได้ครับ เดี๋ยวผมตรวจให้”
น้ำเสียงทุ้มเรียบเอ่ยบอกอย่างเป็นทางการ ภควดีพยายามมองหาพยาบาลสาวหน้าห้องตรวจ ทว่ากลับไร้ซึ่งเงาของชุติมนต์ เพราะในความคิดของภควดี เธอปักใจเชื่อไปแล้วว่าพยาบาลสาวคนนั้นน่าจะแอบมีใจและคิดเคลมคุณหมอหนุ่มสุดหล่อท่านนี้อยู่ หญิงสาวปลีกตัวไปเปลี่ยนชุดคลุมเรียบสิ้น ก่อนจะขึ้นไปนอนทอดกายบนเตียงตรวจตามปกติ พอแพทย์หนุ่มเริ่มลงมือตรวจ เธอก็ถือโอกาสชวนเขาพูดคุยเพื่อสร้างความใกล้ชิดไปเรื่อยๆ
“เจ็บตรงไหนบอกผมนะครับ...คุณวดี”
“ค่ะ”
“ผมขออนุญาตกดตรงบริเวณท้องน้อยนะครับ” คุณหมอหนุ่มยื่นมือหนาภายใต้ถุงมือยางปลอดเชื้อลงมาสัมผัสและออกแรงกดเบาๆ บริเวณหน้าท้องน้อยของหญิงสาว
“มันจะเจ็บเป็นช่วง ๆ ค่ะคุณหมอ พอหายแล้วก็จะหายไปนานเลย แต่ว่าถ้ามันปวดขึ้นมามันก็จะมีอาการเจ็บหัวนมร่วมด้วยค่ะ"
“อาการเจ็บคล้าย ๆ อาการคัดหัวนมหรือเปล่าครับ”
“คือวดีก็อธิบายไม่ถูกนะคะคุณหมอ แต่ว่าถ้าเราไม่ไปโดนมันก็ไม่เจ็บเท่าไหร่ค่ะ..มันจะแค่ตึง ๆ แต่พอลองบีบเบา ๆ ดูเนี่ยรู้เลย มันจะเจ็บแล้วก็ร้าวไปทั้งเต้าเลยทีนี้” หญิงสาวพยายามเอ่ยอธิบายสัมผัสวาบหวามระคนเจ็บปวดให้ฟัง
“งั้นเดี๋ยวผมขอส่งต่อให้หมอเฉพาะทางเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมตรวจให้คุณดีมั้ยครับ จะได้ตรวจผ่านเครื่องเมมโมแกรมด้วย”
“ไม่เอาค่ะ วดีกลัวเจ็บ ถ้าเจอเครื่องนั้นเข้าไป...วดีต้องตายแน่ ๆ เลย” หญิงสาวเอ่ยสั่นหัวออดอ้อน
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ...งั้นเอางี้..เดี๋ยวผมจะจัดยาให้คุณวดีไปทานก่อน ถ้าดีขึ้นก็ไม่ต้องมาตรวจ แล้วก็ช่วงนี้คุณวดีก็ต้องลองสังเกตเต้านมของตัวเองให้ดีนะครับ..ถ้าคลำดูแล้วพบว่ามีก้อนเนื้อหรือถุงน้ำก็ให้รีบมาตรวจได้เลย”
“ค่ะ แต่ถ้าจำเป็นต้องตรวจจริง ๆ วดีอยากตรวจกับคุณหมอมากกว่า”
อชิรวิชญ์ได้แต่อมยิ้มสำรวมและไม่ได้เอ่ยตอบคำใด ก่อนที่ภควดีจะเอ่ยปากชวนคุยต่อ
“พ่อของคุณชุติมนต์ เป็นอย่างไรบ้างคะ คุณหมอ”
“ยังไม่ฟื้นเลยครับ เมื่อสักครู่เธอก็เพิ่งขออนุญาตผมไปดูอาการของคุณพ่ออยู่เลย”
เมื่อตรวจเช็กร่างกายเสร็จสรรพ อชิรวิชญ์ก็เดินกลับไปนั่งจัดแจงสั่งยาให้เธอที่โต๊ะทำงาน ระหว่างรอภควดีเปลี่ยนชุดกลับมาสวมเสื้อผ้าเดิม เมื่อหญิงสาวเดินออกมานั่งลงตรงหน้า คุณหมอหนุ่มจึงรีบอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับยาที่เขาจัดเตรียมให้
“มดลูกข้างในปกติดีครับ หมอจัดเป็นยาบำรุงผนังมดลูกให้นะครับ แล้วนี่ก็ยากันแท้งด้วยเลย ส่วนอันนี้เป็นยาแก้ปวดนะครับ ถ้าไม่ปวดก็ไม่ต้องกิน ส่วนยาบำรุงกับยากันแท้งให้คุณวดีกิน 3 เวลานะครับ เช้า กลางวัน เย็นหลังอาหาร กินไปเรื่อย ๆ จนกว่ายาจะหมดครับ”
“ขอบคุณค่ะ แล้ววันนี้คุณหมอมีตรวจอีกมั้ยคะ” สายตาคู่สวยช้อนมองสบตาเขา
“ไม่มีแล้วครับ ผมว่าจะไปเยี่ยมอาการป่วยของพ่อคุณชุติมนต์เค้าสักหน่อยแล้วก็ว่ากลับคอนโดเลย แล้วคุณวดีละครับ จะกลับพร้อมผมเลยมั้ย”
“กลับด้วยสิคะ..แต่ว่าวันนี้วดีอยากจะเลี้ยงมื้อค่ำเป็นขอบคุณคุณหมอสักมื้อได้มั้ยคะ ถือว่าคุณหมอได้เลี้ยงวดีเมื่อตอนกลางวันแล้ว”
“ไม่เป็นไรครับคุณวดี ผมไม่เห็นว่าต้องเป็นบุญคุณอะไร”
“อย่างน้อยก็เพื่อมิตรภาพของเราไงคะ...ได้มั้ย”
หญิงสาวยิ้มหวานเยิ้มส่งสายตาเชื้อเชิญอย่างเปิดเผย อชิรวิชญ์พยายามหักห้ามใจ นึกเตือนตัวเองว่าสตรีตรงหน้าน่าหลงใหลและมีเสน่ห์ยั่วยวนเพียงใด ทว่าเธอแต่งงานมีสามีแล้ว เขาจึงรีบดึงสติแล้วเอ่ยปฏิเสธเธอไปทันที
“คือว่าผมไม่ทานมื้อเย็นครับ”
“หว้า..แย่จัง งั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ งั้นเดี๋ยววดีขอรอคุณหมออยู่แถว ๆ ร้านกาแฟนะคะ”
“ครับ ผมแวะไปเยี่ยมไม่นานหรอก”
