Chapter 07 ตั้งคำถาม
ร่างโปร่งขยับโยกกายอยู่บนร่างหนาของแฟนหนุ่มในเช้าวันใหม่หลังตื่นนอน ตลอดร่วมครึ่งชั่วโมงที่ทั้งคู่ร่วมรักกัน คนที่ดูจะพอใจมากที่สุดคงไม่พ้นภาคินที่รอบนี้นะขอที่จะออนท็อปให้เขา
“อ๊าส์~”
“ท่านี้มึงรัดกูแน่นมากเลยนะ”
บั้นท้ายขยับขึ้นลงเป็นจังหวะเสมอระหว่างที่รูรักของคนด้านบนก็ยังรวบรัดตัวตนใหญ่ที่สอดเข้าออกของคนใต้ร่างแน่นกับหลายช่วงจังหวะที่ภาคินอดไม่ได้ที่จะซี้ดปากเสียวจากการกระทำของอีกคน
“ไม่ไหวแล้วพี่ กูจะเสร็จ อื้ออ”
“พร้อมกัน อ่า นะ แบบนั้น”
ยามที่นะขยับบั้นท้ายขย่มลงด้านล่าง ท่อนเนื้อใหญ่ของภาคินก็กระแทกสวนขึ้นด้วยเหมือนกัน เสียงกระทบเนื้อดังขึ้นลั่นห้องคอนโดกว้างพอ ๆ กับเสียงครางของทั้งคู่ในตอนนี้
ใช้เวลาหลังจากนั้นไม่นานทั้งคู่ก็พบกับจุดสูงสุดของเซ็กซ์ในเช้านี้ระหว่างพวกเขา ลำรักอวบของภาคินกระแทกเข้าลึกสุดทางในรอบสุดท้ายก่อนที่นะจะปลดปล่อยน้ำรักของตัวเองออกมาไร้การจับต้อง
“อ๊าสส์ ซี้ดดด!!”
“อ๊าส์ นะ~”
เช่นเดียวกับภาคินในตอนนี้ที่ก็ปลดปล่อยเข้าไปด้านในช่องทางรักของนะด้วยเหมือนกัน ความอุ่นของน้ำกามที่ปล่อยเข้าไปทำเอาเจ้าของรูรักนั้นเสียววูบเป็นรอบที่สองได้ไม่ยาก
“แฮกก ๆ” นะเอนกายคร่อมร่างหนาของคนรักอีกครั้งทั้งช่วงล่างยังคงเชื่อมกันอยู่ก่อนที่ทั้งคู่จะได้มองหน้ากันชัดมากกว่าเดิม
“เหนื่อยเหรอ?” ภาคินเอ่ยถามไม่วายยกมือหนาขึ้นเช็ดเหงื่อที่ผุดตามไรผมออกให้ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองนั่นแหละคือคนที่ปลุกนะตื่นขึ้นมาเช้ามากขนาดนี้และนะที่ส่ายหน้าให้แทนการตอบกลับ
“คืนนี้จะรออยู่ที่บ้านใหญ่นะ”
“...?”
นะเอียงหน้าอย่างไม่เข้าใจ ทำไมอีกคนที่เขาพูดด้วยถึงทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดอย่างไรอย่างนั้น พอนึกดูดี ๆ แล้ว เหมือนกับว่านะเองก็จะเดาทางผู้ชายคนนี้ถูกเหมือนกัน
“อย่าบอกนะว่าพี่ลืมวันเกิดตัวเองอีกแล้ว”
“...”
“พี่คิน!!!”
สุดท้ายก็เป็นอย่างที่คิด ภาคินลืมวันคล้ายวันเกิดของตัวเองเหมือนเฉกเช่นทุกปี และทุกปีของเขาก็ได้นะอีกเหมือนเดิมที่เป็นคนเตือนความจำเรื่องนี้ให้
“ถ้าไม่มีกู พี่คงแก่ขึ้นทุก ๆ ปีแบบที่ไม่รู้ตัวเลยใช่ไหม?”
“ใช่ ดังนั้น มึงก็ต้องอยู่บอกกูไปทุก ๆ ปี”
“อ๊ะ!”
หลังจากที่ภาคินพูดจบตัวตนใหญ่ที่ยังคาอยู่ด้านในก็กระทุ้งขึ้นอีกครั้งจนคนด้านบนสะดุ้งขึ้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ไม่นานฝ่ามือหนาของนะก็ฟาดลงที่ไหล่ของแฟนหนุ่มอย่างแรงไม่แพ้กัน
“โอ๊ยย กูเจ็บนะ ไหนบอกวันนี้วันเกิดกู ทำไมทำร้ายเจ้าของวันเกิดขนาดนี้” คนโดนตีเมื่อครู่เริ่มหยิบนู่นหยิบนี่ขึ้นมาอ้างเพื่อเอาเปรียบคนรักของเขาอย่างหน้าตาเฉย
“สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดนะพี่คิน ขอบคุณที่เกิดมาแล้วเราได้เจอกันนะ กูดีใจมากที่วันนี้เรายังอยู่ด้วยกัน กูรักพี่นะ อุ๊บ!...”
พูดจบภาคินก็รั้งเอาอีกคนลงไปประกบจูบริมฝีปากกับเขาในทันที เขาเองก็ดีใจไปไม่แพ้กันที่ได้เป็นแฟนกับนะ ได้ดูแล ได้ใส่ใจ แม้ว่าตัวเองจะรู้ตัวว่าไม่ใช่แฟนที่ดีมากเท่าไร แต่เขาก็จะพยายามทำให้มันดีมากกว่านี้เรื่อย ๆ
ทุกอย่างหยุดอยู่แค่จูบกันไม่ถึงห้านาที เพราะภาคินมีงานที่ต้องทำ แม้วันนี้จะเป็นวันอาทิตย์แล้วก็ตาม แถมงานที่จะต้องไปทำเป็นงานใหญ่มาก แม้แต่วันเกิดก็ไม่สามารถหยุดงานนี้ได้
“ไปรับคุณพัดที่บ้านก่อน”
“ครับนาย”
คนขับรถรับคำเจ้านายของตนที่เพิ่งขึ้นรถมา เมื่อวานพัดไม่ได้ขับรถกลับมาด้วย เขาได้แสดงความช่วยเหลือในวิธีของตัวเองตามที่คุยกันไว้เมื่อคืนกับเพื่อนร่วมงานตัวเล็ก
รถที่เพิ่งขึ้นมานั่งได้ไม่นานเคลื่อนออกจากใต้คอนโดในระยะเวลาอันสั้น ใช้เวลาไม่นานก็ถึงจุดหมายต่อไปและคนที่ต้องไปรับก็ยืนรอภาคินอยู่หน้าบ้านอย่างรู้เวลาแล้วเสียด้วย
“อรุณสวัสดิ์ครับพี่ภาคิน คิดว่าจะไม่มารับเสียแล้ว”
“อรุณสวัสดิ์พัด จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง พี่พูดไว้แล้วเมื่อคืน”
เป็นพัดที่เอ่ยทักก่อนเป็นคนแรกหลังจากขึ้นมานั่งอยู่ในรถคันเดียวกันกับภาคินแล้ว สายตากลมอดไม่ได้จริง ๆ ที่จะเหลือบมองส่วนเกินกลางกายที่เด่นชัดของเขาจนตัวเองต้องเป็นคนเลี่ยงหน้าหนีมันเสียเอง
“เมื่อเช้าพัดคุยกับคุณพ่อเรื่องงานส่วนที่พี่ภาคินขอเพิ่มเติมแล้วนะครับ คุณพ่อท่านบอกว่าทุกอย่างคงจะออกมาดีมาก ๆ”
“ดีเลย ขอบใจมากนะ ที่เหลือก็จะเป็นส่วนของฝั่งพี่แล้ว”
“ยินดีมากครับ นี่เป็นงานแรกของพัดที่คุณพ่อไว้ใจให้ดำเนินการ พัดจะพยายามทำออกมาให้ดีที่สุดอยู่แล้ว”
ทั้งคู่พูดคุยกันตั้งแต่ขึ้นรถจนรถออกและใกล้ถึงที่ทำงานของภาคิน พวกเขาก็ยังคงคุยกันเรื่อย ๆ และหัวข้อก็ยังคงมีเรื่องงานเท่านั้นเหมือนเดิม
ตลอดทั้งวัน ภาคินแทบไม่ได้จับโทรศัพท์เลย อีกอย่างก็วางใจแล้วเพราะตอนนี้นะคงจะยุ่ง ๆ อยู่กับคุณแม่เรื่องงานวันเกิดของเขา ตลอดทั้งวันมีคุยงานกับหลายฝ่ายที่ต้องคุยกันให้ดีเพื่อลดการผิดพลาดของงาน ทั้งเช้า เที่ยงและเย็น ทั้งภาคินและพัดเลยต้องทานข้าวด้วยกันในห้องประชุมทั้งคุยงานแบบนั้น
“ไหวหรือเปล่า พัดไปพักก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวคุยงานแล้วได้ความคืบหน้ายังไงพี่จะให้เลขาจดรายงานส่งให้อีกที”
“ไม่เป็นไรครับพี่ภาคิน พี่ไหว พัดก็ไหว ทำงานด้วยกันมาขนาดนี้แล้ว” พัดยังคงยิ้มสู้ ภาคินเป็นคนที่จริงจังมากเวลาทำงาน แม้จะทำงานด้วยกันมาไม่นานแต่พัดก็มองนิสัยเขาออกอยู่หลายอย่างเกี่ยวกับการทำงาน
เวลาเลยผ่านไปนานหลายชั่วโมง โทรศัพท์ที่ไม่ได้พกติดตัวในเวลาสองทุ่มกับสายเรียกเข้าที่ไม่ได้รับนับสิบของนะที่โทรเข้ามาถามไถ่เขาว่าเลิกงานแล้วหรือยัง งานฉลองวันเกิดของลูกชายคนโตของบ้านถูกจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี เหลือเพียงแค่เจ้าของวันเกิดเท่านั้นที่ยังไม่มา
“พี่รับสายไหมลูก?”
“ไม่ครับคุณแม่”
นะพูดตอบคุณแม่ที่เอ่ยถาม สีหน้าของนะมันฟ้องว่าเริ่มไม่โอเคกับการขาดการติดต่อของคนพี่ ทั้ง ๆ ที่เขาก็บอกก่อนไปทำงานแล้วว่าอย่าทำงานจนลืมเวลาที่เรานัดกันไว้
“เฮียน่าจะทำงานลืมเวลาอีกเหมือนเดิมนะครับ”
“ให้พ่อโทรถามคนที่บริษัทให้ดีไหม?” เป็นพ่อของภาคินที่เสนอขึ้น แต่เหมือนว่านะจะไม่อยากทำแบบนั้นซะเท่าไร เพราะรู้ดีว่าภาคินเป็นคนที่จริงจังเรื่องงานของเขามากขนาดไหน ถ้ามีคนไปขัดจังหวะเรื่องงานก็คงจะไม่ใช่สิ่งที่ดีมากนัก
- 23.45 น. -
สุดท้ายแล้ว ภาคินก็ลืมนัดสำคัญที่เกี่ยวกับชีวิตของตัวเองไปทั้งหมด ทุกอย่างในงานมีปัญหาที่ไม่ค่อยลงตัว จนกระทั่งเวลาสิ้นสุดของงานก็มาถึง
“ขอบคุณทุกคนมากนะครับที่วันนี้อยู่เหนื่อยด้วยกันอีกวัน”
เป็นพัดที่เอ่ยบอกปิดจบการประชุมในวันนี้ให้ พนักงานทุกคนในงานนี้ถูกคัดเลือกมาเป็นอย่างดี ผลตอบแทนที่ทำเพียงงานเดียวก็มีกินไปหลายเดือนแบบนี้เลยไม่ทำให้มีคนอิดออดยามที่ต้องเลิกงานดึกอยู่ตลอดเดือนกว่า
ก่อนที่ห้องประชุมที่นั่งติดต่อกันมาหลายชั่วโมงจะเหลือเพียงภาคินที่นั่งเอนกายพิงเก้าอี้หัวโต๊ะในที่ประจำและพัดที่กำลังเก็บของเข้ากระเป๋ากลับบ้านเหมือนพนักงานคนอื่นที่เดินออกไปก่อนหน้า
“ตายแล้ว พี่ภาคินครับ”
“มีอะไรหรือเปล่าพัด?”
ภาคินที่เพิ่งพักสายตาไปไม่นานเอ่ยถามคนที่ทำน้ำเสียงตกใจออกมาเมื่อครู่ สีหน้าของพัดหลังจากดูเวลาในโทรศัพท์เป็นต้นเหตุให้คนตัวเล็กร้องตกใจออกมาแบบนั้น
“ใกล้เที่ยงคืนแล้ว แบบนี้พี่ภาคินจะไปทันฉลองวันเกิดหรือเปล่าครับเนี่ย?”
“ว่าไงนะพัด”
“...”
ภาคินรีบเดินกลับห้องทำงานตัวเองเพื่อดูโทรศัพท์ที่ทิ้งไว้ที่นั่นอย่างรวดเร็ว เป็นไปตามที่คิดกับสายที่ไม่ได้รับอยู่หลายสายของคนรักที่โทรเข้ามา ทำเอาภาคินตอนนี้แทบบ้าไปไม่แพ้กันกับความผิดพลาดครั้งใหญ่ของตัวเองในวันนี้
“พี่ภาคิน...” พัดที่เดินตามเข้ามาพูดขึ้นเรียกคนที่กำลังยืนคร่อมโต๊ะทำงานตัวใหญ่อยู่ในห้องพร้อมกับท่าทางหนักใจไม่น้อย
“พัด...ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ พี่รีบกลับบ้านก่อน”
“พัดขอเดินไปพร้อมกับพี่ภาคินที่ลานจอดรถนะครับ”
เขาที่กำลังรีบคว้าเอาข้าวของตัวเองดิ่งออกจากห้องเพื่อกลับไปหาคนรักจำต้องหยุดนิ่งและพยักหน้ารับพัดที่มองตามตนอยู่ด้านหลังก่อนที่ทั้งคู่จะลงไปที่ลานจอดรถพร้อมกัน
“พัดรู้ได้ยังไงว่าวันนี้พี่มีนัดฉลองวันเกิด?”
“เมื่อเช้าพัดได้ยินพนักงานคุยกันน่ะครับว่าวันนี้วันเกิดพี่ภาคิน ส่วนเรื่องฉลองวันเกิด พัดเดาเอาและก็จริงเสียด้วย”
ระหว่างทางใกล้ถึงรถภาคินก็นึกคิดได้กับคำพูดแปลก ๆ ที่พัดเอ่ยปากบอกตนเรื่องนัดฉลองวันเกิดที่ว่า เลยอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น หลังจากได้รับคำตอบเจ้าตัวก็เคลียร์ใจกับทุกอย่างในทันที
“สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดนะครับพี่ภาคิน พัดดีใจมาก ๆ ที่ได้ร่วมงานกับคนเก่งอย่างพี่ นับว่าเป็นบุญของพัดมากกว่า ไว้พัดจะเลี้ยงข้าวย้อนหลังวันเกิดให้นะครับ”
“อย่าพูดขนาดนั้นเลยพัด ขอบใจมากนะ”
“งั้นพัดขอตัวก่อนนะครับ พี่ภาคินก็ฉลองให้สนุกนะ เจอกันพรุ่งนี้ครับพี่ภาคิน”
ภาคินพยักหน้ารับหลังจากที่พัดขึ้นรถของตัวเองไปแล้ว เขาก็ไม่ลืมที่จะปิดประตูให้คนตัวเล็กด้วย ก่อนที่รถของพัดจะขับออกไปจากที่จอดและภาคินที่เดินไปขึ้นรถของตัวเองเหมือนกัน
เขานั่งรถกลับมาที่คอนโดแม้ที่นัดหมายของภาคินวันนี้จะเป็นที่บ้านก็ตาม แต่ดูจากสถานการณ์ทุกอย่างในตอนนี้แล้วนะน่าจะกลับมาที่คอนโดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ขับรถให้เร็วกว่านี้หน่อย” ตลอดทางกลับมาเขายังคงพยายามโทรกลับหาคนรักอยู่หลายสายแต่ก็ไร้การตอบกลับ ใช้เวลาอยู่ไม่เกินยี่สิบนาที ภาคินก็เดินทางกลับมาถึงคอนโดตามที่ใจหวัง
แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้ามันไม่ค่อยเข้าตาเขาสักเท่าไรกับร่างโปร่งของนะ ที่กำลังเก็บข้าวของของตัวเองในตู้เสื้อผ้าเดียวกันลงกระเป๋าพร้อมกับสีหน้าที่นิ่งเฉยอย่างรู้สาเหตุเป็นอย่างดี
“นะ มึงจะไปไหน?”
“...”
