ตลาดสด 1
ต้าเหล่ยเดินออกมาจากห้องน้ำหลังร้านในสภาพที่เปลี่ยนไปจนแทบเป็นคนละคน เสื้อยืดสีขาวสะอาดตาที่ลุงหลี่มอบให้ แม้จะดูตัวใหญ่กว่าร่างที่ผอมโซของเขา แต่มันกลับขับเน้นไหล่ที่กว้างให้ดูชัดขึ้น กางเกงยีนเข้ารูปสีเข้มช่วยเสริมให้ช่วงขาดูยาวและทะมัดทะแมง ผิดกับชุดป่านขาดรุ่งริ่งชุดเก่าลิบลับ
เขาใช้ผ้ามัดผมรวบผมที่ยาวรุงรังขึ้นไปเหนือศีรษะอย่างเป็นระเบียบ เผยให้เห็นใบหน้าที่แม้จะซูบตอบแต่กลับมีแววความหล่อเหลาแฝงอยู่ รองเท้าผ้าใบสีเข้มที่สวมอยู่ทำให้เขารู้สึกเหมือนเดินอยู่บนปุยเมฆ ไม่เจ็บฝ่าเท้าเหมือนรองเท้าฟางเก่า ๆ
"แต่งตัวแบบนี้ดูดีไม่น้อยเลยนะ เสียดายที่ผอมไปหน่อย" ป้าหลี่เอ่ยชมพร้อมรอยยิ้มเอ็นดู
"..."
"ว่าแต่ชื่ออะไรเหรอพ่อหนุ่ม? ป้าชื่อหลี่จินเหลียน สามีป้าชื่อหลี่ฉุนกัง ลูกชายป้าชื่อหลี่หลินเฟิง เปิดร้านรับซื้อของเก่าอยู่ถนนถัดไป สะใภ้ชื่อหลี่หร่านอี๋ แล้วก็มีหลานสาวตัวน้อยชื่อหลี่ซูซู อายุ 5 ขวบ รายนั้นน่ะซนไม่เบาเลยเชียว"
"ผมชื่อถังต้าเหล่ย... เอ่อ ครับ คุณป้าเรียกผมว่าเสี่ยวเหล่ยก็ได้ครับ"
ต้าเหล่ยรีบปรับเปลี่ยนคำพูดตามที่ลุงหลี่สอน แม้จะยังไม่ชินปากนัก
"ได้ ๆ เอาแบบนั้น ถ้าเปลี่ยนชุดแล้วเดี๋ยวป้าจะพาไปดูว่าเก็บใบผักที่ไหน"
ก่อนที่ป้าหลี่จะเดินนำออกไป ต้าเหล่ยหยุดชะงัก เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อชุดเก่าที่วางกองไว้ แล้วหยิบเหรียญทองแดงที่มีติดตัวเพียง 3 เหรียญออกมา ยื่นส่งให้ป้าหลี่ด้วยท่าทางนอบน้อม
"คุณป้าครับ ผมไม่มีอะไรตอบแทนคุณป้ากับคุณลุงเลย ทั้งเสื้อผ้าและอาหารเหล่านี้ ขอบคุณทั้งสองท่านที่เมตตา เงิน 3 อีแปะนี้คือทั้งหมดที่ผมมี ผมขอมอบให้คุณป้าครับ"
สองสามีภรรยาสกุลหลี่มองหน้ากันปริบ ๆ ก่อนจะจ้องมองเหรียญทองแดงกลม ๆ ที่มีรูตรงกลางในมือของต้าเหล่ย
"เสี่ยวเหล่ย... ที่บ้านของหลาน ตอนนี้ยังใช้เงินแบบนี้อยู่อีกเหรอ?" ป้าหลี่ถามพลางหยิบขึ้นมาดูอย่างไม่เชื่อสายตา
"ครับ" ต้าเหล่ยตอบสั้น ๆ
ลุงหลี่พินิจมองเหรียญในมือด้วยสายตาที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เขาย่อมมองออกว่าของในมือไม่ใช่ของทำเลียนแบบ
"เสี่ยวเหล่ยฟังลุงนะ ที่นี่ตอนนี้เราไม่ได้ใช้เงินทองแดงแบบนี้แล้ว เงินพวกนี้ถือเป็นของเก่าที่หายากมาก ตอนนี้พวกเราใช้เงินหยวนหน้าตาแบบนี้"
ลุงหลี่หยิบธนบัตรใบสีแดงและสีเขียวในกระเป๋าออกมาให้ดู ต้าเหล่ยเบิกตากว้างมอง "กระดาษ" ในมือลุงหลี่ด้วยความมึนงง หน้าตาของมันคล้ายกับตั๋วเงินในยุคโบราณ แต่ก็เล็กและดูแปลกตากว่ามาก
"นี่คือเงินหรือครับ? เหตุใดจึงเป็นเพียงเศษกระดาษ?"
"มันคือธนบัตรน่ะเสี่ยวเหล่ย แต่ถึงจะเป็นเงินกระดาษแบบนี้ ปัจจุบันคนก็ใช้น้อยลงแล้ว นี่คือยุคเทคโนโลยี เงินสดส่วนใหญ่ถูกฝากไว้ในธนาคาร แล้วเราก็ใช้จ่ายผ่าน 'แอปพลิเคชัน' ในโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้"
ลุงหลี่หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาไถหน้าจอให้ดู ต้าเหล่ยเห็นแสงสว่างแวบวาบและตัวอักษรแปลกตาที่ขยับไปมา
"นี่มัน…เหมือนคัมภีร์วิเศษ… ธนาคาร... คือร้านรับฝากเงิน ผมเข้าใจถูกไหมครับ? แล้วเจ้ากล่องวิเศษนี่... มันเก็บเงินไว้ข้างในได้จริง ๆ หรือครับ?"
ต้าเหล่ยพึมพำอย่างงุนงงราวกับกำลังฟังนิทานหลอกเด็ก
"ใช่ ๆ เข้าใจถูกแล้วร้านรับฝากเงินนั่นแหละ เพราะตอนนี้โจรขโมยมันเยอะ คนเลยเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายเพื่อความปลอดภัย"
ลุงหลี่ตอบพลางตบไหล่ให้กำลังใจ เพื่อให้ต้าเหล่ยค่อย ๆ เรียนรู้ไปทีละนิด
"เอาล่ะ ๆ เหล่าหลี่ ไว้คุณค่อยสอนเสี่ยวเหล่ยทีหลัง เดี๋ยวฉันจะพาเสี่ยวเหล่ยไปดูที่เก็บใบผักสักหน่อย ส่วนเหรียญทองแดง 3 เหรียญนี่ คุณก็โทรเรียกเจ้าหลินเฟิงมาดูหน่อยนะ ถ้ามันขายได้ เสี่ยวเหล่ยจะได้มีเงินตั้งตัวสักก้อน"
"ได้เลย คุณพาเขาไปเถอะ ผมจะโทรตามลูกชายเดี๋ยวนี้แหละ"
ป้าหลี่เดินนำต้าเหล่ยออกมายังถนนใหญ่ ต้าเหล่ยเดินตามหลังพลางสะดุ้งเป็นระยะเมื่อเห็นรถยนต์ที่เขาคิดว่าเป็นเกวียนเหล็กวิ่งผ่าน ป้าหลี่คอยสอนเขาอย่างใจเย็น
"เสี่ยวเหล่ย ดูตรงนั้นนะ เห็นไฟสามสีนั่นไหม? ถ้ามันเป็นสีแดง รถจะหยุด เราถึงข้ามถนนได้ ถ้าเป็นสีเขียวเราต้องรอก่อน ที่บ้านของหลานมีแบบนี้ไหม?"
ป้าหลี่สอนระบบสัญญาณไฟจราจร และชี้ให้ดูรถบัส รถเก๋ง และมอเตอร์ไซค์
"ไม่มีครับคุณป้า ที่หมู่บ้านมีแต่เกวียนวัวกับรถม้าเท่านั้น"
ต้าเหล่ยตอบด้วยเสียงแผ่วเบา ยิ่งเดินเขายิ่งตระหนักว่าโลกนี้ช่างล้ำหน้าไปไกลเหลือเกิน ป้าหลี่ได้ยินดังนั้นก็ยิ่งรู้สึกสงสาร สงสัยว่าหลานชายคนนี้คงมาจากหมู่บ้านที่ตัดขาดจากโลกภายนอกจริง ๆ
