2
บทที่ 2
ความเงียบเข้าปกคลุมกระท่อมผุพังชั่วอึดใจ ย่าถังจ้องมองหลานสาวราวกับเห็นภูตผีปีศาจ นังเด็กขี้ขลาดที่เคยแต่ตัวสั่นงันงกยามถูกดุด่า บัดนี้กลับยืนจ้องนางด้วยสายตาที่ไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
"เจ้า" หญิงชราชี้นิ้วสั่นเทาไปที่ใบหน้าของเนียนเนียน
"ปีศาจตนไหนเข้าสิงเจ้า ถึงได้กล้ามาเถียงข้าฉอดๆ"
"หลานก็ยังเป็นหลานของท่านย่าเหมือนเดิมเจ้าค่ะ" เนียนเนียนตอบเสียงเรียบ
"เพียงแต่ตอนที่หัวฟาดพื้นไปหนก่อน ทำให้หลานคิดอะไรได้หลายอย่าง อย่างเช่นการที่ท่านย่ากำลังจะทำลายชีวิตหลานแท้ๆ ของตัวเอง มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือ"
"ถูกต้องสิ หยุดพูดจาเหลวไหลได้แล้ว" เสียงแหลมแสบแก้วหูดังมาจากหน้าประตู อาสะใภ้รองหลันซื่อ เดินเชิดหน้าเข้ามาพร้อมกับลูกชาย ถังหยวน นางมองสามพี่น้องด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม "ท่านแม่ทำอะไรก็ถูกทั้งนั้น ในฐานะหลาน มีหน้าที่กตัญญูเชื่อฟัง ไม่ใช่มาเถียงผู้ใหญ่"
ยังไม่ทันสิ้นเสียง อาสะใภ้สามจ้าวซื่อ ก็เดินตามเข้ามาพร้อมกับลูกสาว ถังหรวน นางปั้นหน้าเศร้าสร้อยพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเสแสร้ง
"พี่สะใภ้รองอย่าว่าเนียนเนียนเลย นางคงจะยังเสียใจเรื่องแม่ของนางอยู่ เนียนเนียนเอ๋ย ฟังอาสามนะ การที่ท่านย่าจะส่งน้องๆ ของเจ้าไปอยู่บ้านเศรษฐี ก็เพื่อให้พวกเขามีข้าวกินอิ่มท้อง ดีกว่าต้องมาอดๆ อยากๆ อยู่ที่นี่ไม่ใช่รึ เจ้าเป็นพี่ก็ควรจะคิดถึงอนาคตของน้องนะ"
ช่างเป็นละครโรงใหญ่ที่ประสานเสียงกันได้อย่างน่ารังเกียจ คนหนึ่งข่มขู่ด้วยหลักกตัญญู อีกคนก็เกลี้ยกล่อมด้วยวาจาเคลือบยาพิษ
ถังเนียนเนียนเหลือบมองไปทางถังหยวนที่กำลังแลบลิ้นปลิ้นตาล้อเลียนน้อง ๆ ของนาง และถังหรวนที่สวมชุดผ้าไหมเนื้อดีซึ่งแตกต่างจากผ้าป่านขาดๆ ของพวกนางราวฟ้ากับเหว แล้วแค่นยิ้มเย็นชาออกมา
"การกตัญญูคือการเชื่อฟังในสิ่งที่ถูกทำนองคลองธรรม ไม่ใช่การยอมให้ผู้ใหญ่ทำลายชีวิตน้องๆ ของตนเองนะเจ้าคะอาสะใภ้รอง"
เนียนเนียนหันไปตอบหลันซื่อก่อนจะหันมาทางจ้าวซื่อ "และที่ท่านอาสะใภ้สามพูดมาก็มีเหตุผลยิ่งนัก"
จ้าวซื่อนึกว่าเนียนเนียนคล้อยตามจึงยิ้มออกมา "ใช่ไหมล่ะ เจ้าย่อมต้อง"
"ถ้าเช่นนั้น" เนียนเนียนพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี ข้าว่า ท่านอาสะใภ้สามลองส่งหรวนเอ๋อร์ไปก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ ให้หรวนเอ๋อร์ไปลิ้มลองชีวิตที่ดีที่บ้านเศรษฐีหลี่ก่อน แล้วข้าจะรีบส่งน้องๆ ของข้าตามไปทันที"
รอยยิ้มของจ้าวซื่อแข็งค้างบนใบหน้าทันที "เจ้า พูดจาเหลวไหลอะไร"
"อ้าว หรือที่ท่านพูดเมื่อครู่ไม่ใช่ความจริงอย่างนั้นหรือเจ้าคะ" เนียนเนียนเอียงคอถาม ดวงตาใสซื่อแต่คำพูดกลับคมกริบดุจใบมีด
"ข้าเพียงแค่ทำตามคำแนะนำของท่านทุกอย่าง หากชีวิตนั้นดีจริง ท่านก็ควรจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกสาวของท่านก่อนมิใช่หรือ"
"นัง..." จ้าวซื่อโมโหจนพูดไม่ออก ส่วนหลันซื่อก็หน้าเขียวเพราะไม่เคยถูกเด็กในไส้อย่างเนียนเนียนตอกกลับเช่นนี้มาก่อน
ย่าถังเห็นท่าไม่ดีจึงตวาดลั่น "พอได้แล้ว นังเด็กปากดี ข้าไม่เสียเวลามาต่อล้อต่อเถียงกับเจ้าแล้ว"
นางหันไปมองเศรษฐีหลี่ที่ยืนรออย่างกระวนกระวายอยู่ไกลๆ แล้วหันกลับมาประกาศิตกับเนียนเนียน
"ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าหนึ่งวัน พรุ่งนี้เช้าหากยังดื้อดึง ข้าจะมัดทั้งเจ้าทั้งน้องไปขายให้หมด"
พูดจบ ย่าถังก็สะบัดหน้าเดินกระทืบเท้าจากไปอย่างหัวเสีย สองอาสะใภ้รีบจูงลูกๆ ของตนเดินตามไปอย่างว่าง่าย ทิ้งท้ายด้วยสายตาเคียดแค้นที่มองมายังสามพี่น้อง
เมื่อร่างของทั้งสามลับหายไปแล้ว ถังเนียนเนียนก็รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงทั้งหมดถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ร่างกายโงนเงนจนแทบล้มลง โชคดีที่นางคว้าเสาเรือนไว้ได้ทัน
"ฮือ...พี่ใหญ่" ถังฝูและถังเป้ยรีบวิ่งเข้ามากอดขาพี่สาวไว้แน่น ทั้งสองร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความกลัว แต่ในแววตากลับฉายประกายแห่งความหวังและการเทิดทูนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
พี่สาวของพวกเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ถังเนียนเนียนลูบศีรษะเล็กๆ ของน้องทั้งสองเบาๆ พลางกวาดตามองสภาพความเป็นอยู่ในกระท่อมว่างเปล่า ไม่มีข้าวสารแม้แต่หนึ่งกำมือ ไม่มีเงินแม้แต่อีแปะเดียว
ภัยคุกคามจากย่าถังผ่านไปชั่วคราว แต่บททดสอบที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น...
นางมีเวลาเพียงหนึ่งวัน ที่จะต้องหาหนทางรอดให้ได้
