ตอนที่ 14 อยู่บ้านใหม่ท่านแม่ใจดี
ในห้วงความคิดของเสี่ยวเป่า
‘ตั้งแต่ท่านแม่ย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังใหม่ ท่านแม่ก็ใจดีมากขึ้นทุกวัน ดูสินอนกับท่านแม่ทุกวันหลับสนิทยิ่งนัก ท่านแม่ทำอาหารอร่อยแถมยังมีผลไม้แสนหวานอีกด้วย เมื่อก่อนตอนอยู่บ้านท่านย่าทวดท่านแม่ใจร้ายยิ่งนัก’
เสี่ยวเป่าตั้งมั่นในใจว่าจะเชื่อฟังท่านแม่ทุกอย่าง และจะไม่กลับไปบ้านเก่าแน่นอน
จ้าวอิงเห็นสายตาที่เสี่ยวเป่ามองมาก็ให้รู้สึกขนลุกขนชัน สายตาของเขาเปล่งประกายเหมือนเวลานางเห็นกลุ่มคนที่เฝ้าติดตามไอดอลที่ตนชื่นชอบ
จ้าวอิงมีความทรงจำเก่า ๆ ของจ้าวอิงอิงอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดบางความทรงจำมีเพียงเหตุการณ์รวม ๆ ไม่มีหน้าหรือก็ไม่ชัดเจน มีเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้เท่านั้นที่ชัดเจน ยิ่งช่วงเวลาก่อนนางย้ายมาอยู่หมู่บ้านนี้ยิ่งเลือนราง เอาเถอะชีวิตคนชนบทจะมีความทรงจำอะไรมากมายเล่า แล้วนางก็ปัดความคิดทิ้งไป
ระหว่างที่พวกเขากำลังนั่งรวมกันที่ห้องโถงอยู่นั้น จ้าวอิงจึงถามพ่อลู่
“ท่านพ่อท่านวางแผนใช้พื้นที่หลังบ้านไว้อย่างไรหรือเจ้าคะ”
“ตอนนี้เลยช่วงเวลาที่จะเพาะปลูกถั่วเหลือง และข้าวโพดไปแล้ว คงต้องถางที่ให้เรียบร้อยก่อน อาจจะยกแปลงปลูกผักสักสองสามอย่างให้พวกเราได้เก็บมากิน พอผ่านฤดูหนาวไปแล้วค่อยวางแผนอีกครั้ง” พ่อลู่ตอบ
“ยังไงปีนี้ก็ยังปลูกข้าวโพดหรือถั่วเหลืองไม่ได้ ข้ามีความคิดอย่างหนึ่งเจ้าค่ะ ครั้งก่อนที่ไปขายสมุนไพรให้โรงหมอ ….”
แล้วจ้าวอิงก็เล่าว่าทางโรงหมอชุ่ยจู๋ต้องการสมุนไพร และให้ราคาที่ยุติธรรมแน่นอน และทางโรงหมอจะเป็นผู้หาเมล็ดพันธุ์ให้ เพียงแค่ดูแลให้สมุนไพรที่ปลูกนั้นมีคุณภาพและประสิทธิภาพทางยา ยิ่งคุณภาพดีราคาก็จะดีตามไปด้วย
“อย่างน้อย ๆ เดือนเดือนหนึ่งครอบครัวเราจะมีรายได้อย่างต่ำก็ยี่สิบหรืออาจจะถึงสี่สิบห้าสิบตำลึงเลยนะเจ้าคะ อีกอย่างที่ด้านหลังบ้านค่อนข้างกว้าง แบ่งเป็นสามส่วน ส่วนแรกปลูกพืชผักไว้กินเอง ส่วนที่สองขุดร่องน้ำมีบ่อเพื่อเลี้ยงปลาและรดน้ำแปลงผักได้ และอีกส่วนที่จะกว้างที่สุดนำมาทำเป็นแปลงสมุนไพร แบบนี้พวกเราจะมีรายได้มาหาซื้อของใช้สำหรับหน้าหนาว และมีผักทำเสบียงด้วยเจ้าค่ะ พวกท่านคิดเห็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
“…..”
ทั้งสองสามีภรรยา อ้าปากค้างไปแล้วแทบจะใส่ไข่ทั้งฟองได้เลย
“คิก คิก ท่านปู่ ท่านย่าตลกมาก”
เสี่ยวเป่าอดไม่ได้ที่จะขำออกมา
เมื่อถูกหลานชายหัวเราะใส่ พ่อลู่และแม่จางหุบปากลงทันใด หลังจากนั้นโต๊ะกินข้าวก็มีแต่เสียงหัวเราะของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หลังหัวเราะกันจนพอใจแล้ว พ่อลู่ก็ตัดสินใจได้
“เอาตามที่อาอิงว่าก็แล้วกัน ตอนนี้แผลที่ขาข้าก็สมานกันดีแล้ว คิดว่าน่าจะออกไปตัดต้นไผ่มาทำรั้วได้แล้ว”
จางซื่อฟังแล้วค้านทันที
“ข้าก็เห็นด้วยตามที่อาอิงกล่าว แต่ขาของท่านเพิ่งจะสมานตัวไม่สมควรขยับมากนัก”
“ข้าก็เห็นด้วยกับท่านแม่เจ้าค่ะ ขาท่านต้องรักษาให้หายดีก่อนจะได้ไม่เป็นปัญหาเรื้อรังในภายหลัง ตอนที่พวกเราออกมาจากบ้านใหญ่ทุกคนต่างรู้ว่าเราขัดสนนัก ขุดแปลงผักเพื่ออำพรางสายตาก็เป็นวิธีที่ดีเช่นกัน”
ทุกคนบนโต๊ะพยักหน้าเห็นด้วย
“ข้าก็จะช่วยท่านแม่ปลูกผัก”
เสี่ยวเป่าเห็นทุกคนพยักหน้าก็เลียนแบบเป็นผู้ใหญ่ตัวน้อยอีกคน
สร้างเสียงหัวเราะอีกระลอกใหญ่ เพราะท่าทางที่ดูน่ารักน่าเอ็นดูของเขา
วันนี้ทุกคนจึงเข้าไปถางแปลงดินหลังบ้าน จนใกล้เวลากินมื้อกลางวัน จ้าวอิงเข้าครัวเพื่อมาทำบะหมี่ไข่ให้คนละชาม หลังกินเสร็จช่วงบ่ายจางซื่อก็นำผ้ามาทำปลอกผ้าห่ม ปลอกหมอนใหม่ให้กับทุกคน
ระหว่างนี้ถังเสียนก็มาพร้อมชายร่างกายกำยำผิวสีคล้ำแดด ใบหน้าแดงก่ำ เนื่องจากการทำงานหนัก หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินมานาน
“ลู่ซานถิงวันนี้ข้าพาอาเต๋อมาดูเรื่องที่จะขุดบ่อน้ำ”
ถังเสียนเรียกมาจากด้านหน้าบ้าน
“เชิญ ๆ ๆ ๆ เข้ามาก่อน รออาอิงสักครู่เถิด.... เสี่ยวเป่าไปตามแม่เจ้ามาหน่อยบอกว่าลุงถังมาดูที่ขุดบ่อน้ำ”
พ่อลู่บอกกับถังเสียนและหันไปหาเสี่ยวเป่า เสี่ยวเป่ารับคำแล้วไปตามจ้าวอิงทันที จ้าวอิงที่ขณะนี้ยังเก็บเศษหญ้ามากองไว้เพื่อทำปุ๋ยหมักอยู่ที่สวนหลังบ้าน
“ท่านแม่ ท่านปู่ให้มาบอกท่านว่าลุงถังพาคนมาขุดบ่อน้ำ ให้ท่านแม่มาดูด้วยกัน”
จ้าวอิงได้ยินแล้วก็ทิ้งเศษใบไม้ในอ้อมกอดแล้วปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า
“ไปกันเถอะ” จ้าวอิงยิ้มแล้วหันมาจูงมือเสี่ยวเป่า
เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านเห็นอาถังเสียนและชายแปลกหน้าอีกคนกำลังเดินรอบ ๆ ลานบ้านดูท่ากำลังหาจุดที่จะขุดลงไป จ้าวอิงจึงเดินเข้าไปหาพร้อมเอ่ยทัก
“ท่านอาถัง สวัสดียามบ่ายเจ้าค่ะ”
จ้าวอิงโค้งตัวทักทายผู้มาใหม่ทั้งสอง
“ภรรยาเหวินเหยา นี่คือถังเต๋อเขาจะมาขุดบ่อน้ำให้บ้านเจ้า วางใจได้เลยปกติอาเต๋อรับจ้างทำอยู่แล้วฝีมือไว้ใจได้”
ถังเสียนกล่าวแนะนำ
“สวัสดียามบ่ายท่านอาถังเต๋อ ฝีมือท่านต้องดีอยู่แล้วเจ้าค่ะ ข้าเชื่อท่านเพียงมีคำถามเล็กน้อยเรื่องรูปแบบของบ่อน้ำเท่านั้น ว่าที่บ้านข้าหลังนี้สามารถทำแบบไหนได้บ้าง” จ้าวอิงหันไปถามถังเต๋อ
ถังเต๋อที่ปกติจะรับจ้างไปทั่วอำเภออยู่แล้ว เพียงมองหน้านางเล็กน้อยแล้วตอบตามตรง
“บ้านเจ้าอยู่ติดเชิงเขาหลังบ้านมีแม่น้ำไหลผ่าน ไม่ต้องขุดลึกมากนัก เพียงสองสามจั้งก็ได้น้ำสะอาดแล้ว ขุดแบบธรรมดาไม่ก่ออิฐล้อมรอบไม่มีชักรอกก็ห้าตำลึง อีกแบบคือก่ออิฐหนาล้อมรอบ ทำชักรอกเหล็กก็แปดตำลึง”
จ้าวอิงหันไปหาพ่อลู่ พ่อลู่ทำหน้าเห็นได้ชัดว่าให้นางตัดสินใจ เขาไม่กล้าใช้เงินจริง ๆ จึงหันไปหาจ้าวอิงว่า
“อาอิง ... เจ้าอยากได้แบบไหนก็บอกท่านอาถังเต๋อได้เลย”
จ้าวอิงรู้อยู่แล้วว่าพ่อสามีนางไม่กล้าใช้เงินจึงพยักหน้าเรียบ ๆ
“ท่านอาถังช่วยทำแบบก่ออิฐเถิดเจ้าค่ะ บ้านข้ามีเด็กเล็กจะได้ไม่ต้องห่วงนัก”
“ได้เลยงั้นบ่ายนี้ข้าจะไปซื้ออิฐกับอุปกรณ์มารอไว้ก่อน”
ถังเต๋อกล่าว
“ท่านรอตรงนี้สักครู่นะเจ้าคะ”
จ้าวอิงบอกให้ถังเต๋อรอ แล้วนางวิ่งไปหยิบเงินออกมาให้ถังเต๋อทั้งหมดเจ็ดตำลึง แต่ถังเต๋อรับไว้เพียงสี่ตำลึงแล้วกล่าวว่ารับบางส่วนก่อนหากงานเสร็จจนนางพอใจค่อยจ่ายส่วนที่เหลือ จ้าวอิงก็ไม่ได้ดึงดันหันไปหาถังเสียนที่ตอนนี้กำลังคุยกับพ่อลู่เรื่องอาการบาดเจ็บอยู่
“ท่านอาถังเสียนขอบคุณท่านมากนะเจ้าคะที่เป็นธุระให้เย็นนี้อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิเจ้าคะ”
“ฮ่า ๆ อาอิงอย่าเกรงใจเลย ถังเต๋อเองก็เป็นคนในครอบครัวข้า เขาได้ประโยชน์ก็ดีกับคนในครอบครัวเช่นกัน ไว้คราวหน้าพวกเจ้ามีอะไรก็เรียกหาข้าได้”
“ได้เลยเจ้าค่ะ”
“เอาล่ะข้าไปก่อนที่บ้านยังมีงานอีก”
จ้าวอิงเดินไปส่งสองคนจากสกุลถังที่หน้าบ้าน แล้วหันกลับมาเล่าที่ตกลงกับถังเต๋อให้จางซื่อฟัง
“ท่านแม่ข้าตกลงเรื่องทำบ่อน้ำเรียบร้อยแล้วนะเจ้าค่ะ ทำแบบก่ออิฐล้อมรอบจะได้ปลอดภัย อีกอย่างวันนี้ยังมีเวลาข้าจะเข้าไปดูกับดักในป่าเสียหน่อยนะเจ้าคะ”
“ระวังตัวด้วยอย่าออกมาช้านักล่ะเดี๋ยวจะมืดค่ำเสียก่อน”
จางซื่อกำชับนางแล้วก็หันไปเย็บผ้าที่กองไว้ต่อ นางต้องเร่งมือเพราะหากแสงจากดวงอาทิตย์หมดไปก็ไม่สามารถทำต่อได้แล้ว
จ้าวอิงเห็นแบบนั้นก็อดสงสารแม่สามีของนางไม่ได้ แต่นางช่วยไม่ได้จริง ๆ ครั้นจะจ้างชาวบ้านมาช่วยทำ จางซื่อนางก็ไม่ยอมบอกว่างานเล็กน้อยนางทำคนเดียวก็พอแล้วให้เก็บเงินเอาไว้
เอาเถอะค่อย ๆ ปรับไปก็แล้วกัน ก่อนจะออกไปถางที่หลังบ้านต่อ
วันนี้งานถอนหญ้าเกือบหมดแล้ว นางจึงขึ้นแปลงไว้ด้านหลังครัวเพื่อที่จะปลูกสมุนไพรที่นางเจอในป่าครั้งก่อน ใช่แล้วนางคิดจะเอาสมุนไพรมาขยายพันธุ์เองที่บ้าน นางไม่อาจเอาสมุนไพรในห้วงมิติออกมาขายได้ตลอด
เพราะของส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรที่ไม่มีให้เห็นทั่วไป จะกล่าวว่าเก็บในป่าลึกก็ดูไม่น่าเชื่อถือโสมและเห็ดหลินจือนางก็มีจำกัด ขายแล้วหมดไปหากถึงคราวจำเป็นจะหาไม่ได้อีก
ดังนั้นนางต้องคิดหาวิธีหาเงินให้ได้มากที่สุด ห้วงมิติของนางตอนนี้มีพื้นที่จำกัด แปลงปลูกสมุนไพรแปลงใหญ่ยังข้ามผ่านบาเรียนั้นไปไม่ได้ ถูกจำกัดไว้แค่ตัวเรือนสองเรือนและแปลงผักเล็ก ๆ เท่านั้น ถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้วิธีว่าจะข้ามผ่านบาเรียนั้นไปอย่างไร
ช่างเถอะ ๆ ได้เท่านี้ก็ดีมากแล้ว นอกจากแปลงสมุนไพรป่ายังทำแปลงผักเพิ่มด้วย จากนั้นก็นำเมล็ดผักที่ซื้อมาลงหว่าน และยังนำน้ำพุจากกลางสวนผักในห้วงมิติออกมารดอีกด้วย
น้ำพุนี้เป็นน้ำแร่ที่นางต่อมาจากบ่อน้ำพุร้อนกลางหุบเขานอกกระท่อมไว้ ซึ่งนางค้นพบว่าน้ำพุร้อนแห่งนั้นมีแร่ธาตุสูงมาก ทั้งยังช่วยรักษาบาดแผล นำมาทำกษัยยาก็ดึงประสิทธิภาพออกมาได้หลายเท่านัก เมื่อนำมารดพืชผัก ก็จะทำให้เจริญงอกงามอย่างคาดไม่ถึง ดียิ่งกว่าปุ๋ยเคมีเสียอีก
หลังจากหว่านเมล็ดแล้วนางกำลังจะขึ้นเขาต่อ ครั้งนี้เสี่ยวเป่าขอตามไปด้วย เขาทำหน้าละห้อยดูน่าสงสารยิ่ง
“ท่านแม่ข้าขอติดตามท่านไปในป่าด้วยได้หรือไม่ขอรับ”
“ตอนนี้เสี่ยวเป่ายังเล็กเกินไป เอาไว้โตกว่านี้ค่อยตามแม่เข้าไปดีหรือไม่”
นางพาเสี่ยวเป่าไปด้วยไม่ได้เพราะระยะทางไกลมาก อีกอย่างเขาเองก็คงเดินไม่ไหวด้วย ครั้นจะให้นางแบกเขาไว้คงหน้ามืดเสียก่อน ลำพังร่างอ้วน ๆ นี่ นางก็ลำบากพอตัวแล้ว และนางจะเข้าไปดูกับดักที่ข้างน้ำตกด้วยหากได้สัตว์มากมากยิ่งแล้วใหญ่ มีเด็กไปด้วยจะยิ่งลำบาก
“เอาแบบนี้แล้วกัน ไว้แม่จะเอาผลไม้อร่อย ๆ จากในป่ามาฝากเยอะ ๆ ดีหรือไม่”
“ได้ขอรับวันนี้ข้าจะช่วยท่านปู่ถอนหญ้าเอง”
“เสี่ยวเป่าของแม่รู้ความเป็นที่สุด แต่ต้องดื่มน้ำให้มาก ๆ ด้วยนะ”
จ้าวอิงกล่าวชื่นชมเขาพร้อมกับลูบหัวเขาไปด้วย .....
