บท
ตั้งค่า

หอมจังเลยเจ้าค่ะท่านพ่อ 3

เมื่อจัดการทางครัวเสร็จ ต้าเหล่ยก็อุ้มลูกสาวเดินไปหาพี่ชายทั้งสามที่ลานบ้าน พี่ใหญ่ที่กำลังวางท่อนฟืนหันมาเห็นน้องชายก็ทักขึ้นด้วยเสียงไม่ดังนัก

"กลับมาแล้วหรือเจ้าสี่?"

"เพิ่งกลับมาขอรับพี่ใหญ่" ต้าเหล่ยขยับเข้าไปใกล้แล้วลดเสียงลง

"..."

"ข้าซื้อข้าวสารกับเนื้อหมูแล้วก็ผักสดมาจำนวนหนึ่ง เช้านี้ข้าตั้งใจจะเอาเข้าไปขายให้จวนสกุลเวินที่เป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมใหญ่กลางเมือง เราต้องมีทุนรอนไว้ก่อน อีกอย่าง...ข้าต้องหาเงินซื้อของข้ามภพไปทางนู้นแล้วค่อยเอาไปขายแปลงเป็นเงินเพื่อเช่าห้องหรือโกดังไว้เก็บของ เวลาสั่งของจำนวนมากข้าจะได้ไม่ต้องหอบพะรุงพะรังเดินในตลาดแบบนี้ มันสะดุดตาเกินไป"

พี่ชายทั้งสามพยักหน้าเห็นด้วยทันที ต้าซานตอบกลับด้วยท่าทีเอาการเอางาน

"ได้! กินข้าวเสร็จเราจะออกเดินทางเข้าเมืองทันที ป่านนี้พี่สะใภ้ของเจ้าคงต้มข้าวเสร็จแล้วกระมัง"

"เสร็จแล้วขอรับ ข้าเพิ่งแวะไปบอกพี่สะใภ้เมื่อครู่ ตอนนี้ข้ายังไม่อยากให้พวกเราปรุงกับข้าวที่นี่ กลิ่นน้ำมันกลิ่นเนื้อเวลามันโชยไปตามลมในยามที่ชาวบ้านยังอดอยาก มันจะชักนำภัยมาหาเรา รอให้ข้าเอาอาหารกระจายเข้าสู่ท้องตลาดผ่านคนอื่นก่อน ถึงตอนนั้นเราถึงจะทำอะไรได้อิสระขึ้น"

"ความคิดเจ้าถี่ถ้วนนักเจ้าสี่ พี่ ๆ เห็นด้วย" พี่รองและพี่สามเสริมขึ้นพร้อมกัน

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเช้านี้ช่างต่างจากวันก่อน ๆ ราวฟ้ากับเหว เมื่อกล่องอาหาร 7 อย่างถูกเปิดออก สีสันของอาหารจากโลกอนาคตที่ดูมันวาวและหอมกรุ่น ทำให้ทุกคนที่นั่งล้อมวงถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ ทั้งหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วสีน้ำตาลเข้ม ไก่ผัดเม็ดมะม่วงที่ดูจัดจ้าน มะเขือเทศผัดไข่สีแดงเหลืองน่ากิน และตือฮวนที่ส่งกลิ่นหอมเฉพาะตัว

พ่อถังมองกับข้าวล้นโต๊ะแล้วเอ่ยขึ้นด้วยความเสียดาย

"ของดีขนาดนี้ แบ่งไว้ครึ่งหนึ่งเถอะเจ้าสี่ เอาไว้กินตอนเย็น อย่าได้กินทิ้งกินขว้างนักเลย"

ต้าเหล่ยรีบส่ายหัวทันที

"ท่านพ่อ กินให้หมดเถอะครับ อากาศร้อนเช่นนี้กว่าจะถึงตอนเย็นอาหารพวกนี้ก็เน่าบูดเสียก่อน มื้อเย็นเราค่อยกินข้าวต้มใส่ผักสดกับไข่ไก่ก็ได้ขอรับ วันนี้ข้าได้ไข่ไก่มาด้วยตั้งหลายฟอง"

พ่อถังได้ยินคำว่าเน่าบูดก็ส่งเสียง "จิ๊" ในลำคอเบา ๆ ด้วยความปวดใจ ชายชรานึกถึงวันที่ต้องแทะเปลือกไม้และดื่มน้ำข้าวใส ๆ มานานหลายเดือน พอมาวันนี้กลับต้อง "ฝืน" กินเนื้อสัตว์กองโตให้หมดในมื้อเดียว มันช่างเป็นความรู้สึกที่ทั้งมีความสุขและเจ็บปวดใจเหลือเกิน

"เอาอย่างที่เจ้าสี่บอกเถอะขอรับท่านพ่อ อย่าปวดใจไปเลย พวกเราไม่ได้กินทิ้งกินขว้างสักหน่อย ข้าวทุกเม็ดอาหารทุกคำเราล้วนกลืนลงท้องทั้งสิ้น เป็นกำลังให้ร่างกายได้ทำงาน" ต้าซานช่วยพูดเสริมให้น้องชาย

"เอ้า ๆ กินก็กิน! กินเสร็จจะได้รีบไปจัดการธุระ" เมื่อประมุขของบ้านออกปาก ทุกคนก็ไม่รอช้าตะเกียบในมือขยับว่อนทันที

ต้าเหล่ยคีบมะเขือเทศผัดไข่ที่เปื่อยนุ่มและรสชาติออกหวานนำไปวางบนถ้วยข้าวของลูกสาว

"โต้วโต้ว ลองกินนี่ดูนะลูก รสชาติหวานอร่อยนัก เจ้าก็กินให้มากหน่อยหมิงจู"

จากนั้นเขาก็คีบหมูสามชั้นตุ๋นที่นุ่มจนแทบละลายในปากตามลงไปอีกชิ้น แล้วตักให้ภรรยาที่อยู่ข้างกัน หนูน้อยโต้วโต้วใช้ตะเกียบพุ้ยข้าวผสมไข่และมะเขือเทศเข้าปากคำโต แก้มป่อง ๆ ขยับเคี้ยวตุ้ย ๆ ก่อนจะยิ้มจนตาหยี

"หอมจังเลยเจ้าค่ะท่านพ่อ หวานด้วย!"

ไม่ใช่แค่โต้วโต้ว แต่หลานชายทั้งสามคนก็กินกันอย่างไม่คิดชีวิต

"ท่านอาสี่... นี่มันเนื้ออะไรกัน ไยถึงนุ่มเหมือนจะละลายหายไปในปากเช่นนี้"

"นี่มันอาหารจากสวรรค์ชัด ๆ รสชาติแบบนี้ต่อให้ตายข้าก็ไม่เสียดายแล้ว!"

พี่สามอุทานพลางเคี้ยวไก่ผัดเม็ดมะม่วงอย่างเอร็ดอร่อย หมิงจูที่นั่งอยู่ข้าง ๆ มองดูคนในครอบครัวกินกันอย่างมีความสุข นางคีบเนื้อหมูเข้าปากด้วยความเจียมตัว แต่ในใจกลับรู้สึกเปี่ยมล้นไปด้วยพลัง ความสิ้นหวังที่เคยกัดกินหัวใจบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยรสชาติอันเลิศรสและความอบอุ่นของสามีที่ขยันคีบกับข้าวมาใส่ถ้วยให้นางไม่ขาด

มื้อเช้าที่แสนธรรมดาในหมู่บ้านที่เคยแห้งแล้ง กลับกลายเป็นมื้ออาหารที่วิเศษที่สุดเท่าที่สกุลถังเคยมีมา ทุกคำที่กลืนลงไปคือพละกำลังที่จะทำให้ทุกคนมีแรงสู้ต่อ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel