หลับเสียเถิดเจ้าแก้วตา 2
ยังไม่ทันที่คนอื่นจะได้พูดอะไร เสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ถังโต้วโต้วเดินเข้ามาหาบิดาดวงตากลมโตยังแดงนิด ๆ จากการร้องไห้ก่อนหน้า
"ท่านพ่อ…"
เสียงเล็ก ๆ นั้นทำให้ต้าเหล่ยรีบหันไปมอง
"โต้วโต้วยังไม่นอนหรือ?"
เด็กหญิงส่ายหน้า ก่อนจะเดินเข้ามาช้า ๆ แล้วปีนขึ้นมานั่งข้างบิดา
"โต้วโต้วอยากอยู่กับท่านพ่อ"
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของต้าเหล่ยอ่อนยวบ มือหนาลูบศีรษะลูกสาวเบา ๆ
"ได้สิ ต่อไปพ่อจะอยู่กับโต้วโต้วทุกวัน"
เด็กหญิงยิ้มกว้างจนตาหยี ก่อนจะซบลงกับแขนของเขา ภาพนั้นทำให้พ่อถังเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหน้าหนีเล็กน้อย
"เอาล่ะ วันนี้ก็พอแค่นี้ พรุ่งนี้ยังมีงานอีกมาก"
"ขอรับท่านพ่อ"
ถังต้าซานลุกขึ้นก่อน ถังต้าเหอและต้าเจียงก็ลุกตาม ต้าเหล่ยอุ้มลูกสาวขึ้นมาแนบอก ภาพนั้นทำให้ใจเขาสงบลงอย่างประหลาด ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องนอน
ภายในห้องนอนที่มืดสลัวและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของดินแห้ง ถังต้าเหล่ยประคองร่างเล็กจ้อยของโต้วโต้วไว้บนตัก มือลูบแผ่นหลังลูกสาวอย่างอ่อนโยน หมิงจูนั่งอยู่ข้าง ๆ นางมองดูภาพนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งประหลาดใจและหวาดหวั่น แต่ลึก ๆ กลับมีความอบอุ่นแทรกซึมเข้ามาในหัวใจ
"ท่านพ่อ... กล่อมโต้วโต้วนอนได้หรือไม่?" เด็กน้อยพึมพำขณะซุกหน้าเข้ากับอกบิดา
ต้าเหล่ยยิ้มน้อย ๆ เขาพยายามนึกถึงความทรงจำอันเลือนรางในวัยเด็ก ก่อนจะเริ่มฮัมเพลงด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟัง
"ลมพัดแผ่วแสงจันทร์พราว เจ้าดอกน้อยหลับเถิดหนา ทุ่งหญ้าไกลมิอ้างว้าง พ่อจะอยู่ข้างกายา ดาวหนึ่งดวงเฝ้ามองเจ้า สองมือพ่อคอยปกป้อง หลับเสียเถิดเจ้าแก้วตา พรุ่งนี้มาจะมีข้าวกิน..."
เสียงเพลงเรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่ทุกถ้อยคำเหมือนซึมลึกลงในหัวใจ โต้วโต้วค่อย ๆ หลับตาลง ลมหายใจแผ่วเบาสม่ำเสมอ มือเล็กยังคงจับชายเสื้อเขาไว้ไม่ปล่อย ต้าเหล่ยมองภาพนั้นนิ่งงัน ราวกับอยากจดจำทุกลมหายใจของลูกเอาไว้
เมื่อเห็นว่าลูกสาวหลับสนิทแล้ว ต้าเหล่ยจึงหันไปมองภรรยาที่ยังคงนั่งจ้องหน้าเขาอยู่
"ไม่ง่วงหรือ?" เขาถามเสียงเบา
"ข้า... ข้าไม่แน่ใจว่าตอนนี้ข้าฝันไปรึเปล่าเจ้าค่ะ สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้... ท่านพี่ที่ใจดีเช่นนี้ ข้ากลัวว่าตื่นมาแล้วทุกอย่างจะหายไป"
หมิงจูตอบพลางก้มหน้า ต้าเหล่ยได้ยินคำพูดของภรรยาก็ขำออกมาเล็กน้อยด้วยความเวทนา เขาขยับเข้าไปใกล้แล้วดึงร่างบางที่ซูบผอมของนางเข้ามากอดแน่น
"ขอโทษนะหมิงจู ที่ผ่านมาพี่ทำให้เจ้าผิดหวังแล้ว จากนี้ไปพี่จะไม่ยอมให้เจ้ากับลูกต้องเสียน้ำตาอีก"
"แค่ท่านพี่ได้สติกลับมา... ข้าก็พอใจมากแล้วเจ้าค่ะ"
หมิงจูซบหน้าลงกับอกสามี วงแขนของทั้งสองกระชับกอดกันแน่นขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงเสียงลมหายใจของกันและกัน
"พรุ่งนี้ยามอิ่น(ยามอิ่น 03.00-05.00 น.) พี่จะข้ามไปที่นั่นอีกครั้ง จะไปเก็บใบผักแล้วก็หาซื้อข้าวสารมาตุนไว้ในมิติสักหน่อย อีกอย่าง พี่คิดว่าจะหาอาหารที่ทำสุกแล้วมาจากที่นู่นเลย การที่เรามาทำอาหารที่นี่ดูเหมือนมันจะโดดเด่นเกินไป กลิ่นน้ำมันหมูวันนี้ก็เล็ดลอดออกไปบ้างแล้ว รอให้เสบียงกระจายเข้าตลาดในเมืองเสียก่อน ถึงตอนนั้นเราค่อยปรุงอาหารกินเอง"
หมิงจูพยักหน้าเห็นด้วย
"ข้าเห็นด้วยกับท่านพี่เจ้าค่ะ แต่เราก็พอจะต้มข้าวใส่ใบผักได้นะเจ้าคะ กลิ่นมันไม่แรงเหมือนเจียวมันหมู"
"เอาตามที่เจ้าว่า รุ่งสางหากเจ้าตื่นมาไม่เห็นพี่ก็ไม่ต้องตกใจ พี่คงไปราว ๆ หนึ่งชั่วยามก็กลับมา ที่นี่เช้ามืด... ที่นั่นก็น่าจะเป็นช่วงบ่ายแก่ใกล้ค่ำพอดี"
"เจ้าค่ะ ท่านพี่ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ"
ทั้งคู่ล้มตัวลงนอนเคียงข้างกัน อ้อมกอดที่อบอุ่นเป็นเครื่องยืนยันว่าปาฏิหาริย์นี้คือเรื่องจริง ก่อนที่ความเหนื่อยล้าจะพาทั้งสองเข้าสู่ห้วงนิทรา
