6
บทที่ 6
"หนังสือแยกบ้าน"
สองคำนี้ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางลานดิน
"เจ้า" ย่าถังชี้หน้าถังเนียนเนียน ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธจนใบหน้าเหี่ยวย่นกลายเป็นสีแดงคล้ำ
"เจ้า...นังเด็กอกตัญญู เจ้ากล้าพูดเรื่องแยกบ้านออกมาได้อย่างไร นี่คือการกระทำที่ชั่วช้าที่สุดเจ้าไม่กลัวฟ้าดินจะลงโทษรึ"
"การแยกบ้านเป็นเรื่องอกตัญญู" เนียนเนียนยอมรับอย่างใจเย็น แต่สายตาของนางยังคงจ้องตรงไม่หลบเลี่ยง
"แต่การที่ท่านย่าจะขายหลานแท้ๆ ไปเป็นทาสนั่นไม่เรียกว่าโหดเหี้ยมไร้เมตตาหรือเจ้าคะ?"
นางหยุดเว้นจังหวะ ให้คำพูดแทงลึกลงไป "ในเมื่อท่านย่าไม่ได้เห็นพวกเราเป็นหลาน ท่านป้าทั้งสองก็เห็นพวกเราเป็นแค่ตัวภาระ การแยกตัวออกมาเพื่อไม่ให้เป็นที่ระคายเคืองสายตาของพวกท่าน ย่อมเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายมิใช่หรือเจ้าคะ"
นางช่างพูดที่ตรงไปตรงมาและเยือกเย็นของนางทำให้อาสะใภ้ทั้งสองถึงกับพูดไม่ออก เพราะมันคือความจริงที่พวกนางคิดอยู่ในใจเสมอมา
ย่าถังอับจนคำพูดไปชั่วขณะ ในใจของนางกำลังคำนวณอย่างรวดเร็ว เงินหนึ่งตำลึง มันเป็นเงินก้อนใหญ่ที่นางอาจจะหาไม่ได้ทั้งปี
ส่วนเรื่องที่นังเด็กนี่จะหาเงินจำนวนนั้นมาได้ในสามวันมันเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง
นี่เป็นโอกาสอันดี นางจะแสร้งทำเป็นตกลง เมื่อครบสามวันแล้วนังเด็กนี่หาเงินมาไม่ได้ นางก็จะมีเหตุผลที่ชอบธรรมในการลงโทษมันอย่างหนักข้อหาอกตัญญู แล้วค่อยลากตัวเด็กแฝดไปขาย เรื่องก็จะจบลงอย่างที่นางต้องการ แถมยังได้สั่งสอนให้มันหลาบจำ
ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นในใจพร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก
"ดี! ดี!" ย่าถังหัวเราะเสียงดัง
"ในเมื่อเจ้ากล้าเสนอ ข้าก็กล้ารับ แต่ข้าจะเพิ่มเงื่อนไขเข้าไปอีกข้อ"
นางกวาดสายตามองไปรอบๆ และเห็นชาวบ้านสองสามคนเริ่มออกมามุงดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ นางจึงตะโกนให้ดังขึ้นไปอีก
"ข้าจะให้เวลาเจ้าสามวัน แต่ถ้าหากครบสามวันแล้วเจ้าหาเงินหนึ่งตำลึงมาให้ข้าไม่ได้ ไม่เพียงแต่ข้าจะเอาตัวน้องๆ ของเจ้าไปขาย แต่ตัวเจ้าข้าก็จะมัดรวมส่งไปเป็นทาสรับใช้ที่หอคณิกาด้วยให้ทุกคนในหมู่บ้านจิ๋วซานแห่งนี้ได้เป็นพยาน!"
ช่างโหดเหี้ยมทำให้ชาวบ้านที่แอบฟังอยู่ถึงกับสูดลมหายใจเย็นเยียบ นี่มันผลักดันเด็กกำพร้าให้ไปตายชัดๆ
ถังฝูและถังเป้ยที่แอบฟังอยู่หลังประตูถึงกับตัวสั่นด้วยความกลัว
แต่ถังเนียนเนียนกลับเพียงแค่ยิ้มบางๆ "ตกลงเจ้าค่ะ"
นางตอบรับอย่างง่ายดายราวกับเงื่อนไขนั้นเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศ จากนั้นจึงเอ่ยต่อ "แต่ในเมื่อมีพยานแล้ว ก็ต้องทำให้ชัดเจนนับจากนี้ไปจนครบสามวัน หากมีใครจากบ้านใหญ่มายุ่มย่ามกับพวกข้า หรือขโมยข้าวของที่ข้าหามาได้แม้แต่ชิ้นเดียว ข้อตกลงนี้ถือเป็นโมฆะทันที"
"หึ ใครจะไปอยากได้ของจากพวกขอทานอย่างเจ้า" หลันซื่อพ่นลมออกจากจมูก
"ไปกันเถอะ ข้าจะรอดูว่าอีกสามวัน พวกเจ้าจะเอาปัญญาที่ไหนมาหาเงิน" ย่าถังพูดทิ้งท้าย ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อเดินจากไปอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า สองอาสะใภ้และลูกๆ ของพวกนางรีบเดินตามไปพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ย
เมื่อทั้งหมดจากไปแล้ว เนียนเนียนก็รีบกลับเข้ากระท่อมแล้วปิดประตูทันที
"พี่ใหญ่ ท่านจะหาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหนรึขอรับ" ถังฝูถามด้วยความเป็นห่วง
เนียนเนียนไม่ได้ตอบในทันที แต่กลับเดินไปที่มุมห้อง หยิบตะกร้าใบเดิมและเสียมเล็กๆ ที่บิดาของนางเคยใช้ขุดสมุนไพรขึ้นมา
นางหันมาลูบศีรษะน้องทั้งสอง
"ไม่ต้องห่วงข้าบอกแล้วว่าจะไม่ยอมให้ใครมาพรากพวกเจ้าไป"
นางมองลึกเข้าไปในดวงตาของน้องๆ
"จำคำที่พี่บอกไว้ให้ดี อยู่ในนี้ อย่าออกไปไหนเด็ดขาด"
พูดจบนางก็เปิดประตูออกไปอีกครั้ง คราวนี้นางไม่ได้มุ่งหน้าไปทางตลาด แต่กลับมุ่งตรงไปยังป่าลึกบนภูเขาจิ๋วซาน ตรงไปยังจุดที่นางได้พบกับขุมทรัพย์ล้ำค่าเมื่อวานนี้
โสมสามเจ็ด
นั่นคือไพ่ตาย และเป็นความหวังเดียวของนางที่จะพลิกชะตากรรมของพวกเขาทั้งสามคน
