เหรียญฮั่วปู้ 2
ป้าหลี่เริ่มขยับตัวอย่างกระฉับกระเฉง นางหยิบถุงผ้าขนาดใหญ่มาสองสามใบ คัดเลือกข้าวสารเกรดดี แป้งสาลี และเกลือสมุทรใส่ลงไป จากนั้นก็เดินไปหยิบขวดนมสดรสจืด รสหวาน ขนมเปี๊ยะไส้ถั่ว และเค้กกล้วยหอมที่วางโชว์อยู่หน้าเคาน์เตอร์ใส่ไปด้วย
"เสี่ยวเหล่ย ฟังป้านะ คนที่อดอาหารมานานไม่ควรกินเยอะในทันที และไม่ควรกินรสจัดหรือมันเกินไป มันจะแสบท้อง ข้าวสารนี่ไปต้มให้เป็นโจ๊ก เจียวมันหมูที่ได้จากร้านเถ้าแก่อู๋ใส่ลงไปนิดเดียว โรยเกลือเล็กน้อยก็หอมฟุ้งแล้ว อ้อ... เอาหอมกับกระเทียมพวกนี้ไปด้วย ลุงเขาปลูกเองกับมือ"
นางเดินไปหยิบต้นหอม หอมแดง กระเทียมเป็นมัดใส่ถุงให้เขาเพิ่ม
"ทั้งหมดนี่คิดแค่ 120 หยวนพอ"
ต้าเหล่ยรีบจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว เขาหอบถุงเสบียงพะรุงพะรังไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะขอตัวลาครอบครัวหลี่แล้วมุ่งหน้าเดินออกจากร้านไปทางซอยที่เขาทะลุมา ท่ามกลางสายตาระคนเอ็นดูของทุกคน
ทว่า... ลุงหลี่ผู้ผ่านโลกมามากกลับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ลุงนึกถึงเสื้อผ้าที่ชายหนุ่มใส่ในตอนแรก นึกถึงเหรียญโบราณสภาพสมบูรณ์ และท่าทางแปลก ๆ ที่ไม่เหมือนคนในยุคนี้เลยสักนิด ด้วยสัญชาตญาณบางอย่าง ลุงหลี่จึงค่อย ๆ เดินตามหลังต้าเหล่ยไปห่าง ๆ โดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว
ต้าเหล่ยเลี้ยวเข้าซอยที่ลึกเพียงไม่กี่เมตร ลุงหลี่เร่งฝีเท้าตามไปติด ๆ จนมาถึงหัวมุมซอย ลุงชะโงกหน้าส่องเข้าไปในเงาตึกนั้น ทว่าภาพที่เห็นกลับทำให้ลมหายใจของอดีตครูแทบหยุดชะงัก!
เบื้องหน้าไม่มีถังต้าเหล่ย... ไม่มีถุงเสบียงข้าวสาร... ร่างของชายหนุ่มเลือนหายไปต่อหน้าต่อตาประหนึ่งกลุ่มควันทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและผนังปูนเย็นชืด
"หายไปแล้ว... หายไปต่อหน้าต่อตาเลยเหรอเนี่ย!" ลุงหลี่พึมพำด้วยความตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้าง
ท่ามกลางความเงียบสงัดของมิติที่ไร้ขอบเขต ถังต้าเหล่ยจัดการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่กลับไปเป็นชุดป่านหยาบสีมอซอชุดเดิมของตน เขาลูบคลำเนื้อผ้าที่เปื้อนฝุ่นแต่กลับรู้สึกถึงภาระหน้าที่อันหนักอึ้งที่รออยู่เบื้องหลังประตูไม้ แผ่นหลังหนายืดตรง สายตาแน่วแน่ไม่มีแววขี้เมาเหมือนเก่าก่อน
ขณะที่มือหนากำลังจะผลักบานประตูไม้เพื่อกลับสู่แคว้นต้าเยี่ย เสียงลึกลับที่คุ้นเคยก็ดังแว่วมาจากความว่างเปล่า
"ทันทีที่เจ้าก้าวข้ามธรณีประตู วิญญาณของเจ้าจะกลับเข้าร่างทันที เพียงแต่... ครั้งต่อไปหากเจ้าต้องการเดินทางข้ามภพ ร่างกายของเจ้าก็จะหายไปด้วย ไม่ใช่เพียงดวงวิญญาณเหมือนในครั้งนี้"
ต้าเหล่ยชะงักไปครู่หนึ่ง ฟังคำเตือนนั้นด้วยความตั้งใจ
"ยังมีเรื่องสำคัญที่เจ้าต้องรู้ บ่อน้ำพุตาเทพในมิตินี้สามารถเรียกน้ำตามธรรมชาติให้ขึ้นมาได้ หากนำน้ำพุตาเทพไปรดพืชพรรณจะช่วยให้มันสมบูรณ์ หวานฉ่ำ และบำรุงร่างกายได้ขั้นหนึ่ง... ภพอนาคตเป็นเวลากลางวัน ภพอดีตย่อมตรงกันข้าม เวลานี้หากเจ้ากลับไปก็เป็นยามซวีแล้ว"
(ยามซวี 19.00-21.00 น.)
"ข้าเข้าใจแล้วขอรับ"
ต้าเหล่ยตอบรับพลางหันไปมองบ่อน้ำที่อยู่ไม่ไกลนัก ตรงนั้นมีต้นไม้อยู่สองต้นให้ร่มเงา เวิ้งกว้างมีหญ้าเขียวขจี ต่างจากจุดที่เขายืนอยู่ที่มีเพียงของที่เขานำมาวางอยู่
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วก้าวเท้าข้ามธรณีประตูไม้บานนั้นไปทันที!
เรือนสกุลถัง หมู่บ้านเถาหยวน เมืองเป่ยหนาน แคว้นต้าเยี่ย ยามซวี (19.00 - 21.00 น.)
ภายในเรือนไม้ที่มืดสลัว แสงตะเกียงน้ำมันริบหรี่ส่องกระทบใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตาของครอบครัวสกุลถัง หมิงจู นั่งคุกเข่าอยู่ข้างแคร่ไม้ไผ่ นางกอดร่างที่นิ่งสนิทของสามีเอาไว้แน่น หัวใจของนางเหมือนถูกฉีกทึ้งเมื่อเห็นร่างของเขาไม่มีการขยับเขยื้อนมานานนับชั่วโมง
"ท่านพี่... ท่านจะทิ้งข้ากับลูกไปจริง ๆ หรือเจ้าคะ" นางสะอื้นจนตัวโยน
พ่อถังแม่ถังได้แต่นั่งกุมมือกันเงียบ ๆ ใจของทั้งคู่แหลกสลายใจทำอะไรไม่ถูก พี่ชายทั้งสามคนยืนก้มหน้าอย่างอาลัย แม้ต้าเหล่ยจะเป็นน้องชายที่เหลวแหลก แต่เขาก็ยังเป็นสายเลือดเดียวกัน การเห็นเขาจากไปในวัยเพียง 24 ปีช่างเป็นเรื่องที่น่าอเนจอนาถใจนัก
ทว่า... ในจังหวะที่ทุกคนกำลังจะยอมรับความจริง ร่างของถังต้าเหล่ยกลับกระตุกเฮือก!
"แค่ก! แค่กๆ ..."
เสียงกระแอมไออย่างรุนแรงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ หมิงจูสะดุ้งสุดตัว นางเบิกตากว้างมองสามีที่อยู่ ๆ ก็ลืมตาขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"ท่านพี่! ท่านฟื้นแล้ว! ท่านยังไม่ตาย!"
หมิงจูร้องตะโกนทั้งน้ำตา นางรีบหันไปคว้าถ้วยน้ำที่มีน้ำเพียงก้นถ้วยซึ่งไม่มีใครในบ้านกล้าดื่ม เพราะหวังจะเก็บไว้ยื้อชีวิตคนในวาระสุดท้าย นางประคองศีรษะสามีขึ้นมาอย่างทะนุถนอม
"น้ำเจ้าค่ะ... ดื่มน้ำก่อน"
"เจ้าสี่! เจ้าฟื้นแล้วจริง ๆ หรือ!"
ต้าซาน พี่ชายใหญ่โผเข้ามาดูน้องชายด้วยความตื่นเต้น พี่รอง พี่สามก็ตามเข้ามาติด ๆ
"เจ้าสี่... เจ้าฟื้นแล้ว แม่นึกว่าเจ้าจะทิ้งแม่ไปเสียแล้ว ฮื้ออ" แม่ถังร้องไห้โฮ พลางลูบหน้าลูบตาลูกชายคนเล็กราวกับจะยืนยันว่าตนไม่ได้ฝันไป
