บท
ตั้งค่า

Chapter 08 เวลาที่ใจว่างเปล่า

ช่วงจังหวะเวลาที่ภาคินเดินทางกลับมาเจอนะที่กำลังเก็บกระเป๋าพร้อมกับคำถามเอ่ยออกไปแต่ไร้คำตอบกลับจากอีกฝ่าย ท่าทางและการกระทำของนะยังคงยืนยันว่าอย่างไร เขาก็ต้องกลับภายในคืนนี้

‘นะ ช่วยฟังกูก่อนได้ไหม?’

‘...’

‘นะ อย่าเป็นแบบนี้’ พูดบอกพร้อมกับมือหนาที่เดินเข้าไปจับแขนของคนรักไว้ไม่ให้เก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าต่อ แต่กลับถูกคนตัวเล็กกว่าสะบัดแขนหนี สีหน้าของนะตอนนี้บอกชัดว่าตัวเองไม่โอเคกับสิ่งที่เกิดขึ้น

‘นะ กูบอกว่าอย่าเป็นแบบนี้ กูรู้ว่ากูผิด กูขอโทษ’

‘...’

และแม้แต่บทสนทนาเดียวของนะก็ไม่หลุดออกจากปากของเขาเลยสักคำ ภาคินจนปัญญา จะให้กักขังบริเวณก็เกินความจำเป็น นะไม่ใช่เด็ก ๆ และคนที่ผิดก็เป็นเขาไม่ใช่นะที่จะต้องโดนแบบนั้น

สุดท้ายนะก็ออกจากคอนโดของภาคินไปคนเดียวเพื่อกลับต่างจังหวัดที่ฝึกงานในคืนนั้นเลย แน่นอนว่าภาคินไม่ยอมให้นะเดินทางคนเดียว เขาอาสาที่จะไปส่งนะและหวังว่าระหว่างทางจะช่วยปรับความเข้าใจกันได้บ้าง

แต่เหมือนกับว่า เขาคิดผิด...

“นะคุยกันก่อนได้ไหม?”

“...”

หลังจากที่รถเคลื่อนตัวจอดใต้คอนโดของนะ ตลอดหลายชั่วโมงที่นั่งรถกันมา ภาคินยังคงพูดกับนะเหมือนเดิม ต่างไปจากนะที่เอาแต่เงียบ สีหน้าของเขานิ่งเฉยแต่ภายในใจที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย

“ปล่อย” มีเพียงสายตาที่ปรายมองและคำพูดสั้น ๆ ของนะที่เอ่ยบอกเขาที่กำลังจับกระเป๋าลากของนะไว้ไม่ให้อีกคนต้องเดินเข้าคอนโดตามที่หวัง

“มึงอย่าเป็นแบบนี้ได้ไหมนะ”

“เป็นแบบนี้ เป็นแบบไหนเหรอ แบบที่รอคนคนหนึ่งในวันสำคัญของเขาแต่เขาไม่มา แบบที่ต้องรู้ทุกอย่างแต่ยังทำเป็นไม่รู้น่ะเหรอ?”

“มึงอย่าเพิ่งประชดได้ไหม มึงก็รู้ว่ามันไม่มีอะไรดีขึ้น”

นะนิ่งไป เขาอยากจะร้องไห้ออกมาแต่มันก็ยังตันอยู่ในอก ไม่รู้ว่าจะต้องจัดการอารมณ์ของตัวเองอย่างไรดี ทุกอย่างที่เหมือนจะดีแต่กลับไม่ดีขึ้นเลย นะเริ่มไม่รู้แล้วว่าระหว่างพวกเขาสองคนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“มีอะไรบ้างที่กูทำ ที่กูคิดแล้วมันถูกใจพี่ ทุกวันนี้กูไม่รู้เลยจริง ๆ นะว่าจะต้องทำตัวยังไงเวลาอยู่ด้วยกันให้พี่ชอบ”

“นะ กูตั้งใจมาเคลียร์กับมึง มึงอย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องอื่นได้ไหม?”

เพราะคนที่ไม่เคยถูกใจ ไม่ว่าจะพูดอะไรมันก็ไม่เคยถูกใจทั้งหมดอยู่ดี

“พี่ไม่ได้มาเคลียร์พี่คิน พี่มาที่นี่เพื่อต้องการได้ยินสิ่งที่ตัวเองอยากจะได้ยิน กลับไปเถอะ”

“มึงไล่กูเหรอ ทำไมมึงถึงงี่เง่าตลอดเวลาที่เราทะเลาะ”

นะที่กำลังจะเดินหนีภาคินไปแล้วกลับต้องหยุดยืนอยู่ที่เดิมกับคำพูดที่นะเกลียดที่สุดเวลาออกจากปากของผู้ชายคนนี้ เพราะนะมันเป็นคนงี่เง่าไปแล้วในสายตาของเขา

“...”

การเดินออกจากเขาไปแม้น้ำตาที่พยายามเก็บไว้จะไหลหลาก ตอนนี้นะเจ็บปวดจนไม่รู้ว่าจะทรงตัวอย่างไรไหว คำพูดกี่คำแล้วที่ทำร้ายจิตใจกัน

ภาคินไม่ได้เดินตามนะมาที่ห้องเพราะรู้ตัวว่าใช้คำพูดที่แรงออกไปกับคนรัก สิ่งเดียวที่ต้องทำตอนนี้คือตั้งสติให้เย็นลงและกลับกรุงเทพฯ เพื่อทบทวนตัวเอง

ปั้ง!

เสียงปิดประตูดังขึ้นหลังจากเจ้าของห้องเดินเข้ามาถึงที่นี่ นะยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับ มือหนากำที่จับของกระเป๋าเดินทางไว้แน่น ไม่นานร่างโปร่งก็ขยับสั่นกับน้ำตาที่ไหลหลากมากกว่าเดิม

“ฮึก ก็งี่เง่าตลอดนั่นแหละ” คนพูดที่พูดแบบขาดสติ แต่คนจำที่จำไปตลอด ทำไมคนที่เจ็บมันต้องเป็นนะอีกแล้ว นะปล่อยกระเป๋าไว้หน้าประตูเหมือนเดิมก่อนพาร่างหมดแรงของตัวเองไปที่เตียงนอน

“ฮืออ...” ค่ำคืนดี ๆ ที่คิดจะมีด้วยกันแต่กลับเป็นแบบนี้ เขาควรจะนอนกอดกันอยู่บนเตียงหรือไม่ก็ควรจะกินเลี้ยงกันอยู่ตอนนี้ แต่กลับเป็นว่าอีกฝ่ายที่ต้องมานอนร้องไห้อยู่คนเดียว นะไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนี้ซะหน่อย

คนที่นอนร้องไห้จนเหนื่อยอยู่บนเตียงผล็อยหลับไปในที่สุด สะดุ้งตัวตื่นมาอีกทีก็เช้าวันใหม่แล้วและดูเหมือนว่าวันนี้ห้องคงเป็นที่เดียวที่นะจะอยู่ตลอดทั้งวัน

“...” เห็นร่องรอยการเสียใจเมื่อคืน มันยิ่งตอกย้ำว่านะนั่นแหละที่เป็นคนงี่เง่าจริง ๆ อย่างที่ภาคินว่า วันเกิดของเขากลับทำให้มันเป็นเรื่องที่แย่ได้ เพราะนะคนเดียว

ถ้าตัวเองเป็นเรื่องแย่ ๆ ในชีวิตของคนคนหนึ่งได้มากขนาดนี้ เขาก็ไม่ได้อยากเป็นอะไรแล้วในชีวิตของใครก็ตาม

“ภาคิน หนูนะไปไหน?” แม่ของเขาเอ่ยถามระหว่างที่กำลังเดินเข้ามาที่ห้องทำงานของลูกชาย เมื่อเช้าคุณแม่ไปที่คอนโดของภาคินมาแล้ว แต่กลับไม่เจอลูกสะใภ้และเดาได้เลยว่าคงทะเลาะกันอย่างแน่นอน

“กลับที่ฝึกงานไปเมื่อคืนแล้วครับ”

“แล้วยังไง ลูกไม่ได้รู้สึกอะไรเลยอย่างนั้นเหรอ?”

แม่ของเขาพูดขึ้นอีกรอบ เพราะสีหน้าของลูกชายที่มันดูเป็นปกติเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบนั้น ภาคินเหมือนพ่อของเขาไม่มีผิด กับอดีตที่ผ่านมา ภาคินแทบจะถอดร่างพ่อของตัวเองมา

“ตอนนี้นะกำลังโกรธ ให้ผมไปพูดตอนนี้ก็มีแต่จะแย่”

“เป็นแม่ แม่ก็โกรธเหมือนกัน”

“แม่ครับ”

ภาคินรู้ว่าแม่ของเขารักและเอ็นดูนะเหมือนลูกแท้ ๆ และไม่ว่าจะทะเลาะกันรอบไหนคนที่จะเป็นคนผิดเสมอก็เป็นลูกชายแท้ ๆ ของตัวเอง แต่ภาคินก็ไม่ได้คิดน้อยใจที่แม่รักลูกสะใภ้มากขนาดนี้ แต่เรื่องที่กำลังทำให้เขาหนักใจเพิ่ม คงไม่พ้นเรื่องที่ต้องง้อคุณแม่ด้วยเหมือนกัน

“ถ้าไม่ได้รักแล้วก็ปล่อยเขาไปนะภาคิน อย่ายื้อไว้ให้เขาต้องเสียใจซ้ำ ๆ กับเรื่องเดิม ๆ”

“รักสิครับแม่ แม่ก็รู้ว่าผมรักนะมากขนาดไหน”

สองแม่ลูกยังคงสนทนากันด้วยหัวข้อเดิม ภาคินไม่ได้คิดจะยอมแพ้เรื่องของนะ แต่ตอนนี้มันมีหลายเรื่องเข้ามาพร้อมกันให้เขาได้จัดการ และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นเป็นเรื่องของงาน ส่วนเรื่องของนะก็ใช่ว่าจะทิ้งไปนาน ๆ ภาคินกำลังรอให้นะอารมณ์เข้าที่เข้าทางก่อนเท่านั้นจริง ๆ

- เช้าวันกลับมาฝึกงาน -

ตลอดเมื่อวานที่ผ่านมา นะนอนร้องไห้และคิดเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่คนเดียวตลอดทั้งวันทั้งคืน นอนหลับไปไม่รู้กี่รอบ ตื่นขึ้นมาก็ยังไม่รู้สึกดี โทรศัพท์ที่เฝ้ารอก็ปิดไว้ไม่ให้ตัวเองต้องไขว้เขว จนตอนนี้นะก็ยังไม่ได้เปิดเครื่องโทรศัพท์อยู่ดี

“สวัสดีนะ เมื่อวานพี่โทรหาทั้งวันเลย แต่โทรไม่ติด โทรศัพท์พังหรือเปล่า?”

“สวัสดีครับพี่พร้อม โทรหาผมมีอะไรหรือเปล่าครับ?”

นะยังไม่ได้ตอบคำถามของเขาแถมยังส่งคำถามกลับไป ตาของนะยังไม่ได้หายบวมจากเมื่อคืนที่ร้องไห้ครั้งสุดท้ายของวัน พร้อมที่เดินเข้ามาในห้องอาหารเดียวกันเพื่อชงกาแฟดื่มก็สังเกตเห็นได้ไม่ยาก แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ทักน้องเรื่องนี้เพราะเดาได้เลยว่าคงไม่ใช่เรื่องดี

“ลูกน้องพี่ที่อยู่คอนโดเดียวกับนะเห็นว่านะเดินทางกลับจากกรุงเทพฯ มาตั้งแต่เมื่อวาน เมื่อวานพี่เลยจะโทรไปชวนมาดื่มด้วยกัน พอดีเมื่อวานพี่ไปดื่มแถว ๆ คอนโดนะน่ะ”

“อ๋อ ขอโทษทีครับ พอดีเมื่อวานผมกลับมาเหนื่อย ๆ เลยนอนเกือบทั้งวันเลย โทรศัพท์ก็แบตฯ หมด ตอนนี้ยังไม่ได้ชาร์จด้วย”

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอโทษพี่หรอก”

ทั้งคู่ได้สนทนากันในห้องชงกาแฟระหว่างที่พนักงานคนอื่นยังไม่เดินทางมาถึง มันเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่นักศึกษาฝึกงานอย่างนะและหัวหน้าพนักงานอย่างพร้อมจะเดินทางมาก่อนพนักงานคนอื่นเสมอ

มันเป็นแบบนี้มาตลอดหลายเดือนที่นะมาฝึกงานอยู่ที่นี่

“งั้นคืนนี้ว่างไหม ไปดื่มกัน”

“...”

นะเงียบไปไม่ได้ตอบกลับเขา ใจหนึ่งก็อยากจะดื่มให้ลืมไปช่วงสั้น ๆ แต่อีกใจก็อยากอยู่คนเดียวมากกว่า

“คิดว่าพี่ขอเป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลังแล้วกัน”

พร้อมไม่ได้อยากดื่มมากขนาดนั้น เพราะเมื่อวานเขาก็ดื่มไปแล้ว แต่อาการของนะตอนนี้มันทำให้เขาไม่อยากที่จะทิ้งน้องให้อยู่คนเดียว นะควรที่จะได้ปลดปล่อยตัวเอง สีหน้าที่ภายในใจมีอยู่ล้านความรู้สึกแบบนี้ ทำไมเขาจะดูไม่ออก

“ได้ครับ งั้นพี่ส่งที่อยู่ให้ผมนะครับ”

หลังจากนั้น พร้อมก็ไม่ได้ปล่อยให้เวลาเลยผ่านไป เขาจัดการนัดสถานที่และเวลาให้กับนะด้วยตัวเองตรงนั้นเลย เป็นร้านนั่งชิลล์ข้าง ๆ คอนโดของนะเอง เขาไม่อยากพาน้องไปไกล อยากให้อีกคนเดินทางได้สะดวกมากกว่า

- เที่ยงของวันนั้น -

ตลอดครึ่งวันที่ผ่านมา นะทำงานของตัวเองเป็นอย่างดี แม้คนในแผนกจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านะเงียบมากกว่าปกติ เพราะอาทิตย์ก่อนหน้านี้ นะยังดูมีความสุขมาก ๆ อยู่เลย แต่พอกลับมาทำงานอีกรอบในอาทิตย์ถัดไป นะกลับกลายเป็นอีกคนอย่างน่าแปลกใจ

“นะ ไปกินข้าวกัน”

“พี่พร้อมไปกินก่อนก็ได้นะครับ ผมยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่”

สุดท้ายแล้วพร้อมก็ไม่อาจปฏิเสธนะได้ ยอมเดินออกมาจากห้องทำงานของคนที่เข้าไปชวน นะยังคงก้มหน้าทำงานเหมือนเดิมตามสิ่งที่ตัวเองได้รับมอบหมายจากรุ่นพี่

ผ่านมาไม่นานเกินสิบนาที พร้อมก็เดินกลับเข้ามาอีกครั้ง นะที่นั่งเหม่อกลับไม่ได้ยินเสียงของเขาที่เดินเข้ามา รู้ตัวอีกทีกล่องข้าวในถุงถึงสองกล่องก็วางลงบนโต๊ะทำงานของนะเสียแล้ว

“อะไรเหรอครับ?”

“ข้าว ก็ชวนแล้วไม่ไป พี่เลยซื้อมากินด้วยที่นี่ไง”

นะนิ่งไปกับคำตอบของรุ่นพี่ที่ทำงาน เขาไม่เข้าใจเท่าไรว่าอีกคนจะต้องทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไร ในเมื่อพวกเขาก็เป็นเพียงพี่ที่ทำงานและนักศึกษาฝึกงานเท่านั้น

“อาหารเป็นสิ่งสำคัญนะ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องอะไร...ก็ต้องกินข้าวเติมแรงทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นจะมีแรงสู้กับมันได้ยังไง”

“...” นะตอนนี้ไม่อยากจะสู้กับมันแล้วมากกว่า

พร้อมจัดการทุกอย่างให้ทั้งหมด กล่องข้าวที่เปิดออกตรงหน้าเป็นเมนูโปรดของนะตามที่คิด เขาไม่แปลกใจว่าทำไมรุ่นพี่หนุ่มถึงรู้ว่านะชอบทานอะไร เพราะทุกวันก่อนหน้านี้ ทั้งคู่ก็ทานข้าวด้วยกันอยู่บ่อยครั้งกับรุ่นพี่คนอื่น ๆ

“ขอบคุณนะครับพี่พร้อม”

“กินไปเถอะ ไม่ต้องขอบคุณพี่หรอก เดี๋ยวเราเป็นอะไรมาทางมหาวิทยาลัยจะมองว่าพวกพี่รังแกน้องฝึกงาน ฮ่า ๆ”

และเขาก็ทำมันได้สำเร็จกับรอยยิ้มแรกของนะที่เผยออกมาให้เห็นตรงหน้า แค่นี้ก็เหมือนว่าพร้อมประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างไรอย่างนั้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel