บท
ตั้งค่า

พบปะ 2

"หมายความว่าหม่อมฉันควรแต่งกับคนวิปริตหรือเพคะ!" อีกฝ่ายตบโต๊ะดังปัง หันไปคว้าน้ำชามาดื่มดับโมโห

"เจ้าลองคิดดูสิ ที่ผ่านมามีบุรุษใดเข้าใจเจ้าได้เท่ากับเขากันล่ะ?" ดวงเนตรนั้นระยิบระยับเป็นประกายอย่างนึกสนุก "เขารู้นิสัยใจคอของเจ้าเป็นอย่างดี ทั้งยังคาดการณ์ถึงการกระทำของเจ้าล่วงหน้าได้เช่นนี้อีก ข้าขอถาม เจ้าจะไปหาบุรุษที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ได้จากที่ใดอีก?!"

"ไม่เอา! น่าขนลุกจะตายไป!" นางลูบแขนตัวเอ สีหน้าหวาดผวา

"การที่เขาใส่ใจท่านก็เป็นเรื่องดี"พระชายาช่วยเสริม "ท่านแม่ทัพไม่ลองสืบเขากลับบ้างล่ะ? จะได้รู้ว่าเขาเป็นคนเช่นใด จะได้ยุติธรรมทั้งสองฝ่าย"

ซื่อเซี่ยยี่เริ่มคิดตาม "ดี ในเมื่อหม่อมฉันก็มาแล้ว เช่นนั้นพวกพระองค์บอกหม่อมฉันที ว่าคนผู้นี้มีดีอันใด พระองค์จึงยอมให้เขามาขอแต่งงานกับหม่อมฉัน!"

รัชทายาททำท่าคล้ายบอกดีไม่บอกดี พอซื่อเซี่ยยี่ถลึงตาใส่ก็รีบตรัส "เจ้าจำภารกิจที่ฮ่องเต้มอบหมายให้คนกลุ่มหนึ่งไปเจรจากับนอกด่านเพื่อเปิดเส้นทางสายไหมได้หรือไม่?"

ซื่อเซี่ยยี่พยักหน้ารับ ภารกิจที่รัชทายาทพูดถึงจัดเป็นภารกิจสำคัญเรื่องหนึ่งที่ทำให้การค้าของจงหยวนเจริญรุดหน้า

"เขาเป็นหนึ่งในราชทูตที่รอดชีวิตหลังจากที่ท่านจางเชียนที่เป็นราชทูตใหญ่กลับมา จนทำให้เส้นทางสายไหมเปิดทำการค้าอย่างสมบูรณ์แบบ"

ซื่อเซี่ยยี่หรี่ตาน้อยๆ นางชักสนใจขึ้นมาแล้ว การเดินทางครั้งนั้นเป็นที่ร่ำลือมาก ออกเดินทางจากฉางอันกันนับร้อย แต่เหลือกลับมาไม่ถึงห้าคน…เขาน่ะรึ เป็นหนึ่งในนั้น?

"ฉีจู้เฉิงนั้นเก่งกาจทั้งบุ๋นบู๊ ความคิดลึกล้ำ ยากหาผู้ใดเปรียบ ซ้ำยังถกกับพวกนักปราชญ์คร่ำครึชนะตั้งอายุยังน้อยด้วย"

"...ยิ่งน่าสงสัยไปใหญ่" ซื่อเซี่ยยี่ย่นคิ้ว "มากความสามารถเพียงนั้น มีแต่สาวๆจะมารุมล้อม แล้วทำไมเขาต้องเลือกข้า"

"สาเหตุที่เขาเลือกเจ้านั้น ข้าว่าเจ้าไปถามเขาเองดีกว่า" รัชทายาทตรัสและโบกมือไล่ "อยากรู้มากก็รีบไปถามเลย ไปๆๆ!"

"หม่อมฉันถามจากเจ้านั่น เจ้านั่นก็เอาแต่หน้าทนตอบว่ารักหม่อมฉันๆๆ!!!" นางว่า "น่าโมโหชะมัด!"

"สตรีทั่วจงหยวน คงมีเพียงท่านแม่ทัพที่ฟังคำรักไม่เข้าหู" พระชายาสรวลและหันไปทางรัชทายาท "พระองค์บอกท่านแม่ทัพเถิดเพคะว่าเหตุใดโหวเหย๋ถึงได้ปักใจเพียงนี้"

"แหม...พูดไปก็ช่างเป็นรักแรกพบที่น่าประทับใจ" รัชทายาทคลี่พัดโบกเบาๆ พลางเอ่ยต่อ "ก็ต้องขอถามอีกว่าเจ้าจำตอนที่เจ้าตามเสด็จประพาสล่าสัตว์ที่ซีหนิงเมื่อสิบปีก่อนได้หรือไม่?"

ซื่อเซี่ยยี่พยักหน้า

ครั้งนั้นเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น…

ขณะที่นางกับหมี่เฟิงไล่ต้อนจิ้งจอกปราดเปรียวตัวหนึ่ง พลันได้ยินเสียงกลุ่มคนร้องโหยหวนจากอาการบาดเจ็บ

นางกับหมี่เฟิงเร่งรุดไปดู ได้พบพยัคฆ์ร้ายตัวสีขาวกำลังส่งเสียงคำรามใส่บุรุษในชุดล่าสัตว์คนหนึ่ง ขณะที่รอบกายมีผู้บาดเจ็บล้มตายเกลื่อนกลาดราวสิบคน

เขาเองก็บาดเจ็บหนักไม่แพ้กัน ดูจากริ้วรอยแผลบนตัวเสือแสดงว่าเขาก็โต้ตอบป้องกันตัวไปไม่น้อย

แต่คงจะถึงขีดจำกัดแล้ว

นางผิวปากเรียกลูกน้องที่อยู่ไม่ไกล ส่วนตนเองรีบเข้าไปพยุงบุรุษผู้นั้น "เจ้าโชคดีที่ข้ามาทัน รีบไปซะ ที่นี่ข้าจัดการเอง!"

"แม่นาง! ท่านเป็นสตรี ท่านรับมือไม่ไหวหรอก" ชายหนุ่มบอกกับนาง ทั้งยังทำท่าปกป้องนางอีก "ท่านต่างหากที่ต้องหนีไป"

"ข้าซื่อเซี่ยยี่หาได้เป็นดังสตรีที่ท่านเคยพบไม่ ท่านวางใจเถิด ข้านั้นไม่ตายเพราะพยัคฆ์ตัวเดียวแน่"

"ถ้าข้าทิ้งท่านไว้ ข้าก็เป็นแค่คนขี้ขลาดคนหนึ่ง" ชายหนุ่มคนนั้นดื้อดึงนัก  "ข้าจะสู้ด้วย"

นางโมโหแทบตาย...จับฟาดต้นคอแล้วลากไปให้พ้นหูพ้นตาเลยดีหรือไม่ นางโกรธแล้วนะ!

"หมี่เฟิง! เชือก!"

หมี่เฟิงที่กำลังเตรียมของสำหรับจับเจ้าพยัคฆ์เผือกตัวนี้รีบนำเชือกมาให้นางเส้นหนึ่ง  ก่อนที่เจ้าหนุ่มผู้นั้นจะทันได้เอ่ยอันใด เชือกก็คล้องรอบตัวเขาเสียแล้ว

"ถ้าเจ้าเถียงข้าอีกแม้แต่คำเดียว ข้าจะตัดลิ้นเจ้าด้วย!" นางมัดเขาจนแน่นดีก็ทำอีกสิ่งที่เขาไม่คาดคิด

นางแบกเขาขึ้นไหล่…สีหน้าเจ้าหนุ่มนั่นซีดขาวราวกับเพิ่งเจอภูตผี

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel