โต้วโต้วรักท่านพ่อที่สุด 1
ปลายยามซื่อสี่คนพี่น้องก็กลับมาถึงเรือนสกุลถัง พ่อถังแม่ถังนั่งอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มไม้ใหญ่ มือหยาบกำลังขะมักเขม้นสานตะกร้าไม้ไผ่อยู่เงียบ ๆ ทันทีที่เสียงล้อรถเข็นกระทบพื้นดินดังใกล้เข้ามา ประมุขของบ้านก็เงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความกังวล
"เป็นอย่างไรบ้าง ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่?"
พ่อถังเอ่ยถามพลางวางเส้นตอกในมือลง ต้าซานจึงรีบก้าวเข้ามาหาบิดาด้วยใบหน้าแจ่มใส
"ทุกอย่างจัดการเรียบร้อยดีขอรับท่านพ่อ ไม่มีปัญหาประการใด ของที่เจ้าสี่ต้องการก็ได้มาครบแล้ว ตอนนี้เจ้าสี่เก็บไว้อย่างดีแล้วขอรับ"
ต้าซานส่งสายตาให้บิดาเป็นเชิงสัญลักษณ์พลางเหลือบมองไปที่ ถังต้าเหล่ยซึ่งยืนนิ่งอยู่ ต้าเหล่ยเพียงพยักหน้าเล็กน้อย สื่อสารทางใจกันว่าของล้ำค่าเหล่านั้นถูกเก็บเข้าสู่ 'ห้วงมิติ' ส่วนตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"ดีแล้ว... ปลอดภัยก็ดีแล้ว จำไว้ว่าอย่าประมาทเด็ดขาด ให้คิดไว้เสมอว่าทุกย่างก้าวอาจจะมีคนคอยแอบมองเราอยู่ตลอดเวลา ยิ่งในยามที่บ้านเมืองแห้งแล้งจนคนเห็นแก่ตัวเช่นนี้ พวกเจ้าต้องตื่นตัวระแวดระวังให้มาก"
"ขอรับท่านพ่อ!" ลูกชายทั้งสี่ตอบรับคำสอนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ระหว่างนั้นเอง โต้วโต้วที่กำลังเรียงกองฟืนอยู่กับพี่ชายทั้งสาม (ลูกของพี่ใหญ่และพี่รองพี่สาม) ก็รีบวิ่งเตาะแตะเข้ามาหาบิดา ต้าเหล่ยอ้าแขนรับร่างเล็กจ้อยนั้นขึ้นมาอุ้มแนบอก ก่อนจะก้มลงหอมแก้มของลูกสาวฟอดใหญ่
"เดี๋ยวข้ากับเจ้ารองเจ้าสามจะไปทำแปลงผักให้เจ้าสี่ที่หลังเรือนนะขอรับท่านพ่อ เห็นเจ้าสี่บอกว่าอยากทดลองใช้น้ำพุตาเทพรดผักดู จะได้รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเก็บเกี่ยวได้"
พ่อถังได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะเบา ๆ
"พวกเจ้าช้าไปก้าวหนึ่งแล้วล่ะ สะใภ้ใหญ่พาสะใภ้คนอื่น ๆ ไปขุดดินพรวนดินจนใกล้จะเสร็จแล้วกระมัง พ่อเห็นพวกนางกระตือรือร้นกันใหญ่ ว่าแต่คืนนี้เจ้าสี่ต้องไปที่นั่นอีกใช่ไหม?"
"ขอรับท่านพ่อ ข้าคิดว่าราว ๆ ยามโหย่ว(17.00-19.00 น.)ข้าก็จะข้ามไปแล้วขอรับ ภพนั้นจะเป็นยามเหม่าพอดี(05.00-07.00 น.) ตลาดเช้าผู้คนเริ่มพลุกพล่าน พรุ่งนี้ข้าคงต้องใช้เวลาอยู่ที่นั่นทั้งวัน เพื่อดูว่ามีพืชพรรณชนิดใดบ้างที่นำกลับมาปลูกที่นี่ได้ และทนต่อสภาพอากาศร้อนแห้งเช่นบ้านเรา"
"ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ไปนอนพักผ่อนเสียหน่อยเถอะ ส่วนพวกเจ้าก็ไปที่แปลงนา ช่วยกันพรวนดินเตรียมไว้ให้เรียบร้อย เผื่อเจ้าสี่ได้เมล็ดพันธุ์ดี ๆ กลับมาจะได้ลงมือปลูกได้เลย"
"วางใจได้เลยขอรับท่านพ่อ งานในแปลงนาปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกข้าเอง! กินข้าวไปเยอะขนาดนั้นเรี่ยวแรงของข้าล้นเหลือ"
พี่ชายทั้งสามรับคำด้วยความกระฉับกระเฉง ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้าย ต้าเหล่ยจึงหยิบห่อผ้าที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อออกมา เปิดออกให้เห็นเงินตำลึงจำนวนมาก
"ท่านพ่อ... นี่เป็นเงินสามร้อยห้าตำลึงที่ได้มาวันนี้ ข้าอยากให้ท่านพ่อเก็บไว้ขอรับ"
"อั๊ยหยา!"
เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกันจากพ่อถังและแม่ถัง ทั้งสองมองกองเงินนั้นด้วยความตกใจจนตาค้าง เงินสามร้อยกว่าตำลึง! แม้จะทำงานหนักทั้งชีวิตพวกเขาก็ไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้มาก่อน ตอนนี้หากนำเงินทั้งครอบครัวใหญ่รวมกันยังมีเงินติดตัวไม่ถึงสองตำลึงด้วยซ้ำ
"ไม่ได้ ๆ เจ้าสี่! พ่อรับไว้ไม่ได้หรอก เก็บเงินก้อนใหญ่ไว้กับตัวคนแก่อย่างพ่อ รังแต่จะทำให้นอนไม่หลับเสียเปล่า ๆ ไม่สู้เจ้าเก็บไว้ในมิติของเจ้าจะปลอดภัยที่สุด ใครก็ขโมยไปไม่ได้"
ต้าเหล่ยได้ยินเหตุผลของบิดาก็ยิ้มออกมา เขาจึงเปลี่ยนใจแบ่งเงินให้พี่ชายทั้งสามและพ่อแม่ ครอบครัวละ 10 ตำลึงแทน
"เช่นนั้นท่านพ่อท่านแม่ พี่ใหญ่ พี่รอง พี่สาม รับเงินนี้ไว้ใช้จ่ายส่วนตัวเถิดขอรับ หากสถานการณ์ดีขึ้นกว่านี้ ข้าจะซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ทุกคน"
"ไม่นะ ข้าไม่รับ พี่ใหญ่จะรับเงินเจ้าได้อย่างไรเจ้าสี่!"
"พี่ก็ไม่รับ หรือเจ้าไม่เห็นว่าพี่รองคนนี้เป็นพี่ชายของเจ้าแล้วหรือ"
"อย่ามองหน้าข้า พี่ใหญ่กับพี่รองไม่รับ พี่สามจะกล้ารับเงินเจ้าได้อย่างไร"
พี่ชายทั้งสามพากันปฏิเสธเป็นพัลวันด้วยความเกรงใจน้อง แต่ต้าเหล่ยกลับทำหน้าจริงจัง
"หากทุกคนไม่รับเงินนี้ ข้าก็คงไม่กล้าขอให้ช่วยเหลือข้าในภายหลัง"
พ่อถังนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า
"รับไปเถอะ... การเงินในเรือนตอนนี้ก็แยกเป็นครอบครัวของใครของมันแล้ว เงินที่เหลือเจ้าก็เก็บไว้เถอะเจ้าสี่ เจ้าเองก็มีเมียมีลูกที่ต้องดูแล อาหารการกินตอนนี้เจ้าก็เป็นคนหามา พวกเราไม่มีอะไรต้องจับจ่ายใช้สอยหรอก"
พี่ชายทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ต้าเหล่ยมองดูพี่ ๆ แล้วก็นึกถึงวันวาน... วันที่เขาเคยโง่งมหลงผิด ผลาญเงินทองจนครอบครัวแทบล่มจม แต่พี่ชายและพ่อแม่กลับต้องออกไปรับจ้างหาเงินมาประเคนให้เขา ช่างน่าละอายนัก!
"จากนี้ไปทุกครั้งที่ข้าหาเงินได้ ข้าจะแบ่งส่วนหนึ่งให้ทุกคนถือเป็นค่าแรง"
"เอาแบบนั้น ในเมื่อพี่น้องต่างก็มีครอบครัว ทำอะไรต้องนึกถึงจิตใจลูกเมียด้วย คิดคำนวณให้ชัดเจนเป็นเรื่องดี ต่อไปใครจะมายุแยงก็ทำอะไรพวกเจ้าไม่ได้"
