บท
ตั้งค่า

Chapter 1 เปลี่ยนไป

แก้ววิสกี้ใสถูกน้ำสีสวยเติมเต็มลงทุกครั้งที่เจ้าของยกขึ้นดื่มจนหมด ครั้งนี้ก็เป็นเช่นนั้นเหมือนเดิม หลังจากที่นะยกมันขึ้นดื่มพรวดเดียวน้ำสีสวยก็ถูกเติมเต็มอีกครั้งจากรุ่นพี่ที่ทำงาน

“นะ มีเรื่องหนักใจอะไรหรือเปล่าเนี่ย ทำไมดื่มขนาดนี้”

“เปล่าครับพี่ ขอบคุณที่โทรชวนมาดื่มด้วยนะครับ”

“เฮ้ย ถ้ามีอะไรก็เล่าให้พี่ฟังได้นะ”

“ครับพี่ ว่าแต่คนอื่นเดินทางใกล้ถึงหรือยังครับ?”

หนุ่มรุ่นพี่เจ้าของวันเกิดในค่ำคืนนี้พยักหน้ารับ วันนี้เขาชวนเพียงเพื่อนที่ทำงานที่สนิทด้วยและเพื่อนในชีวิตประจำวัน แต่สำหรับนะคงเป็นข้อยกเว้น

หลังจากที่ภาคินกลับออกไปแล้ว นะที่ยังรู้สึกเสียใจประจวบเหมาะกับที่รุ่นพี่หนุ่มโทรชวน เลยตอบตกลงกลับอย่างเร็ว ดีกว่าต้องมานั่งร้องไห้เสียใจพร่ำเพ้ออยู่คนเดียวในห้องแบบนั้น

“หวัดดีพร้อม รถแม่งติดฉิบหายเลย”

“สวัสดีครับพี่ เดินทางปลอดภัยก็ดีแล้วไหม?”

“สวัสดีครับพี่ผู้จัดการ”

คนที่เข้ามาใหม่เป็นถึงผู้จัดการที่ทำงานของพวกเขาทั้งคู่ มีหรือที่นะจะไม่ทักทายเขาก่อน หากไม่ต้องห่วงเรื่องการฝึกงานที่เพิ่งผ่านมาเพียงครึ่ง นะคงจะสนใจอยู่เพียงแก้วเหล้าของตัวเอง

“หวัดดีนะ นอกเวลางานเรียกพี่เพทายเถอะ”

“ครับพี่เพทาย”

พร้อมที่เป็นเจ้าของวันเกิดก็ใช่ว่าตำแหน่งจะน้อยหน้าที่ไหน เป็นถึงผู้จัดการฝ่ายเทคนิค รองจากผู้จัดการเพทายเพียงก้าวหนึ่งเท่านั้นเอง เพทายนั่งลงตรงข้ามพวกเขาก่อนที่คนอื่น ๆ จะเริ่มทยอยเข้ามากันจนเต็มที่นั่งตรงนั้น

จากตอนแรกที่นะและพร้อมนั่งห่างกันพอควรแต่จำนวนคนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ก็อดไม่ได้ที่ทั้งคู่จะนั่งชิดติดกันแล้วในตอนนี้ หากต้องพูดไปตามความจริง พร้อมเองก็แอบรู้สึกถูกชะตากับเด็กฝึกงานคนนี้เป็นอย่างมาก แต่เขาเองก็รู้ว่ามันไม่ถูกต้องที่จะคิดกับเด็กฝึกงานอย่างนั้น แถมอีกคนก็มีแฟนหนุ่มอยู่แล้วด้วย

ทุกคนในบริษัทรับรู้ว่านะมีแฟนเป็นผู้ชายและคบกันมานาน เพราะทุกครั้งที่รุ่นพี่สาวที่ทำงานเอ่ยถามตนเมื่อไร นะก็เลือกที่จะพูดตอบไปตามตรงเสมอ แถมอีกฝ่ายยังตอบด้วยสีหน้าดีใจและมั่นคงมากขนาดนั้น คนนอกอย่างพร้อมก็ทำได้เพียงมองอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น

“สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดนะครับพี่พร้อม ผมมากะทันหันมากจริง ๆ ถ้าพี่อยากได้อะไร พี่บอกผมก็ได้นะ ผมจะไปหามาให้”

หลังจากที่คนอื่นรอบโต๊ะร่วมอวยพรและส่งมอบของขวัญวันเกิดกันเรียบร้อยแล้ว ก็เหลือเพียงนะเป็นคนสุดท้าย สายตาของพร้อมที่มองมันมีเพียงความเอ็นดูเท่านั้นเลยจริง ๆ เพทายที่เป็นรุ่นพี่ที่ทำงาน ก็ได้เพียงแค่มองและห้ามปรามน้องในบางช่วงเท่านั้น

“รู้แล้วล่ะน่า ส่วนนะ ถ้าพี่คิดออกแล้วพี่จะขอแล้วกันนะ”

“เมื่อกี้พี่รู้อะไรเหรอครับ?”

เด็กหนุ่มเอ่ยถาม แต่ประโยคแรกที่พร้อมเอ่ยออกมาใช่ว่าจะพูดกับตนเสียเมื่อไร เพราะได้สายตาจากเพทายที่มองมาเชิงห้ามอีกแล้ว เขาเลยพูดแบบนั้นออกไปมากกว่า บางทีก็ลืมไปเลยว่าคนตัวเล็กกว่าข้างกายจะนึกสงสัยตนขึ้นมาได้

งานเลี้ยงเล็ก ๆ ได้เริ่มขึ้นในร้านเหล้าที่นัดหมาย นะยังคงอยู่ในโลกส่วนตัวแต่ก็มีบางครั้งที่ร่วมสนุกกับพวกพี่ ๆ บ้าง แต่ถึงแบบนั้นไม่นานนะก็กลับมาอยู่ในโลกส่วนตัวเหมือนเดิม ท่ามกลางสายตาเป็นห่วงไม่น้อยของพร้อม

“ขอบคุณที่มาฉลองด้วยกันนะพี่ เดินทางกลับบ้านดี ๆ”

“เออ มึงไม่ต้องห่วงกู ห่วงน้องมันก่อน นั่งคอพับมานานแล้ว”

ผู้จัดการเอ่ยบอก เพทายเป็นคนสุดท้ายที่อยู่ในตอนนี้เพราะพร้อมได้ส่งเพื่อนคนอื่นกลับกันหมดแล้ว เห็นทีงานใหญ่ตอนนี้ก็คงไม่พ้นเด็กหนุ่มนักศึกษาฝึกงานที่นั่งดื่มหนัก ๆ จนเมาและมานั่งหงอยอยู่ตรงนี้

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมไปส่งน้องเอง พี่ก็เดินทางปลอดภัยนะ”

“เออรู้แล้ว ทำอะไรก็คิดดี ๆ นะมึง”

เพทายพูดเตือนอีกรอบ พร้อมเข้าใจว่าอีกคนกำลังหมายถึงเรื่องอะไร มันจะไม่มีวันนั้น หากว่าคนน้องไม่ได้ยอมหรือว่าอีกฝ่ายยังมีพันธะแบบนี้ พร้อมไม่อยากถูกน้องเกลียด

“นะ ไหวหรือเปล่า เดี๋ยวพี่ไปส่งที่ห้อง”

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมขับรถกลับเองได้”

นะกำลังหมายถึงรถมอเตอร์ไซค์ที่ตนเอามาด้วยจากกรุงเทพฯ ที่หัวค่ำได้ขับมาที่นี่ด้วยเหมือนกัน แต่จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไง ในเมื่อตัวเองยังนั่งคอพับอยู่แบบนี้ พร้อมที่เห็นสภาพก็คงจะไม่ยอมปล่อยนะไปง่าย ๆ เหมือนกัน

สุดท้ายแล้วกว่าจะยอมก็เล่นเอาเหนื่อย นะเป็นคนเมาเงียบ ข้างนอกเหมือนไม่ได้เมาแต่ภายในคือแทบเดินไม่ตรงแล้วด้วยซ้ำ ร่างโปร่งถูกหิ้วปีกขึ้นมานั่งอยู่ข้างคนขับ นะยังคงเงียบเหมือนเดิมตลอดจนรถที่ขึ้นมานั่งได้ไม่นานกำลังเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้านเหล้าไปแล้ว

“พรุ่งนี้ถ้าไม่ไหวก็พักก่อนก็ได้นะ พี่จะแจ้งผู้จัดการให้”

“...”

เจ้าของใบหน้าเศร้ายังคงเงียบ นะนั่งนิ่งมาตลอดทางเพราะความคิดของตนในตอนนี้มันยังวนเวียนถึงเรื่องความสัมพันธ์ที่นับวันยิ่งเปลี่ยนไป นะไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำยังไงดีให้ภาคินกลับมาเป็นเหมือนเดิม เผลอ ๆ คงจะไม่มีวันนั้นแล้วด้วยซ้ำไป

ตลอดหลายนาทีที่รถวิ่งผ่านความมืดของถนนสองเลนตามประสาชนบทของพื้นที่นั้น มีอยู่หลายช่วงที่พร้อมหันไปมองนะที่นั่งหันหน้าไปอีกฝั่ง ดูยังไงก็คงมีเรื่องไม่สบายใจอย่างแน่นอน

“ทำไมการที่เราตั้งใจรัก มันต้องเป็นเราที่เจ็บกว่า”

“นะเป็นอะไรหรือเปล่า?”

“ผมแค่สงสัย ว่าผมทำอะไรผิด ฮึก ผมรักเขามากเกินไปเหรอ?”

“...”

พร้อมยังคงนิ่ง ขับรถไปและรับฟังคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขาเข้าใจแล้วว่าตอนนี้อีกคนคงจะกำลังมีปัญหากับแฟนหนุ่ม แต่นี่ก็ไม่ใช่รอบแรก สีหน้าและท่าทางของนะมันเปลี่ยนไปได้สักพักใหญ่แล้วด้วยซ้ำ

ถึงแม้ว่าเขาจะยังรู้สึกตกใจกับครั้งแรกที่นะร้องไห้ออกมาต่อหน้าแบบนี้ แต่มันก็แอบรู้สึกดีในใจลึก ๆ กับปัญหาระหว่างนะและแฟนหนุ่ม เขาเป็นคนที่แอบมองน้องอยู่ตลอดเวลา ทำไมเรื่องแบบนี้จะไม่ดีใจ ถึงแม้ว่าจะรู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่ควรฉวยโอกาสกับช่วงเวลาแบบนี้

“เขาจะรู้ไหม ว่าตอนนี้ผมกำลังพังมากแค่ไหน ฮืออ”

“...”

“ถ้าเขารักผมเหมือนตอนนั้น มันคงจะดีมาก ๆ และผมก็คงไม่มานั่งร้องไห้อยู่คนเดียวแบบนี้ ฮึก ผมไม่รู้แล้วว่ะพี่ ว่าเขายังต้องการผมอยู่หรือเปล่า ฮืออ”

ร่างโปร่งสั่นเทาออกมาอย่างเห็นได้ชัดตามประสาคนที่กำลังร้องไห้หนัก คนเมานั่งเอนหลังอิงพิงเบาะรถทั้งน้ำตายังไหลอาบแก้ม พร้อมที่ไม่รู้ว่าจะต้องพูดยังไงให้นะสบายใจก็ทำได้เพียงนั่งฟังอยู่เงียบ ๆ ให้น้องได้ระบายทุกอย่างออกมา

“ฮึก...” นะเริ่มกลั้นเสียงร้องไห้ของตัวเอง มีเพียงหยดใสที่ยังคลอเต็มสองหน่วย มันไหลออกมาอย่างรวดเร็วไม่มีท่าทีว่าจะเหือดแห้งเร็ว ๆ นี้ นะเจ็บ นะเหนื่อย นะคิดอยากจะยอมแพ้แล้ว แต่ทำไมใจมันต้องรักเขามากขนาดนี้

พร้อมที่เห็นว่านะเริ่มไม่ไหวมากเกินไปแล้ว เขาเลือกที่จะตีไฟเลี้ยวเข้าข้างทางในที่สุด นะยังนั่งร้องไห้เหมือนเดิมแถมยังหนักมากกว่าเดิม นะไม่ได้อยากอ่อนแอต่อหน้าใคร แต่ฤทธิ์ของน้ำเมาที่ดื่มเข้าไปจำนวนมากมันทำให้นะไม่สามารถปิดต่อไปได้อีก

“ไม่เป็นไร นะทำดีที่สุดแล้ว”

“ฮึก ผมเจ็บพี่ ผมเจ็บมาก ผมแค่รักเขา ผมแค่...”

“ไม่เป็นไรนะ พี่บอกแล้วว่าไม่เป็นไร”

สุดท้ายพร้อมก็รั้งเอาคนตัวเล็กกว่าที่นั่งอยู่เบาะข้าง ๆ ตรงนั้นเข้ามากอดปลอบ เขาไม่รู้ว่านะจะปฏิเสธเขาหรือเปล่า ร่างโปร่งสั่นเทาอยู่ในอ้อมกอดของรุ่นพี่หนุ่มไร้การขัดขืน มันชัดเจนแล้วว่าตอนนี้นะต้องการเพียงกอดของใครสักคน แต่ถ้าเป็นคนที่ทำให้นะเสียใจที่สุดในตอนนี้มากอด...ก็คงจะดี

“ผมว่าเรารีบกลับกันดีกว่าครับ”

“...”

เป็นนะที่ผละกอดออกเป็นคนแรกก่อนยกมือขึ้นปาดเอาน้ำตาของตัวเองออกลวก ๆ พร้อมเองก็ไม่ได้พูดอะไรขับรถออกไปต่อ ใช้เวลาไม่นานก็ถึงคอนโดใกล้ที่ทำงานของนะ นะที่ได้ร้องไห้ออกมาแล้วก็เหมือนจะสร่างเมาไปเยอะ

“ขอบคุณที่มาส่งนะครับ ขอโทษด้วยที่เมื่อกี้เสียมารยาท”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าพี่มารับไปทำงานก่อนแล้วกันนะ”

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมขับรถไปเอง”

“รถอยู่ที่ร้านเหล้า จำไม่ได้แล้วหรือไง”

สุดท้ายก่อนที่จะแยกย้ายกันไป นะก็ยอมให้รุ่นพี่เป็นธุระให้ แม้จะมีความเกรงใจอยู่มาก แต่ที่นี่ไม่ใช่กรุงเทพฯ ถึงได้มีรถรับจ้างหรือแม้แต่วินก็มีแบบนับคันได้ด้วยซ้ำ

ค่ำคืนนั้น นะที่ยังไม่สบายใจจากเรื่องที่คิดก็ไปนั่งดื่มต่อในห้องเพียงคนเดียว เขาจำได้ดีว่าภาคินพูดบอกไว้ว่าจะโทรหาตนหากกลับถึงกรุงเทพฯ แล้ว แต่ทำไม...นะที่เฝ้ารอสายเรียกเข้าจากคนรัก มันถึงยาวนานมากขนาดนี้

เช้าวันใหม่กับอาการแฮ้งจากการดื่มอย่างหนัก เมื่อคืนก็นอนตากยุงที่หน้าระเบียงทั้งคืน ตื่นมาอีกทีก็เช้าแล้ว โชคยังดีที่อยากเข้าห้องน้ำเลยสะดุ้งตื่นขึ้นมา ไม่อย่างนั้นอาจจะไปทำงานสาย แถมรุ่นพี่ที่ทำงานอาจจะมารอเก้อ

“มาด้วยกันแบบนี้ นอนด้วยกันเลยหรือเปล่าเนี่ยพี่”

“พูดอะไรก็ระวังหน่อยพวกมึง”

เป็นลูกน้องในแผนกของพร้อมที่ดูแลอยู่ ทุกคนรู้ว่าพร้อมมองน้องฝึกงานคนนี้อย่างไร เพราะเมื่อคืนพวกมันก็ไปงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดเขาด้วยเหมือนกัน

ถ้าไม่ติดว่านะมีแฟนแล้ว พนักงานสาวในบริษัทคงอกหักตาม ๆ กัน เพราะคนที่หล่อสุดในบริษัทอย่างพร้อมคงตามจีบนะเป็นแน่

“งั้นผมขอไปทำงานก่อนนะครับ”

“โชคดีนะวันนี้”

นะเพียงยิ้มกลับไม่ได้พูดอะไรต่อและเดินเข้าแผนกที่ตนฝึกงานอยู่ในทันที การที่เขาเลือกมาฝึกงานที่นี่หลัก ๆ ก็เพราะว่ามันตรงสายกับที่เรียนมา แถมเป็นจังหวัดที่เขาใฝ่ฝันอยากจะอยู่เพราะธรรมชาติที่โอบล้อม ไม่ได้วุ่นวายเหมือนที่ที่จากมา

แต่ตอนนี้เจ้าของความคิดที่ตัดสินใจมาที่นี่เริ่มลังเลแล้ว ว่าตัวเองหรือเปล่าที่เป็นต้นเหตุของความสัมพันธ์ในตอนนี้จริง ๆ เพราะตอนนี้ภาคินก็ยังไม่คิดจะติดต่อกลับมาเลย นะก็ไม่กล้าที่จะโทรไปก่อน เพราะก่อนหน้าที่จะจากกันตนเองเป็นคนอารมณ์เสียใส่คนรักไปแบบนั้น

‘หรือว่านี่จะเป็นคำตอบของภาคินแล้วกันแน่’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel