สมรสพระราชทาน 3
ซื่อเซี่ยยี่นึกเห็นใจคนฟั่นเฟือนผู้นี้...อา คนบ้ามักบอกว่าตัวเองไม่บ้า เป็นเช่นนี้สินะ นางถอนใจแล้วพูดต่อ "น้องชาย เจ้าเชื่อข้าเถอะ แต่งกับข้า ไม่มีความสุขหรอก เจ้าล้มเลิกความคิดเถอะนะ"
"ข้าไตร่ตรองและคิดถี่ถ้วนดีแล้ว จึงได้ไปเข้าเฝ้า ทูลขอสมรสพระราชทาน" ฉีจู้เฉิงยิ้มบาง "ขอเพียงได้ติดตามอยู่ข้างกายท่านแม่ทัพ ไม่ว่าต้องทำเช่นไรข้าก็ยอม"
"ถ้าต้องการแบบนั้น มิสู้มาเป็นลูกน้องข้า!"
"แต่ข้าอยากดูแลท่านทั้งในยามศึกและยามอยู่บนเตียงนี่"
"หน้าไม่อาย!"
"ขอบคุณท่านแม่ทัพที่เยินยอ" ฉีจู้เฉิงเดินมาใกล้อีก ครานี้ยื่นมือมาโอบเอวนาง "ข้าว่าท่านควรรับราชโองการแต่โดยดีเถิด ท่านเป็นขุนนางภักดีมานาน อย่าได้เสียเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้เลย"
ซื่อเซี่ยยี่ตอบโต้ด้วยสัณชาตญาณการป้องกันตัวระยะประชิด...คนผู้นี้มือไวชะมัด! นางจับมืออุ่นที่เอวและออกแรงบีบรุนแรง ดึงร่างสูงเข้าหาตัว เตรียมจะบิดไพล่ไปด้านหลังของเขา แต่คาดไม่ถึงว่าเขาจะหมุนตัวตามการบิดหมุนของนาง ทำให้นางเป็นฝ่ายเสียหลักเอง!
"ท่านแม่ทัพ เดินระวังหน่อย" เขาเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "เช่นนี้อย่างไรเล่าท่านถึงต้องมีคนอยู่เคียงข้าง"
"เจ้า!" นางไม่คาดว่าเขาจะหลบการโจมตีของนางได้ ทั้งยังเป็นฝ่ายมีชัยเสียอีก...บุรุษผู้นี้ คงไว้ชีวิตไม่ได้!
นางดีดตัวออกห่างและพุ่งเข้าหาพร้อมโจมตีเขาด้วยท่าหมัดท่าเท้าอย่างรุนแรง ซึ่งอีกฝ่ายก็หลบและปัดป้องเท่าที่จำเป็นเท่านั้น แต่เพียงเท่านี้ก็เรียกโทสะจากซื่อเซี่ยยี่ให้มากขึ้นไปอีก
ผ่านไปสิบกระบวนท่า ฉีจู้เฉิงก็เริ่มโอดครวญ "เซี่ยเอ๋อร์ ข้าเหนื่อยแล้ว พอเถอะ!"
"หุบปาก!" นางวาดเท้าเตะเฉียดหน้าจู้เฉิงไป "ผู้ใดใช้ให้เรียกข้าเช่นนั้น!"
"แต่เรามิใช่คนอื่นคนไกลกันแล้วนะ"
"ย่าเจ้าสิ!"
นางพุ่งเข้าหาเขาอีกครั้งด้วยความโกรธถึงขีดสุด แต่คราวนี้เขากลับยืนนิ่งรับพลังหมัดที่พุ่งกระแทกไหล่ซ้ายเข้าเต็มๆ
"เจ้าโง่! เหตุใดครานี้ถึงไม่หลบ!" นางร้องด่าแต่ก็รีบนั่งลงเบื้องหน้าเขา สองมือบางยื่นไปจับไหล่เขาด้วยความตระหนก
ทันใดนั้นเองนางก็สมองอื้ออึง เห็นรอยยิ้มมุปากมากเล่ห์ที่ริมฝีปากคู่นั้นของเขาลอยอยู่ตรงหน้า ไม่ทันจะตอบสนอง ริมฝีปากคู่นั้นก็บินมาประกบริมฝีปากนาง นางนั่งตัวแข็งทื่อ ใจก่นด่าเขาไม่เป็นภาษา แต่ที่นางนั่งนิ่งเช่นนี้ หาได้เพราะตกใจเพียงอย่างเดียวไม่ แต่เพราะที่ริมฝีปากของเขามียาชา!!
"อึก" ร่างบอบบางทรุดลงกับพื้น ฉีจู้เฉิงรีบยื่นมือเข้าประคอง ยาชาตัวนี้ร้ายกาจนัก เพียงเล็กน้อยก็ทำให้นางวิงเวียนหมดสิ้นเรี่ยวแรง แม้แต่เปลือกตายังยกไม่ขึ้น ร่างกายอ่อนระทวยดังเต้าหู้ก้อนหนึ่ง จะเดินลมปราณตอบโต้ยังทำไม่ได้
นางเสือสาวสิ้นฤทธิ์ ฉีจู้เฉิงยิ้มมุมปาก รีบเอ่ยกับขันทีเฒ่าที่ยืนถือราชโองการตัวสั่นอยู่ไม่ไกล "ฉีจู้เฉิงและซื่อเซี่ยยี่ รับราชโองการ"
จางกงกงตกใจจนท่าทางเลิ่กลั่ก
ฉีจู้เฉิงต้องรีบป้องปากร้องบอก "จางกงกง มาเร็ว เดี๋ยวยาชาหมดฤทธิ์เสียก่อน!"
จางกงกงจึงรีบยัดม้วนราชโองการใส่มือของซื่อเซี่ยยี่...ที่ถูกฉีจู้เฉิงชักใยควบคุมตามใจชอบ เมื่อราชโองการพ้นมือไปได้ในที่สุด จางกงกงขันทีคนสนิทก็รีบขอบคุณฉีจู้เฉิงเสียยกใหญ่ มีสายตาอาฆาตของซื่อเซี่ยยี่มองติดตามด้วยไฟโทสะที่สุมอก
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” ฉีจู้เฉิงโบกมือไปมา
"ไม่เป็นไรมิได้ โหวเหย๋ หากไม่ได้ท่าน ข้าน้อยคงไม่มีหน้ากลับไปทูลฝ่าบาทเป็นแน่แท้" จางกงกงประจบ ค้อมร่างตนลงมาต่ำ
"ข้าก็ต้องขอบพระคุณกงกงมากขอรับ" ฉีจู้เฉิงเอ่ยและสอดถุงเงินเล็กๆค่าน้ำร้อนน้ำชาให้กงกง
จางกงกงรีบคำนับให้สองหนุ่มสาวแล้วขึ้นเกี้ยวจากไป ทิ้งให้ฉีจู้เฉิงโอบกอดซื่อเซี่ยยี่ในอ้อมแขน เขาหัวเราะเบาๆช่วยจัดท่านั่งของนางให้สบาย ใช้วงแขนอุ่นกอดนางไว้แนบอก "ดีนะที่ข้าเตรียมการเอาไว้ ไม่เช่นนั้นท่านคงอาละวาดจนตะวันตกดินเป็นแน่" แม้จะอยากนั่งกอดนางทั้งวันทั้งคืน แต่ก็คิดว่าไม่ควรเอ้อระเหยนาน "ข้าว่าข้าพาท่านไปพักด้านในดีกว่า ร่างสูงรีบช้อนอุ้มร่างนางขึ้น "เอ ห้องของท่านแม่ทัพไปทางไหนน้า อ้อ นึกออกแล้ว ไปทางนี้"
เดี๋ยว! เจ้านี่รู้จักห้องนางได้อย่างไร!?
"ท่านคงอยากถามว่าเหตุใดข้าถึงรู้" เขาเดินเลี้ยวขวาเลี้ยวซ้ายไปเรื่อย "ข้ามาแอบมาดูหลายหนแล้ว ข้าวาดแผนที่เอาไว้ด้วยนะ อยากเห็นหรือไม่?"
ว...วิปริต! เจ้านี่ต้องเป็นคนวิปริตแน่นอน!
สวรรค์! นางผ่านศึกนับร้อย แต่มิเคยรับมือกับคนวิปริตสักครั้ง! ทั้งยังเป็นคนวิปริตที่คิดจะแต่งงานกับนางอีก!! เวรกรรมอันใดของนางกันนะ!!
ขณะที่กำลังคิดหาทางจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์เช่นนี้อย่างไร ฉีจู้เฉิงก็พานางมาที่ห้องของนางได้อย่างถูกต้อง "ยาชานี้ออกฤทธิ์เพียงครึ่งก้านธูป ท่านมิต้องกังวลไปหรอก" เขาวางร่างนางบนเตียง
ครึ่งก้านธูป!? ถ้าเจ้าบ้านี่คิดจะทำอะไรในสภาพนี้ นางจะช่วยเหลือตนเองอย่างไรได้เล่า!
"ท่านแม่ทัพ..." วางนางลงบนเตียง ดึงผ้าห่มมาห่มให้เรียบร้อย เขาถอยออกไปนั่งที่โต๊ะรับแขก ไม่แตะต้องหรือฉวยโอกาสกับนางอีก "ข้าเพียงอยากใช้ชีวิตที่เหลือดูแลท่าน มิได้ต้องการล่วงเกินท่าน"
ซื่อเซี่ยยี่ฟังชายหนุ่มตรงหน้าอย่างนึกฉงน เขาต้องการแต่งงานกับนางทำไม? มีแต่คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวนางตลอด
"วันนี้ท่านควรพักผ่อน ข้าเองก็จะกลับไปกินยาเสียหน่อย หมัดของท่านนั้นไม่เบาทีเดียว" เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าซับเลือดที่มุมปาก "ข้าจะรอตอบคำถามท่านอยู่ที่จวนโหว..."
คำตอบอันใด?! นางในสภาพนี้จะตอบอะไรได้?!
อีกฝ่ายเพียงยิ้มอบอุ่น จากนั้นจึงเดินออกจากห้องไป
