3
บทที่ 3
เมื่อสิ้นเสียงประกาศิตของย่าถังและเงาของญาติใจร้ายลับหายไป ถังเนียนเนียนก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นดินเย็นเฉียบทันที
"ฮือ พี่ใหญ่ ข้ากลัว" ถังเป้ยปล่อยโฮออกมาเสียงดัง วิ่งเข้ามากอดพี่สาวไว้แน่น ส่วนถังฝูแม้จะพยายามทำตัวเข้มแข็งแต่ก็มีน้ำตาคลอหน่วย
เนียนเนียนสูดหายใจลึก กลิ่นอับของกระท่อมไม่ได้ทำให้หดหู่ แต่กลับปลุกสัญชาตญาณของแพทย์ทหารให้ตื่นขึ้น นี่คือสนามรบของนาง และเด็กสองคนนี้คือคนที่นางต้องปกป้องให้รอด
นางกอดน้องทั้งสองไว้แน่น ลูบหลังพวกเขาเบาๆ "ไม่ต้องกลัว" น้ำเสียงของนางอ่อนโยนแต่หนักแน่น "ฟังพี่นะ ตราบใดที่ข้ายังอยู่ จะไม่มีใครพรากพวกเจ้าไปได้ และข้าสัญญา ข้าจะไม่ให้พวกเจ้าต้องหิวอีกต่อไป"
คำสัญญาดังก้องกังวานในใจของนางเอง นางสำรวจร่างของน้องทั้งสองอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณแพทย์ ผิวซีดเหลือง ดวงตาโหลลึก หน้าท้องบวมเล็กน้อย ทั้งหมดคือสัญญาณของการขาดสารอาหารรุนแรง หากปล่อยไว้เช่นนี้ต่อไป ต่อให้ไม่ถูกขายก็อาจจะป่วยตายได้
ไม่ได้การสิ่งแรกที่ต้องทำคือหาอาหาร
นางมองไปรอบกระท่อมว่างเปล่า มีเพียงไหดินเผาที่แตกบิ่นอยู่ใบหนึ่งซึ่งไม่มีข้าวสารเหลืออยู่เลยแม้แต่เม็ดเดียว
"ฝูเอ๋อร์ เป้ยเอ๋อร์ พวกเจ้าอยู่ในนี้นะ ล็อคประตูให้ดี อย่าเปิดให้ใครนอกจากพี่เด็ดขาด เข้าใจไหม"
"ท่านจะไปไหนรึเจ้าคะ" ถังเป้ยถามเสียงสั่น
"ไปหาของอร่อยๆ มาให้พวกเจ้ากิน" เนียนเนียนยิ้มบางๆ สร้างความมั่นใจให้น้องๆ
เมื่อเห็นน้องทั้งสองพยักหน้าและลงกลอนประตูจากด้านในเรียบร้อยแล้ว เนียนเนียนก็หันหลังให้กระท่อม มุ่งหน้าไปยังภูเขาจิ๋วซานที่อยู่ด้านหลัง ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมบอกนางว่า บิดาของพวกนางเคยเป็นนายพรานที่เก่งกาจที่สุดแถบนี้ เขาย่อมต้องทิ้งร่องรอยหรืออุปกรณ์บางอย่างไว้บ้าง
เมื่อเข้าสู่เขตป่า ความรู้ด้านการเอาชีวิตรอดที่ถูกฝึกฝนมาอย่างหนักก็ทำงานทันที สายตาของนางกวาดสำรวจไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว ไม่มองหาของป่าที่ชาวบ้านทั่วไปรู้จัก แต่มองหาสิ่งที่พวกเขาละเลย
นั่นไง ต้นเจวี๋ยไช่ผักกูด
ในยุคนี้ชาวบ้านไม่นิยมกินมันนักเพราะรสชาติจืดชืด แต่เนียนเนียนรู้ดีว่ามันอุดมไปด้วยสารอาหาร แค่นำไปลวกก็เป็นอาหารชั้นดีแล้ว นางรีบเก็บมันใส่ตะกร้าเก่าๆ ที่พกมาด้วยอย่างรวดเร็ว
เดินลึกเข้าไปอีกเล็กน้อย นางก็พบกับสิ่งที่ทำให้ดวงตาเป็นประกาย เห็ดโถวตู๋ เห็ดหัวลิง ที่ขึ้นอยู่บนขอนไม้ผุๆ นี่มันเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่ช่วยบำรุงร่างกายได้ดีเยี่ยม
หลังจากเก็บผักป่าจนพอใจแล้ว นางก็เริ่มมองหาสิ่งที่บิดาทิ้งไว้ ในที่สุดนางก็พบกับกับดักลวดเส้นเล็กๆ ที่ถูกทิ้งร้างไว้ใต้พุ่มไม้ มันถูกวางไว้ในจุดที่เป็นทางเดินของสัตว์เล็กๆ พอดิบพอดี แสดงให้เห็นถึงความชำนาญของถังหลง
เนียนเนียนตรวจสอบกลไกของมันอย่างรวดเร็วและวางมันกลับเข้าไปใหม่อย่างชำนาญ จากนั้นก็เดินสำรวจกับดักอื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง
และแล้วโชคก็เข้าข้าง กับดักอันที่สามมีไก่ป่าตัวอ้วนพีติดอยู่ มันคงจะติดกับมาได้ไม่นานนัก ยังมีสภาพสดใหม่อยู่เลย
หัวใจของเนียนเนียนเต้นรัวด้วยความยินดี นี่คือชัยชนะแรกของนาง
ระหว่างทางกลับกระท่อม สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นพืชเถาชนิดหนึ่งที่มีใบแฉกสวยงามมันคือ "ซานชี" หรือโสมสามเจ็ด สมุนไพรชั้นเลิศที่ช่วยห้ามเลือดและบำรุงกำลังได้เป็นอย่างดี ในยุคนี้มันยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายนัก หากนำไปขายต้องได้ราคาดีอย่างแน่นอน
นางไม่ได้ขุดมันขึ้นมา แต่จดจำตำแหน่งของมันไว้ในใจอย่างแม่นยำ นี่คือทุนรอนแรกของนาง
เมื่อกลับถึงกระท่อมและเคาะประตู น้องๆ ก็รีบเปิดออกทันที เมื่อเห็นผักป่าเต็มตะกร้าและไก่ป่าในมือของพี่สาว ดวงตาของเด็กทั้งสองก็เบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"พี่ใหญ่นี่ท่าน..."
"บอกแล้วว่าจะหาของอร่อยมาให้กิน" เนียนเนียนยิ้มกว้างเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทะลุมิติมา
"มาเถอะ เรามาทำซุปไก่ร้อนๆ กินกัน"
ค่ำคืนนั้น ภายในกระท่อมผุพังท้ายหมู่บ้าน กลิ่นหอมของซุปไก่ป่าก็ลอยอบอวลเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน มันคือกลิ่นของความหวังและจุดเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่อชีวิตใหม่ของสามพี่น้องสกุลถัง
