พบปะ 3
แต่ตอนนั้นซื่อเซี่ยยี่ไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก นางรู้เพียงว่าต้องช่วยคนก่อนเป็นอันดับแรก "พระองค์อย่าบอกนะ ว่าเจ้าหนุ่มเมื่อตอนนั้นคือ..."
รัชทายาทหันมายิ้มยียวนให้แทนคำตอบ
"แต่วันนี้หม่อมฉันได้ประมือกับเขา วรยุทธ์ของเขาไม่ด้อยไปกว่าหม่อมฉัน ออกจะเหนือกว่าหม่อมฉันเสียด้วยซ้ำ แต่เหตุใดวันนั้นเขาถึงบาดเจ็บมากเล่า?"
"อาจเพราะตอนนั้นต้องสู้ไปด้วยปกป้องคนที่ติดตามมาไปด้วย ก็เลยสู้ไม่เต็มที่กระมัง" รัชทายาทเอ่ยเดา "ไม่รู้หรอก ทำไมไม่ไปถามเจ้าตัวเองล่ะ?"
ซื่อเซี่ยยี่บุ้ยปากน้อยๆ...ผู้ใดจะอยากเจอคนผู้นั้นอีกเล่า?
"ท่านแม่ทัพ" พระชายาตรัสบ้าง "ในเมื่อตอนนี้ท่านรับราชโองการไปแล้ว จะช้าจะเร็วก็ต้องเจอเขาอยู่ดี หลบเลี่ยงไปไม่ใช่นิสัยของท่านเลยนะ"
"ใครหลบเลี่ยงกัน!"
"เช่นนั้นท่านก็ไปถามท่านผู้นั้นโดยตรงสิ"
"ได้ ไม่มีปัญหา!"
"...." รัชทายาทนึกชื่นชมชายาของตนนักที่ยั่วเย้าให้ซื่อเซี่ยยี่ยอมไปพบฉีจู้เฉิงอีกครั้ง
"หม่อมฉันจะไปถามให้รู้เรื่องรู้ราวไปเลย!" ว่าแล้วก้าวออกจากตำหนักอาดๆ ไม่มีแม้แต่คำลา ทิ้งเจ้าของตำหนักกับพระชายามองหน้ากันเอง
"คราวนี้กามเทพผูกด้ายแดงได้แปลกประหลาดจริงๆนะเพคะ"
"แต่ก็น่าสนุกดีมิใช่หรือ?"
"เราสนุก แต่ท่านแม่ทัพคงไม่สนุกด้วยน่ะสิเพคะ"
"...เจ้าว่าเช่นนั้นหรือ?" รัชทายาทยิ้มพรายเจ้าเล่ห์
"พระองค์มีแผนอะไรหรือเพคะ?"
"เปล่า คนอย่างข้ามันจะไปมีแผนอะไรกัน?" เขาเสพักตร์ไปทางอื่น
"ไม่มีแสดงว่ามี..." นางว่า "คิดว่าหม่อมฉันเป็นชายาของพระองค์มากี่ปีกันเพคะ?"
ร่างสูงนั้นชะโงกมากระซิบข้างหูพระชายาสุดรัก "จะบอกให้ก็ได้ แต่ว่า...เจ้าต้องปรนนิบัติข้าให้เป็นที่พอใจเสียก่อน..."
"ต้องมีเงื่อนไขทุกทีเลยนะเพคะ" นางบุ้ยปากใส่สวามีอย่างแง่งอน "เช่นนั้นคืนนี้หม่อมฉันจะเค้นถามพระองค์เอง"
"ข้ารอไม่ไหวหรอก ทางที่ดี เจ้าควรเค้นถามเสียตอนนี้เลยจะดีกว่า..."
"ยังกลางวันอยู่นะเพคะ"
"ปลดม่านปิดหน้าต่างก็มืดแล้ว"
"พระองค์นี่ล่ะก็..." หญิงสาวมองรัชทายาทเดินมาหาตัวเอง ก่อนโอบร่างบางขึ้นอุ้ม แล้วเดินไปยังห้องบรรทม และปล่อยให้ชายาสุดที่รักเค้นหาคำตอบกับเขาด้วยวิธีอันแสนรัญจวนใจ
หลังจากออกจากตำหนักตงกง ซื่อเซี่ยยี่ก็ไม่รอช้าที่จะแวะไปทักทาย(?)ว่าที่สามีถึงที่จวน "บอกนายพวกเจ้าว่าข้า ซื่อเซี่ยยี่มาขอพบ รีบไสหัวออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้!"
ทว่าพอคนรับใช้หน้าประตูได้ยินนามของนางก็รีบเปิดประตูและคำนับนางรวดเร็ว "นายท่านสั่งไว้ว่า เชิญฟูเหรินที่ห้องหนังสือขอรับ!"
"ใครฟูเหรินของพวกเจ้าไม่ทราบ!?" ลมออกจากหูตึงๆ...คนผู้นี้ทึกทักใหญ่โตไปแล้ว!
"นายท่านสั่งว่า ต่อไปนี้ แม่ทัพซื่อจะเป็นว่าที่ฟูเหรินของจวนโหว ถ้าท่านมา ให้เรียกท่านว่าฟูเหริน ขอรับ"
ซื่อเซี่ยยี่ข่มโทสะก่อนเอ่ย "นำทาง!"
บ่าวรับใช้รีบพานางเข้าไปยังตึกด้านใน ตรงไปยังห้องหนังสือที่ฉีจู้เฉิงสั่งเอาไว้ "นายท่านขอรับ ฟูเหรินมาถึงแล้วขอรับ"
"รีบเชิญ!!" เสียงฉีจู้เฉิงดังมาจากด้านใน
แต่ทางด้านนอกกลับไม่ต้องรอให้เชิญ ประตูก็ถูกถีบออกจนหลุดจากกรอบประตู
"ตัวบัดซบฉีจู้เฉิง! จะมากเกินไปแล้วนะ!"
ฉีจู้เฉิงที่กำลังดื่มรังนกอย่างสบายอารมณ์ กระพริบตาปริบๆมองประตูไม้ที่เอียงกะเท่เร่ พร้อมกับร่างระหงของสตรีตรงหน้าที่เท้าเอวเตรียมพร้อมจะเอาเรื่องเขา...อา ประตูไม้มะเกลือแกะสลักด้วยช่างฝีมือฉกาจที่เขาอุตส่าห์จ้างมาให้แกะลายที่นางชอบ นอกจากนางยังไม่ได้มอง ยังขาซนจนทำพังอีก เอาเถอะ นางไม่ชอบ เขาทำอันใหม่ ลายใหม่ ให้ก็ได้
"อย่าโมโหเช่นนั้นสิ" เขายังยิ้มไม่ทุกข์ร้อน "เชิญนั่งก่อน รับรังนกสักถ้วยก่อนดีหรือไม่?"
"รังนกบิดาเจ้าสิ! ตอบข้ามา เหตุการณ์ที่ซีหนิงเมื่อสิบปีก่อน ทำให้เจ้าโกรธแค้นข้ามากใช่หรือไม่ถึงได้แก้แค้นข้าด้วยวิธีนี้!" นางพุ่งร่างมาใกล้ สองมือทุบกับโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว "แค่ข้าช่วยเจ้าจากพยัคฆ์ร้ายนั่น ทำเจ้าเสียเชิงชายมากเลยสินะ!"
"แค้น?" เขาทำหน้าเหรอหรา ก่อนยิ้มกว้าง "ไม่เลย หนำซ้ำ ข้ายังชื่นชมท่าน....ตกหลุมรักท่าน"
ซื่อเซี่ยยี่ทำหน้าไม่อยากเชื่อ "ไม่มีทาง" การกระทำของนางนับเป็นการหยามผู้มีวรยุทธ์…ใช่ เขาแต่งงานกับนางเพราะต้องการล้างแค้นต่างหาก!
"เหตุใดจะไม่ได้?"
"เพราะข้าดูถูกเจ้า!"
"ดูถูกแล้วอย่างไร ในเมื่อท่านยื่นมือเข้าช่วยเหลือข้าโดยไม่สนวิธีการเพื่อให้ข้าปลอดภัย" เขาทำสีหน้าจริงจัง "ท่านบอกข้าซิว่า ในโลกนี้ยังมีสตรีใดที่ยื่นมือเข้าช่วยบุรุษอื่นเช่นท่านได้อีก?"
"อึก... " นางจนใจจะเถียง เพราะนางทำแบบที่เขาว่ามาจริงๆ "ถึงมีแค่ข้าคนเดียวที่ทำ แต่ข้าก็ไม่ใช่ของแปลกที่เจ้าจะนึกสนใจแล้วเอามาไว้ข้างตัวง่ายๆเช่นกัน"
"เพราะข้ารู้ว่าไม่มีวันที่ข้าจะได้ท่านมาอยู่ข้างกายง่ายๆแน่ ข้าจึงต้องทำเช่นนี้" ฉีจู้เฉิงลุกเดินเอามือไพล่หลัง
ท่าทางจริงจังสุขุมสงบนิ่งเช่นนั้นทำให้ซื่อเซี่ยยี่หัวใจเต้นแรง
"ข้าจำเป็นต้องสร้างผลงานให้ตัวข้าอยู่ในตำแหน่งที่เหนือกว่าท่าน เพื่อมิให้ท่านต้องเสียเกียรติ มิให้ผู้อื่นติฉินนินทาท่านได้..." เขาหันมองนาง สายตานั้นล้ำลึกเกินกว่าจะบรรยาย "...ข้าต้องการราชโองการบังคับท่านให้แต่งกับข้า มิใช่เพื่อให้ข้ามีโอกาสได้ครอบครองท่าน แต่เพื่อข้าจะได้ใช้โอกาสนี้ได้ใกล้ชิดท่าน ได้ทำให้ท่านเห็นว่าข้าจริงจังและจริงใจกับท่านมากเพียงใด..."
"เจ้าจะมีความสุขหรือกับการที่ต้องอยู่กับคนที่ไม่ได้รักเจ้า?" ซื่อเซี่ยยี่ระงับอาการใจเต้นของตนเองแล้วเอ่ยถาม "เจ้าไม่กลัวว่า การใช้อำนาจมาบังคับข้าเช่นนี้จะไม่ทำให้ข้าเกลียดเจ้าไปชั่วชีวิตรึ?"
"ราชโองการไม่ได้ระบุเงื่อนเวลาเอาไว้มิใช่หรือท่านแม่ทัพ?" เขาย้อนถาม"นั่นหมายความว่า ข้ามีเวลาอีกมากที่จะทำให้ท่านรักข้าและยอมแต่งงานกับข้า..."
