4
บทที่ 4
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านรอยแตกของผนังกระท่อมเข้ามา ปลุกสามพี่น้องให้ตื่นขึ้นมาพบกับวันที่แตกต่างออกไป เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ถังฝูและถังเป้ยตื่นขึ้นมาโดยไม่มีเสียงท้องร้องประท้วง ซุปไก่เมื่อคืนไม่เพียงแต่เติมเต็มกระเพาะที่ว่างเปล่า แต่ยังเติมความหวังเล็กๆ เข้าไปในใจของเด็กทั้งสองด้วย
แต่สำหรับถังเนียนเนียนแล้ว นางแทบไม่ได้นอนทั้งคืน
เส้นตายที่ย่าถังขีดไว้คือเช้านี้ อีกไม่กี่ชั่วยาม หญิงชราและพรรคพวกก็จะกลับมาทวงสัญญา การมีอาหารประทังชีวิตหนึ่งมื้อยังไม่เพียงพอที่จะต่อกรกับพวกเขาได้ สิ่งเดียวที่ญาติละโมบพวกนั้นเข้าใจคือ เงิน เท่านั้น
นางต้องหาเงินให้ได้
เนียนเนียนมองไปที่ไก่ป่าที่เหลืออยู่ครึ่งตัวและผักป่าสดๆ ที่เก็บมาเมื่อวาน นี่คือทุนรอนทั้งหมดที่นางมี ส่วนโสมสามเจ็ดล้ำค่านั้นเปรียบเสมือนไพ่ตาย นางจะยังไม่ใช้มันจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมจริงๆ
"ฝูเอ๋อร์ เป้ยเอ๋อร์ ฟังพี่นะ" เนียนเนียนปลุกน้องๆ ที่ยังคงงัวเงีย
"พี่จะเข้าเมืองไปขายของ พวกเจ้าต้องอยู่ที่นี่ ดูแลกันและกันให้ดี"
นางนำซุปไก่ที่เหลือมาอุ่นให้น้องๆ กินเป็นอาหารเช้า และแบ่งส่วนที่เหลือไว้ให้เป็นอาหารกลางวัน
"จำไว้ ล็อคประตูให้แน่น ไม่ว่าใครมาเรียกก็ห้ามเปิดเด็ดขาด แม้แต่ท่านย่าหรือท่านป้า เข้าใจไหม? หากพวกเขากระทืบเท้าหรือพยายามพังประตูเข้ามา ให้พวกเจ้าร้องตะโกนให้ดังที่สุด ให้เพื่อนบ้านได้ยิน"
เด็กทั้งสองพยักหน้ารับคำอย่างแข็งขัน ดวงตาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวพี่สาวคนโต
เนียนเนียนจัดแจงนำเนื้อไก่และเห็ดโถวตู๋ที่ดูดีที่สุดใส่ลงในตะกร้า คลุมด้วยใบไม้สดเพื่อรักษาสภาพ แล้วมุ่งหน้าออกจากกระท่อมสู่ "เมืองเฟิง" ซึ่งอยู่ห่างออกไปราวห้าลี้
เมื่อมาถึงตลาดเมืองเฟิง ความคึกคักจอแจก็ถาโถมเข้าใส่ เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้า กลิ่นอาหารและสมุนไพรปะปนกันในอากาศ เนียนเนียนในร่างของเด็กสาวชาวป่าดูแปลกแยกจากทุกสิ่ง แต่ในใจของนางกลับนิ่งสงบ นางหามุมเล็กๆ ริมทาง วางตะกร้าลงแล้วเริ่มค้าขายครั้งแรกในชีวิต
ช่วงแรกไม่มีใครสนใจเด็กหญิงผอมแห้งที่ขายของป่าธรรมดาๆ เลยแม้แต่น้อย แต่เนียนเนียนไม่ยอมแพ้ เมื่อมีสตรีวัยกลางคนที่ดูเหมือนจะเป็นแม่บ้านของตระกูลใหญ่เดินผ่านมา นางจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด
"ไก่ป่าตุ๋นเห็ดโถวตู๋เจ้าค่ะ ช่วยบำรุงร่างกายสตรีหลังคลอดและผู้สูงอายุได้ดียิ่ง เนื้อไก่ป่าแน่นไร้ไขมัน เห็ดโถวตู๋ช่วยบำรุงสมองและกระเพาะอาหารเจ้าค่ะ"
ช่างมีความรู้ทางการแพทย์ทำให้สตรีผู้นั้นและคนอื่นๆ ที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดชะงัก ไม่มีใครเคยได้ยินแม่ค้าหาบเร่พูดจาฉะฉานอธิบายสรรพคุณสินค้าได้ถึงเพียงนี้
"แม่หนู" สตรีผู้นั้นเดินเข้ามาดูสินค้าในตะกร้า "ที่เจ้าพูดมาเป็นความจริงรึ?"
"เป็นความจริงทุกประการเจ้าค่ะ" เนียนเนียนตอบอย่างมั่นใจ
"ท่านลองดูสีของเนื้อไก่สิเจ้าคะ สดใหม่เพิ่งจับมาเมื่อวาน ส่วนเห็ดนี่ก็เป็นของชั้นดีจากบนเขา หายากยิ่งนักเจ้าค่ะ"
สตรีผู้นั้นมองดูสินค้าแล้วพยักหน้าช้าๆ
"ฮูหยินของข้าเพิ่งจะฟื้นไข้ ท่านหมอบอกให้หาอาหารบำรุงกำลังดี ทั้งหมดนี่เท่าไหร่ ข้าเหมาหมด"
หัวใจของเนียนเนียนเต้นแรง
"ไก่ป่าครึ่งตัวกับเห็ดทั้งหมดนี้คิดเพียง 30 อีแปะเจ้าค่ะ"
เป็นราคาที่สูงกว่าปกติเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับสรรพคุณที่นางกล่าวอ้าง สตรีผู้นั้นก็พยักหน้าและหยิบพวงเหรียญทองแดงออกมานับส่งให้โดยไม่ลังเล
เงิน 30 อีแปะ
เนียนเนียนรับเงินมาถือไว้ในมือ น้ำหนักของมันอาจจะเบา แต่สำหรับนางในตอนนี้ มันหนักอึ้งไปด้วยความหวังและอำนาจต่อรอง
นางไม่รอช้า รีบเก็บตะกร้าเปล่าแล้วมุ่งหน้ากลับหมู่บ้านทันที ในใจพลางคำนวณย่าถังขายเด็กผู้ชายอาจจะได้ราวหนึ่งถึงสองตำลึงเงิน 1 ตำลึง = 1,000 อีแปะ เงิน 30 อีแปะนี้ยังห่างไกลนัก แต่มันคือจุดเริ่มต้น คือข้อพิสูจน์ว่านางสามารถหาเลี้ยงน้องๆ ได้ด้วยตัวเอง
นางกลับมาถึงกระท่อมก่อนเที่ยงวันพอดี และเสียงที่นางไม่อยากได้ยินที่สุดก็ดังมาจากหน้ากระท่อม
"เปิดประตู นังเด็กเนรคุณ ข้าบอกแล้วว่าจะมาเอาตัวพวกมัน เปิดเดี๋ยวนี้"
เสียงของย่าถังดังกร้าวมาพร้อมกับเสียงทุบประตูรัวๆ เนียนเนียนสูดหายใจลึก กำเหรียญในอกเสื้อให้แน่น
