พบปะ 4
"...แม้จะเป็นเวลานาน...เทียบเท่าทั้งชีวิตของเจ้าน่ะหรือ?"
"ข้ารอมาสิบปีแล้ว รอจนชั่วชีวิตข้าก็ไม่เสียดาย" เขาบอก "หรือท่านอยากให้ข้าทูลขอราชโองการให้ระบุวันเวลาสมรสมาก่อนเลย แล้วค่อยให้ข้าหาทางพิชิตใจท่านทีหลังดีล่ะ ท่านแม่ทัพ?"
นางรู้สึกฉุนน้อยๆที่ถูกท้าทาย
ฉีจู้เฉิงกลับยิ้มละมุน "เห็นหรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงไม่เลือกอย่างหลัง"
ซื่อเซี่ยยี่ค้อนขวับ...คนน่ารำคาญผู้นี้จะอ่านเกมขาดเกินไปแล้ว!!
"เป็นเช่นนี้แล้ว ข้าก็มีเวลาเกี้ยวท่านชั่วชีวิต" เขาเดินมาหาพร้อมรอยยิ้ม "เขาว่าน้ำกร่อนหินได้ฉันใด ข้าเชื่อว่าความจริงใจของข้าก็สามารถเอาชนะใจท่านได้เช่นกัน"
ซื่อเซี่ยยี่เท้าเอว กลอกตาขึ้นฟ้า ทำหน้าเหม็นเบื่อและถอนใจเฮือก นางเกลียดพวกคำหวานเป็นที่สุด บุรุษที่มีแต่คำหวาน ล้วนหาดีไม่ได้ ใครจะรู้ เขาอาจจะเอ่ยคำพวกนี้กับสตรีมากี่ร้อยคนแล้ว "เก็บคำหวานของเจ้าไว้หยอกเอินสตรีอื่นเถอะ"
"แปลว่าท่านยอมแต่งกับแล้วสินะ" ชายหนุ่มยิ้มอ่อน
"ข้าแต่ง แต่..."
"แต่..."
"ข้าต้องเป็นผู้กำหนดว่าเมื่อไร และหากเจ้ากล้าดีทำข้าตั้งครรภ์ก่อนแต่งล่ะก็...ต่อให้ต้องโทษประหารข้าก็จะไม่แต่งกับเจ้า!"
"เช่นนั้นข้าก็มีสัมพันธ์ทางกายกับท่านได้หรือ?" เขาตาลุกวาว...ก็นางบอกเองว่าห้ามทำนางท้องนี่
"ข้า..." นางเกาหัวแกรกๆ รู้สึกหงุดหงิดที่เผลอพูดอะไรให้มีช่องว่างให้อีกฝ่ายเพิ่มเงื่อนไขได้อีก สายตากรุ้มกริ่มของโหวเหย๋วาววับอย่างได้ที ยิ่งทำให้นางนึกฉุนมากขึ้นอีก
ซื่อเซี่ยยี่ไหวไหล่ "ข้าก็ไม่ได้ห้าม แต่เจ้าควรรู้ ว่าข้าหาใช่สตรีบริสุทธิ์ผุดผ่อง"
เขามีสีหน้าขรึมลงเมื่อได้ยินคำนั้น
"ถ้าเจ้าถือสาหาความเรื่องเช่นนี้ ก็ขอให้คิดทบทวนใหม่เสีย ข้าไม่อยากให้เจ้าเสียใจภายหลัง"
ชายหนุ่มพ่นลมหายใจบางเบา "หากเป็นสตรีอื่นข้าอาจถือสา แต่ในเมื่อเป็นท่านที่รักอิสระยิ่งสิ่งใด ข้ากล้าพูดว่าที่ผ่านมาแล้วก็แล้วไป…”
ซื่อเซี่ยยี่หรี่ตามอง
"แต่หลังจากข้ากับท่านมีสัมพันธ์กัน หากท่านยังมีสัมพันธ์กับผู้ใด ข้าจะสังหารมันผู้นั้น"
"นั่นก็แล้วแต่ใจท่าน เพราะข้าก็จะทำอย่างที่เคยทำเช่นกัน"
ครานี้ฉีจู้เฉิงไม่โต้ตอบ เพียงยืนนิ่งมองไปนอกหน้าต่าง
"ข้าหมดเรื่องพูดแล้ว กลับล่ะ!" ซื่อเซี่ยยี่บอกพลางหมุนร่างจากไป...อยู่ไปพาลจะทำให้อารมณ์เสียเปล่าๆ
ฉีจู้เฉิงมองอีกฝ่ายออกจากห้องของเขาไป แม้จะสืบรู้มาบ้างแล้ว แต่พอได้ฟังจากปากของตัวนางเองแล้วก็อดเจ็บปวดไม่ได้ แต่จะทำเช่นไรได้ ในเมื่อเขารักนางหมดใจไปแล้ว จะถอนก็สายเกินไป
ฉีจู้เฉิง เอ๋ย ฉีจู้เฉิง
สตรีทั่วหล้ามิอาจต้องใจ กลับมาพึงใจกับนางผู้ที่แทบจะเอื้อมไม่ถึง...แต่ช่างประไร ได้เมื่อเขารักนางไปแล้ว มาถึงขั้นนี้แล้ว เขาจะไม่ถอยหลังกลับเด็ดขาด
เช้าวันรุ่งขึ้น
เพียงค่ำคืนเดียว ข่าวเรื่องสมรสพระราชทานระหว่างแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินกับโหวเหย๋หนุ่มรูปงามก็สะพัดไปทั่วฉางอัน ชาวบ้านร้านตลาดล้วนวิพากย์วิจารณ์กันสนุกปากถึงเรื่องของแม่ทัพสาวที่ทำตัวไม่สมกุลสตรีกับโหวเหย๋หนุ่มผู้อาภัพ มิแคล้วต้องโดนแม่ทัพสาวผู้นี้โขกสับกระทำย่ำยีเป็นแน่
"ท่านแม่ทัพเจ้าคะ คนผู้นั้นมาอีกแล้วเจ้าค่ะ" หยางหมี่เฟิงรายงานหลังจากซื่อเซี่ยยี่เสร็จจากการในฝึกช่วงเช้า
"ให้เขาเข้ามา ข้าอยากรู้ว่าเขาจะมีลูกเล่นอันใด" ซื่อเซี่ยยี่หยิบผ้าเย็นที่สาวใช้เตรียมไว้ให้ขึ้นมาเช็ดหน้าเช็ดตา
"เจ้าค่ะ" หยางหมี่เฟิงรับคำ รีบไปทำตาม
ซื่อเซี่ยยี่เดินไปรอที่ห้องรับแขก นางจัดทรงผมเสื้อผ้าและนั่งอย่างผึ่งผาย หลังตรงอกตั้งดุจนางพญา รีบบอกให้สาวใช้นำชาอย่างดีที่ได้รับพระราชทานมาเตรียมต้อนรับเขา
นางเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อว่าเขาจะมาไม้ใด แต่เวลาผ่านไปเรื่อยๆ กลับยังไร้เงาเขาปรากฎขึ้นที่ห้องรับแขก น้ำชานั้นเย็นชืดเสียรสชาติไปแล้ว
จวนแม่ทัพอาจจะกว้างขวาง แต่ระยะทางจากประตูหน้ามาห้องรับแขกนั้นใช้เวลาเพียงอึดใจ...แต่ทำไมเขายังไม่โผล่หัวมา?
เวลาผ่านไปหนึ่งเค่อ...(15 นาที)
ซื่อเซี่ยยี่ผุดลุกผุดนั่ง นางแสร้งทำเป็นเดินจัดนั่นนู่นนี่ แต่ไม่วายชะเง้อมองประตูอยู่ตลอด
"ขอบพระคุณเจ้าค่ะนายท่าน" เสียงหวานของสาวใช้ตัวน้อยของนางดังขึ้น
"ไม่เห็นต้องขอบใจเลย เป็นแค่ขนมเล็กๆน้อยๆเอง" เสียงระรื่นของฉีจู้เฉิงเอ่ยตอบ
"แหม...แต่บ่าว...เป็นแค่สาวใช้"
"ไม่เห็นเป็นอะไรเลย เจ้าน่ารักออกปานนี้"
ซื่อเซี่ยยี่กัดฟันกรอด รีบวิ่งไปซุ่มดูที่ซอกประตู...ฉีจู้เฉิง! ไหนบอกว่ารักเพียงข้า แล้วที่เจ้าพ่นคำหวานอยู่นี่คือสิ่งใด!
ดีล่ะ! เช่นนั้นก็เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้เลยก็แล้วกัน!
