พบปะ 1
ซื่อเซี่ยยี่ครุ่นคิดอยู่ครึ่งค่อนวัน ไม่อาจหาคำตอบให้ตนเองได้ว่า คนพิลึกผู้นี้เหตุใดต้องการแต่งงานกับนางเพียงนี้ฟังจากที่เขาพูด หรือนางกับเขาจะเคยมีบุญคุณความแค้นต่อกัน?
อีกประการหนึ่ง เขามีบรรดาศักดิ์ถึงชั้นเลี่ยโหว ซึ่งสูงกว่านางไม่กี่ขั้น เหตุใดนางจึงไม่เคยพบเห็นเขามาก่อน? ยิ่งคิดก็ยิ่งหาคำตอบให้ตนเองไม่ได้ จำเป็นต้องหาผู้อื่นมาช่วยเฉลย
จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก รัชทายาทองค์ปัจจุบัน!
แม่ทัพสาวรีบลุกขึ้นแต่งองค์ทรงเครื่อง และเข้าวังไปเข้าเฝ้าองค์รัชทายาท
ตำหนักตงกง
"วันนี้อากาศดีนัก" เฉินไห่เยี่ยน หรือองค์รัชทายาท ตรัสพลางร่ำสุราภายในตำหนักของพระชายา พระองค์ชมชอบบรรยากาศแสนสบายเช่นนี้มากกว่าการไปขลุกกับราชกิจที่เสด็จพ่อขยันโยนมาให้เสียอีก
"เพคะ นี่ก็เข้าฤดูสารทแล้ว อากาศจะเย็นสดชื่นเพียงใด พระองค์ก็อย่าได้ทรงละเลยการดูแลพระวรกายนะเพคะ” พระนางสือเฟย พระชายาเอกขององค์รัชทายาทตรัสเสียงนุ่มนวล
พระนางสือเฟยนั้นมิได้มีรูปโฉมเลิศเลอดังที่ใครคาดฝัน แต่มิได้แย่ถึงกับไม่น่ามอง ดวงหน้าของพระองค์เรียวเป็นรูปไข่ ดวงตาหงส์วาววับ มากลูกล่อลูกชน มีรอยยิ้มอ่อนโยนประดับใบหน้าอยู่เสมอ ว่ากันว่า เสน่ห์ของพระนางที่สามารถมัดใจองค์รัชทายาทเอาไว้ได้คือความเก่งกล้า ฉลาดเฉลียว ไม่ว่าจะขี่ม้า ยิงธนู พระนางล้วนสามารถ แต่ถึงกระนั้นกลับยังคงความนุ่มนวลอ่อนหวาน เป็นแม่ศรีเรือนทุกกระเบียดไปพร้อมกันได้ด้วย
"ข้ารู้แล้ว เจ้าเองก็เช่นกัน อย่ามัวแต่ห่วงข้าจนลืมตัวเอง" มือใหญ่วางทาบที่มือนุ่มเนียน "ข้ารักเจ้ามากนะ"
"หม่อมฉันทราบแล้วเพคะ" นางหลุบตาลงต่ำ ใบหน้าป็นสีชมพูระเรื่อดูพริ้มเพราน่ารัก
ขณะที่ความหวานกำลังลอยฟุ้งเต็มตำหนัก เสิ่นกงกงขันทีคนสนิทก็รีบเข้ามากราบทูลว่าแม่ทัพซื่อมาขอเข้าเฝ้า รัชทายาททรงถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ "ข้าทายไว้ไม่มีผิดว่าไม่เกินเย็นนี้นางต้องมาแหกอกข้าแน่ๆ เจ้าดูสิ ผิดจากที่พูดเสียที่ไหน?"
พระชายากลับหัวเราะคิกคัก "พระองค์ทรงสนิทสนมกับท่านแม่ทัพ แต่กลับสนับสนุนรู้เห็นเป็นใจบังคับนางแต่งงาน สมควรแล้วที่นางจะโกรธนะเพคะ"
"ข้าไม่ได้เห็นด้วยนะ ข้าค้านเต็มที่แล้ว" รัชทายาทครวญเสียงอ่อย
"รัชทายาท! มุดหัวอยู่ที่ไหนเพคะ! ออกมาพบหม่อมฉันเดี๋ยวนี้!"
คำสบถสลับราชาศัพท์ดังลั่นจนรัชทายาทสะดุ้ง สุราในจอกกระฉอกเล็กน้อย
"ให้หม่อมฉันออกไปรับหน้าก่อน ดีหรือไม่เพคะ?" พระชายาแย้มสรวลเมื่อเห็นรัชทายาทมีสีหน้ากลัดกลุ้ม
"ไม่เป็นไร พอรับมือไหว" เขาโบกหัตถ์ไปมา ก่อนหันไปมองร่างระหงที่เดินจ้ำมาหาเขา
"ถวายบังคมรัชทายาทและถวายพระพรพระชายาเพคะ" ซื่อเซี่ยยี่เข้ามาก็รีบถวายคำนับอย่างลวกๆ
"เจ้าได้รับราชโองการจากเสด็จพ่อแล้วสินะ ถึงได้มาที่นี่"
"เพคะ"
"ได้เจอว่าที่เจ้าบ่าวหรือยัง?" รัชทายาทหันไปส่งสาวใช้ให้นำชาเย็นๆมาให้ซื่อเซี่ยยี่แทนชาร้อน
ซึ่งปกติแล้วจะไม่นิยมดื่มกัน...คนอารมณ์ร้อนเจอเครื่องดื่มร้อนๆ ทรงเกรงว่าจะเกิดเรื่องได้
"เจอแล้วเพคะ"
"ต้องใจหรือไม่?"
นางกลับบีบถ้วยชาแหลกคามือ ช้อนสายตาขุ่นจัดมองรัชทายาท "ฝ่าบาทกับพระองค์คิดทำสิ่งใด ถึงได้พระราชทานสามีวิปริตให้หม่อมฉัน?!"
"วิปริต? ถึงเขาจะนิสัยแปลกไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงขนาดวิปริตนะ" รัชทายาทเลิกคิ้ว
"คนปกติที่ไหนรู้จักบ้านผู้อื่นทุกซอกทุกมุมดีกว่าเจ้าของบ้านเสียอีก!"
"เขาเรียกว่าใส่ใจคนรักทุกรายละเอียดอย่างไรเล่า..."
"ใส่ใจมารดาท่านสิ!"
"เสด็จแม่ไปเกี่ยวอะไรด้วย?"
"หม่อมฉันแค่เปรียบเปรย!"
พระชายาหัวเราะเสียจนท้องคัดท้องแข็งอยู่ข้างๆ พระนางทนไม่ไหว เกรงว่าคราวหน้าจะพาดพิงไปถึงฝั่งบิดา ถึงครานั้นอาจได้หัวหลุดจากบ่ากันหมด "แม่ทัพซื่อ ท่านใจเย็นๆก่อน" พระนางเดินไปอยู่เคียงข้าง "นอกจากเรื่องนี้แล้ว โหวเหย๋มีสิ่งใดที่ทำให้ท่านไม่พอใจอีก?"
"เขาบังอาจจูบข้า!"
"ตายล่ะ มิน่า ท่านถึงได้โมโหปานนี้" พระชายาทำท่าทางตกพระทัย
"ทำเอาหม่อมฉันชาไปหมดทั้งร่าง" ซื่อเซี่ยยี่โวยวายต่อ
"อา...ฤทธิ์จูบท่านโหวเหย๋มากเพียงนี้..."
"ใช่ที่ไหนล่ะ! เจ้านั่นป้ายยาชาไว้ที่ปาก จากนั้นก็บังคับให้หม่อมฉันรับราชโองการ!"
โอรสมังกรฟังแล้วสรวลออกมาเสียงดัง เจ้าฉีจู้เฉิงผู้นี้ไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากที่ใดกัน ถึงได้กล้าลูบคมแม่ทัพซื่อได้ถึงขนาดนี้!
"ซื่อเซี่ยยี่ ดูท่าเจ้าจะได้พบบุรุษที่คู่ควรกับเจ้าแล้ว! ฮ่าๆๆๆๆ!"
