ท่านพ่อกินๆ 1
ต้าเหล่ยที่เพิ่งได้รับน้ำเพียงเล็กน้อยมองดูภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่บีบคั้น เขาเห็นแววตาแห่งความห่วงใยที่ใสซื่อบริสุทธิ์ ทั้งที่เขาเคยเป็นคนเลว เป็นคนไม่เอาถ่าน ผลาญทรัพย์สินในการเรียน แปรเปลี่ยนเป็นหลงมัวเมากับสุราไปวัน ๆ แต่ในยามที่เขาใกล้ตาย ทุกคนกลับไม่เคยปล่อยมือจากเขาเลย
"ท่านพ่อ... ท่านแม่... หมิงจู... โต้วโต้ว ชาติก่อนข้าคงทำบุญมามาก ชาตินี้เลยมีโอกาสแก้ไขทุกอย่าง ข้าสาบาน... ข้าจะเป็นคนใหม่ จะไม่หลงผิดเหมือนในอดีตอีกแล้ว"
ต้าเหล่ยเอ่ยด้วยเสียงที่แหบพร่า น้ำตาของเขาไหลร่วงลงมาอย่างสุดกลั้น ทำให้ทุกคนในบ้านถึงกับน้ำตารื้น
"ท่านพ่อ... ฮืออออ... โต้วโต้วกลัวเหลือเกินเจ้าค่ะ ท่านพ่อหลับนานมาก โต้วโต้วกลัวท่านพ่อจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก"
ถังโต้วโต้ว เด็กน้อยวัย 4 ขวบคลานเข้ามาเกาะขอบแคร่ ดวงตากลมโตที่เปื้อนคราบน้ำตามองบิดาด้วยความหวาดหวั่น ต้าเหล่ยยิ้มบาง ๆ พลางยื่นมือที่ผ่ายผอมไปลูบหัวลูกสาวเบา ๆ
"โต้วโต้วไม่ต้องกลัวนะ... ต่อไปพ่อจะอยู่กับเจ้า จะหาของอร่อย ๆ มาให้เจ้ากินจนอิ่มท้อง... ดีหรือไม่?"
"ดิ...ดีเจ้าค่ะ ฮึก"
หนูน้อยตอบรับเสียงใส ก่อนจะค่อย ๆ ขยับตัวเข้าไปหาบิดาด้วยความลังเล ต้าเหล่ยไม่รอช้า เขาอ้าแขนออกแล้วช้อนร่างเล็กจ้อยของลูกสาวเข้ามาไว้ในอ้อมอกทันที
โต้วโต้วชะงักไปครู่หนึ่ง... ที่ผ่านมาหนูน้อยรู้ดีว่าท่านพ่อไม่ชอบนาง ไม่ยอมให้ใกล้ชิด แต่วันนี้อ้อมกอดที่อบอุ่นกลับโอบรัดร่างนางไว้แน่น กลิ่นอายของบิดาที่นางถวิลหาทำให้หนูน้อยร้องไห้ออกมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่เสียงร้องของความกลัว มันคือการระบายความโหยหาที่ได้รับการตอบรับ
ทุกคนในเรือนจ้องมองภาพนั้นด้วยความตกใจและแปลกใจ อ้อมกอดที่หนูน้อยของบ้านรอคอยมานาน บัดนี้ได้เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ
หลังจากเสียงสะอื้นของโต้วโต้วสงบลง ต้าเหล่ยเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายทั้งสาม
"พี่ใหญ่ พี่รอง พี่สาม... ข้ารบกวนพวกท่านไปสำรวจรอบบ้านให้ดี ว่ามีใครมาด้อม ๆ มอง ๆ หรือไม่ จากนั้นปิดประตูกำแพงและประตูเรือนให้แน่นหนา... เรื่องที่ข้าจะพูดสำคัญยิ่งนัก"
แม้จะสงสัยในท่าทีที่เปลี่ยนไปของน้องชาย แต่พี่ชายทั้งสามก็ยอมทำตามอย่างรวดเร็ว พวกเขาเดินสำรวจจนมั่นใจและลงกลอนประตูอย่างแน่นหนา
"เรียบร้อยแล้วเจ้าสี่... เจ้ามีอะไรก็พูดมาเถอะ เรื่องสำคัญขนาดนั้นเชียวหรือ?" ต้าซานเอ่ยถาม
ต้าเหล่ยสูดลมหายใจ เขาตัดสินใจแล้วว่าการจะกอบกู้ครอบครัว เขาต้องการแรงสนับสนุนจากทุกคน
"ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านพี่... ความจริงแล้วในยามที่ข้าหมดสติไป ดวงวิญญาณของข้าได้เดินทางไปยังโลกอนาคตอีกพันกว่าปีข้างหน้า..."
แสงเทียนริบหรี่กลางวงล้อมของคนสกุลถังวูบไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านร่องหน้าต่าง ทุกสายตาจับจ้องไปที่ต้าเหล่ยด้วยความสงสัย
ท่ามกลางสายตาสิบกว่าคู่ที่จับจ้องอยู่ ต้าเหล่ยเอาข้าวสาร มันหมู น้ำดื่มและใบผักออกมาจากมิติ ใบหน้าของทุกคนแข็งค้างราวกับเวลาหยุดหมุน ทุกคนไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงออกจากลำคอ ได้แต่มองสิ่งของตรงหน้าทั้งดวงตาที่ร้านผ่า
"นิ...นี่คืออาหาร เจ้าสี่ เจ้าทำได้อย่างไรลูก?"
แม่ถังเป็นคนแรกที่ทำลายความเงียบ ต้าซาน ต้าเหอ ต้าเจียงที่เรียกสติกลับมาได้ก็หันมองไปทางประตูหน้าต่างอย่างระแวดระวัง
"เรื่องนี้อาจจะเหลือเชื่อ แต่ท่านพ่อ ท่านแม่ สวรรค์ไม่ทอดทิ้งเรา ข้าถูกเลือกให้ไปยังอนาคตที่ห่างออกไปราว 1600 ปีข้างหน้า ที่นั่น... เรียกว่าปี 2026" ต้าเหล่ยเอ่ยขึ้น เสียงของเขาเริ่มมีพละกำลังมากขึ้น
"..."
"บ้านเมืองของเขาไม่ได้ทำจากไม้หรือบ้านดินเหมือนต้าเยี่ยของเรา ที่นั่นมีแต่ตึกสูงเสียดฟ้า มั่นคงแข็งแรงราวกับภูเขา ถนนหนทางก็ราบเรียบไร้หลุมบ่อ"
"ตึกสูงเสียดฟ้าเชียวหรือเจ้าสี่?" ถังต้าซาน พี่ชายใหญ่ถามด้วยแววตาไม่อยากเชื่อ
"ที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือเกวียนเหล็ก... พวกเขาไม่มีม้าหรือวัวลากจูง แต่มันวิ่งเร็วกว่าม้าศึกที่ปราดเปรียวที่สุดเสียอีก"
"ไม่มีสัตว์ลากแล้วมันวิ่งได้อย่างไรกัน!" ถังต้าเหอ พี่รองอุทานพลางหันไปสบตากับภรรยาที่กุมมือลูกชายไว้แน่น
"ข้าก็ยังไม่เข้าใจดีนัก แต่ที่นั่นไม่มีความแห้งแล้งเลยสักนิด" ต้าเหล่ยเล่าต่อ แววตาเป็นประกายเมื่อนึกถึงตลาดเช้า
"..."
"ในตลาดที่ข้าไปมา มีผักสดเขียวขจีกองเป็นภูเขา ข้าวสารสีขาวผ่องวางขายอย่างไม่จำกัด ที่สำคัญ... เศษใบผักที่พวกเขาคัดทิ้งยังดีกว่าที่ขายในเมืองเมื่อปีก่อนเสียอีก"
"อุดมสมบูรณ์ถึงเพียงนั้นเชียวหรือลูก... แล้วคนในยุคนั้นเขาใจดีกับลูกไหม เขาไม่รังเกียจที่ลูกแต่งตัวแบบนี้หรือ?"
ผู้เป็นมารดาพึมพำพลางคิดว่า ในที่ที่สมบูรณ์เช่นนั้นทุกอย่างล้วนต่างออกไป แล้วจะมีสักคนหรือไม่ที่ใจดีกับบุตรชายของนาง
"ข้าโชคดีนักขอรับท่านแม่ ข้าได้เจอคนดีอย่างท่านลุงหลี่กับท่านป้าหลี่ พวกท่านเปิดร้านขายของชำ ท่านลุงหลี่ยังบอกว่าจะสอนเรื่องการเกษตรแก่ข้า ท่านป้าหลี่พาข้าไปตลาด แนะนำข้าให้รู้จักที่ที่เก็บเศษผักและมันหมูเหล่านี้กลับมา ไม่เพียงเท่านั้น ท่านลุงหลี่ยังมอบเสื้อผ้าใหม่ให้ข้าถึง 5 ชุดอีกด้วย"
"เขามอบให้เปล่าๆ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนหรือเจ้าคะท่านพี่?"
หมิงจูถามด้วยความประหลาดใจ นางไม่เคยคิดว่าในโลกที่มีแต่ความอดอยากเช่นนี้ จะมีใครที่มีจิตใจกว้างขวางปานนั้น
