นั่นตัวประหลาดอันใดกัน 2
เดินมาได้ราวเก้าห้องก็ถึงร้านของชำเล็ก ๆ ที่ดูอบอุ่น ชายสูงวัยท่าทางใจดีกำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงของหน้าร้าน เขาคือ ลุงหลี่ฉุนกัง อดีตอาจารย์สอนวิชาเกษตรที่แม้จะเกษียณแล้ว แต่ก็ยังชื่นชอบการเกษตรอยู่
"อ้าว กลับมาแล้วเหรอ มา ๆ ฉันรับเอง แล้วนั่นพ่อหนุ่มที่ไหนมาด้วยล่ะ?" ลุงหลี่เอ่ยถามภรรยา
"พ่อหนุ่มนี่ช่วยฉันตอนเดินกลับมาน่ะ พอดีถุงใบผักขาด เหล่าหลี่... คุณไปซื้อน้ำเต้าหู้กับซาลาเปามารึยัง?" ป้าหลี่ถามสามี
"ซื้อมาแล้ว ๆ มา ๆ นั่งก่อนหลานชาย นี่น้ำเต้าหู้ นี่ซาลาเปา กินรองท้องก่อนนะ" ลุงหลี่กวักมือเรียกต้าเหล่ยด้วยความเอ็นดู
ต้าเหลี่ยนั่งลงที่เก้าอี้พลาสติกอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เบื้องหน้าของเขาคือถ้วยแก้วใสบรรจุน้ำสีขาวขุ่นที่อัดแน่นไปด้วยธัญพืช ทั้งงา ลูกเดือย และถั่วแดง พร้อมกับซาลาเปาลูกใหญ่ที่ขาวผ่องยิ่งกว่าหิมะ
ลุงหลี่มองสภาพของต้าเหล่ยแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเดินหายเข้าไปหลังร้าน ขึ้นไปยังชั้นสองที่เป็นที่พัก เขาไปค้นตู้เสื้อผ้าเก่าของหลี่หลินเฟิง ลูกชายของเขาที่เปิดร้านรับซื้อของเก่าอยู่อีกถนนหนึ่ง เสื้อผ้าเหล่านั้นยังสภาพดีแต่เตรียมนำไปบริจาค ลุงหลี่คัดเสื้อยืดและกางเกงที่ดูพอดีตัวกับต้าเหล่ยมา 5 ชุดแล้วถือลงมาด้วย
ในขณะเดียวกัน ต้าเหล่ยประคองถ้วยน้ำเต้าหู้ด้วยมือที่สั่นเทา เขาลองจิบน้ำเต้าหู้ร้อน ๆ เข้าไปคำแรก...
"อึก..."
รสชาติหวานละมุนและความอุ่นซ่านที่แผ่กระจายไปทั่วลำคอทำให้เขาถึงกับชะงัก รสของธัญพืชที่เคี้ยวหนึบหนับในปากมันช่างเป็นรสชาติที่สวรรค์ประทานชัด ๆ เขาหยิบซาลาเปาขึ้นมา กัดลงไปบนเนื้อแป้งที่นุ่มหยุ่นจนพบกับไส้หมูสับรสชาติเข้มข้นที่ชุ่มฉ่ำ
"อร่อย... อร่อยเหลือเกิน"
น้ำตาของถังต้าเหล่ยไหลซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาเคี้ยวซาลาเปาทั้งน้ำตา ทุกคำที่กลืนลงไปเขานึกถึงใบหน้าของหมิงจูกับโต้วโต้วที่ไม่ได้กินแม้แต่น้ำข้าวข้น ๆ ความรู้สึกผิดที่เคยเป็นคนไม่เอาถ่านบวกกับความเมตตาที่ได้รับจากคนแปลกหน้าในยุคนี้ ทำให้เขาสำลักความตื้นตันออกมา
ลุงหลี่กับป้าหลี่เห็นภาพนั้นแล้วก็ได้แต่สบตากันด้วยความสะท้อนใจ
"กินเถอะลูก กินเยอะ ๆ ไม่ต้องร้องนะ อ้าว! ทำไมไม่กินต่อล่ะ?"
ป้าหลี่ลูบหลังเขาเบา ๆ แต่ก็ต้องงุนงงกับสิ่งที่เขาทำ ต้าเหล่ยหยิบซาลาเปาที่เหลืออีก 2 ชิ้นใส่ถุงหิ้วใบเดิม ถึงของตรงหน้าจะอร่อยแค่ไหน แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของคนที่รออยู่ข้างหลับเขาก็ไม่สามารถจะเห็นแก่ตัวได้
"ข้า... ข้าจะเอากลับไปฝากคนที่เรือนขอรับ หากเมียกับลูกของข้าได้กินแบบนี้บ้าง... พวกนางคงจะมีความสุขมาก"
สองสามีภรรยาได้ยินแบบนั้นก็ไม่พูดต่อ ลุงหลี่วางกองเสื้อผ้าลงข้างตัวเขา พร้อมกับชี้ทางไปที่ห้องน้ำด้านหลังร้าน
"เสื้อผ้าพวกนี้เอาไปเปลี่ยนซะนะ ใส่ชุดเดิมมันจะดูแปลกตาไปหน่อย แม้แต่การพูดจาก็ยังต้องปรับเปลี่ยน ค่อย ๆ เรียนรู้กันไป ตามมาเถอะ ลุงจะบอกวิธีเปิดปิดลงกลอนประตูห้องน้ำ"
ต้าเหล่ยเงยหน้าขึ้นมองสองสามีภรรยาด้วยความซึ้งใจ ในใจของเขาเริ่มมีความหวังที่โชติช่วงขึ้นมา เขาช่างโชคดีที่ข้ามภพมาแล้วได้เจอคนที่จิตใจดีมีเมตตา จากนั้นต้าเหล่ยก็ลุกเดินตามลุงหลี่ไปทางห้องน้ำ
"ขอรับท่านลุง"
ลุงหลี่เดินนำหน้าพลางสอนสิ่งที่จำเป็นให้ต้าเหล่ยรู้พอสังเขป ทั้งเรื่องเข้าห้องน้ำสาธารณะที่ต้องแยกระหว่างชายหญิงอย่างชัดเจน วิธีเปิดปิดไฟ แม้แต่วิธีสวมใส่เสื้อผ้าที่แปลกใหม่สำหรับเขาด้วย
"ที่นี่ไม่ต้องพูดว่าขอรับ เข้าใจไหม? ใช้แค่คำว่าครับ ครับ สั้น ๆ แทนคำว่าขอรับเท่านั้น ถ้ามีเรื่องที่ไม่เข้าใจก็ถามลุงได้ เวลาเรียกลุงกับป้า ไม่ต้องใช้คำว่าท่าน สามารถเรียกว่าลุงหรือป้าได้เลย หรือถ้าเป็นทางการหน่อยจะเรียกว่าคุณลุง คุณป้า แบบนี้ก็ได้ กรณีนี้ใช้กับคนสูงอายุที่เราไม่รู้จักหรือไม่สนิทในเชิงให้เกียรติได้"
ถ้อยคำของชายสูงวัยเปี่ยมไปด้วยความหวังดี ในตาของเขายามมองต้าเหล่ย กลับสะท้อนเงาของลูกศิษย์ที่ด้อยโอกาสมากมายที่เขาได้พบมาตลอดหลายสิบปี แต่ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มตรงหน้านี้จะมีบางอย่างที่ต่างออกไป
"ขอรับ!...เอ่อ ครับคุณลุง"
