ตอนที่ 15 จบลงด้วยรอยยิ้ม
จ้าวอิงแบกกระบุง และจอบเล็ก ๆ ไปด้วย จากนั้นเริ่มเดินลัดเลาะออกไปทางด้านหลังบ้าน แม่น้ำยามนี้น้ำไม่เชี่ยวมากนัก จึงยังสามารถเดินตามโขดหินเพื่อข้ามไปได้สบาย ๆ
เมื่อผ่านป่าไผ่ทุ่งหญ้าไปแล้ว นางเดินสำรวจสองข้างทางไปด้วย ทางเดินค่อนข้างรกเพราะป่าด้านนี้ไม่ค่อยมีใครเข้ามามากนัก
ก่อนเข้าป่าทึบจ้าวอิงจึงนำสเปรย์กันแมลงออกมาฉีดให้ทั่วตัว แล้วมุ่งหน้าไปทางน้ำตก สอดส่ายสายตามองสองข้างทางเห็นสมุนไพรก็จดจำไว้ขากลับจะได้ขุดออกไปด้วย
“ร่างอ้วนนี้ไม่ไหวเลยจริง ๆ เดินนิดหน่อยก็หอบ ไหนจะคอแห้งนี่อีก ชาวบ้านใช้ชีวิตสมถะ แต่เจ้าอ้วนได้ขนาดนี้ช่างผิดวิสัยจริง ๆ เห่อ ๆ ”
จ้าวอิงเดินไปบ่นไปงึมงัม หากเป็นร่างเดิมชาติที่แล้วของนาง เพียงระยะทางเท่านี้ยี่สิบสามสิบนาทีก็คงถึงที่หมายแล้ว นี่กินเวลาเป็นชั่วโมง ๆ กว่าจะลากร่างอ้วน ๆ มาถึงจุดหมายได้
เมื่อเดินเข้าไปดูหลุมกับดักที่วางไว้ จ้าวอิงพบว่ามีกวางดาวตัวอ้วนอยู่ก้นหลุม เมื่อจับดูแล้วยังอุ่นเล็กน้อย แสดงว่าเพิ่งตายได้ไม่นาน
ไปดูอีกสองหลุมก็มีกระต่ายตัวขาวราวหิมะ มันยังไม่ตายด้วยที่มันตัวเล็กจึงไม่โดนไม้แหลมเสียบในจุดสำคัญเพียงขาเท่านั้นที่ติดอยู่ทำให้มันหนีออกไปไม่ได้ แต่ดูแล้วน่าจะติดมาเป็นวัน ๆ ดูอิดโรยและอ่อนกำลังอย่างเห็นได้ชัด จ้าวอิงจึงจัดการปลิดชีพเจ้ากระต่ายก่อน มันจะได้หลุดพ้นความทรมานเป็นวิธีที่ปรานีที่สุดสำหรับสถานการณ์นี้
แล้วนางโยนกวางดาวและกระต่ายเข้าห้วงมิติ แล้วเดินไปเก็บใบเผือกป่ามารองก้นกระบุง แล้วเดินสำรวจและขุดสมุนไพรบริเวณรอบ ๆ ตรงจุดที่นางเคยหว่านเมล็ดผักเอาไว้ พวกมันก็เริ่มงอกออกมาแล้วเช่นกัน ยิ่งผักบุ้งน้ำยิ่งโตเร็วเพราะมีแหล่งน้ำให้พวกมันได้เติบโตอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้พอสมควรมองแสงแดดเริ่มน้อยลงแล้ว จึงเร่งเดินออกจากป่า ระหว่างทางนางเจอต้นพลับป่าและฮวาเจียวต้นใหญ่ยักษ์ และยังมีกลุ่มต้นรักอีกด้วย ดูแล้วยังไม่สุกพร้อมเก็บนางจึงเก็บฮวาเจียวมากองเล็ก ๆ ใส่ลงใต้กระบุงรวมกับสมุนไพรที่ขุดมาตลอดทาง เรียกได้ว่าตอนนี้สมุนไพรน่าจะมีมากกว่าแปลงปลูกเสียแล้ว
จ้าวอิงยิ้มออกมา เอาเถอะขาของพ่อลู่หายแล้วเพียงแต่ยังเดินทางไกล ๆ และทำงานหนักแบกหามไม่ได้ เพราะอาจจะเกิดการอักเสบภายในเส้นเอ็นได้ แต่การยกร่องแปลงสมุนไพรทำได้สบาย ๆ
ด้วยยาที่นางแอบเพิ่มสมุนไพรรักษาและน้ำพุที่เติมในโอ่ง ให้ทุกคนในบ้านใช้ ก็เพียงพอให้สุขภาพของทุกคนดีวันดีคืนแล้ว
เมื่อเดินข้ามทุ่งหญ้าถึงป่าไผ่แล้ว นางจึงเอากวางดาว และกระต่ายออกมาแล้วย้ายกระบุงมากอดไว้ด้านหน้า และแบกกวางดาวไว้ที่หลังข้ามแม่น้ำเดินเข้าลานบ้าน ยังไม่ทันได้เรียกคนในบ้าน เสี่ยวเป่าที่ได้ยินเสียงนางเดินมาจากหลังบ้านก็รีบวิ่งมารับนาง
“ท่านแม่ มา ๆ ๆ ข้าช่วยท่านถือขอรับ”
เสี่ยวเป่ายิ้มอย่างเริงร่าวิ่งมาหานางทำตัวเป็นผู้ใหญ่ตัวน้อยทันที
“แม่รู้นะเสี่ยวเป่าจะมาหาของกินใช่หรือไม่”
“ไม่ใช่สักหน่อยท่านแม่ ท่านพูดผิดแล้ว”
เสี่ยวเป่าทำเสียงอ้อมแอ้มทำหน้าราวกับเด็กที่ทำผิดแล้วถูกจับได้
“ฮ่า ๆ ๆ แม่ต้องมีของอร่อยให้เสี่ยวเป่าอยู่แล้ว ไปกันเถอะไปดูในบ้านกัน”
“ท่านแม่ดีที่สุดแล้ว เย้ ๆ”
ว่าแล้วก็รับกระต่ายจากมือจ้าวอิงแล้ววิ่งไปด้านหน้าลานบ้านทันที ตะโกนเรียกคนในบ้านอย่างร่าเริง
“ท่านย่ามานี่ ๆ ท่านแม่จับกระต่ายได้ด้วยขอรับท่านรีบมาดูเร็ว”
สิ้นเสียงเสี่ยวเป่าสองสามีภรรยาลู่ ก็เดินออกมาจากห้องโถงทันที เห็นจ้าวอิงแบกตะกร้ามาก็รีบไปช่วยรับจากหลังนาง พวกเขาพบว่ามันมีน้ำหนักมากทีเดียว
“ได้อะไรมามากมายหรืออาอิง หนักมากเลย” จางซื่อถาม
“ได้กวางดาวกับผลไม้ป่าแล้วก็มีสมุนไพรที่จะนำมาปลูกที่แปลงหลังบ้านด้วยเจ้าค่ะ”
จ้าวอิงพูดไปก็หยิบของทั้งหมดออกมาด้วย มีกวางดาวตัวอ้วนวางเด่นชัด พ่อลู่ก็เดินมาดูเช่นกัน
“อาอิงจับมันมาได้อย่างไรกัน กวางดาวแบบนี้วิ่งเร็วนัก”
หลังพ่อลู่พูดจบ ทุกคนหันมามองจ้าวอิงเป็นตาเดียว โดยเฉพาะเสี่ยวเป่าที่สื่อออกมาทั้งสายตา และสีหน้าราวกับกำลังมองไอดอลที่ชอบอย่างไรอย่างนั้น
‘คิก ๆ ลูกชายนางน่ารักยิ่งนัก’
“ครั้งก่อนที่เข้าป่า ข้าเดินไปถึงแนวน้ำตกเห็นมีรอยเท้าสัตว์จำนวนมากก็เลยเสี่ยงดวงขุดหลุมดักไว้เจ้าค่ะ โชคดีจริง ๆ ที่ได้กวางกับกระต่ายมา”
จ้าวอิงบอก
“ว้าว ท่านแม่สุดยอดไปเลย”
เสี่ยวเป่าแทบจะโห่ร้องออกมาแล้ว
‘นั่นไง ! ลูกชายนางติดคำพูดของนาง ตอนที่อยู่ด้วยกันตามลำพังเสียแล้ว’
จ้าวอิงมองเด็กชายที่หน้าเหมือนร่างเดิมของนางเมื่อชาติที่แล้วสี่ห้าส่วน โดยเฉพาะหน้าผากและดวงตาราวกับถอดมา นึกถึงใบหน้าอ้วน ๆ หากผอมลงคิดว่าจ้าวอิงอิงคนนี้ คงเหมือนร่างเก่านางเจ็ดแปดส่วนเลยทีเดียว
หากได้หน้าเหมือนร่างเก่าก็ดียิ่ง เพราะหน้าเดิมในชาติที่แล้วเป็นสิ่งที่นางชอบที่สุด เพราะใบหน้านี้งานลวงสังหารสำเร็จเก้าในสิบด้วยซ้ำ ‘หึ ๆ อย่างน้อยก็ไม่อัปลักษณ์ ฮ่า ๆ’ นางแอบคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ในใจ
จ้าวอิงลูบหัวเสี่ยวเป่า พร้อมหันไปทางจางซื่อ
“ท่านแม่เห็นว่าควรจัดการอย่างไรดีเจ้าคะ”
“กระต่ายนำมาทำอาหารเย็นนี้ ส่วนกวางดาวชำแหละไว้กินกับตากแห้งไว้เป็นเสบียงสำหรับฤดูหนาว บ้านเราตอนนี้จะว่าขาดเงินก็ไม่ถึงกับขาดอีกอย่างเลือดกวางเป็นของบำรุงชั้นดีให้เสี่ยวเป่าของเรากินจะได้แข็งแรง”
อืม จางซื่อคิดเหมือนนาง
“เช่นนั้นต้องรีบเชือดเอาเลือดไว้ก่อน มันน่าจะตายเมื่อไม่นานมานี้เลือดยังคงใช้ได้ ขอฝากท่านพ่อชำแหละแล้วเจ้าค่ะ ส่วนกระต่ายเดี๋ยวข้าจะทำของอร่อยให้ทุกคนกินเอง”
จ้าวอิงหันไปบอกพ่อลู่ นางชูแขนขึ้นทำท่าขึงขัง ทำให้ทุกคนเกิดรอยยิ้ม
“มาเสี่ยวเป่านี่ของเสี่ยวเป่าต้องล้างมันก่อนกิน”
นางหยิบลูกเฉ่าเหมยสีแดงแจ๋ห่อด้วยใบเผือก ที่นางเด็ดมาจากข้างลำธาร ได้มาหนึ่งกำใหญ่ ๆ
“ขอบคุณท่านแม่ ข้านำไปล้างก่อนนะขอรับทุกคนรอก่อน”
เสี่ยวเป่าบอกทุกคน
ว่าแล้วเขาก็วิ่งไปข้างโอ่งเก็บน้ำแล้วนั่งลงล้างทีละลูก ดูแล้วน่าเอ็นดูยิ่งนัก ผ่านไปเนิ่นนาน เสี่ยวเป่ายกใบเผือกกลับมาวางให้ทุกคน
“ท่านปู่ ท่านย่า ท่านแม่เชิญขอรับ”
“เสี่ยวเป่าของเราช่างกตัญญูจริง ๆ”
คำนี้พ่อลู่กล่าว
พูดแล้วเขาหยิบมาเพียงลูกเดียวเท่านั้น ความจริงเขาเคยเก็บมากินบ่อยแล้ว รสเปรี้ยวยิ่งนักจึงไม่กล้าหยิบมาก จางซื่อและจ้าวอิงก็หยิบคนละเล็กน้อยเท่านั้น
“ไอ้หย๊า อร่อยจริง ๆ เสี่ยวเป่ารีบกิน”
จางซื่อตอนแรกไม่กล้ากินมาเช่นกันเพราะมันเปรี้ยวมาก แต่จางซื่อชิมแล้วพบว่าหวานมาก พ่อลู่ก็อดจะหยิบอีกลูกไม่ได้ จากนั้นจางซื่อลุกขึ้นนำสมุนไพรไปปลูกที่แปลงด้านในสุด
จ้าวอิงก็ปล่อยให้จางซื่อไปปลูก เพราะสมุนไพรป่าส่วนมากจะค่อนข้างทนทานอัตราการรอดสูง ส่วนพ่อลู่เองก็ยกกวางดาวออกไปชำแหละแล้วเช่นกัน
“อร่อยมากขอรับท่านแม่”
เสี่ยวเป่ายิ้มตาหยีเล็ก
“เอาล่ะแม่จะไปทำกับข้าวก่อน เสี่ยวเป่ากินแล้วต้องบ้วนปากให้เรียบร้อยไม่งั้นแมงจะกินฟันนะ”
“ทราบแล้วท่านแม่”
เสี่ยวเป่าพยักหน้าหงึก ๆ
จ้าวอิงหิ้วกระต่ายเข้าไปในครัว เนื้อกระต่ายมีไม่มากนัก เห็นตอนแรกคาดว่ามีเนื้อมาก พอถลกหนังออกแล้วมีเนื้อน้อยมากจริง ๆ
นางเริ่มจากทำน้ำแกงก่อน นำเอากระดูกหมูมาทำแทนกระดูกกระต่ายที่ตอนแรกตั้งใจไว้ เริ่มด้วยนำกระดูกหมูมาทุบให้แตกจนเห็นเนื้อในกระดูกเวลานำลงต้มน้ำซุปจะได้กลมกล่อมมากขึ้น เครื่องปรุงไม่มากเพียงใส่หัวผักกาด ปรุงรสด้วยเกลือเติมเก๋ากี้เล็กน้อย
เก๋ากี้ช่วยเรื่องตาบอดกลางคืน จากที่นางสังเกตทุกคนล้วนสายตาย้ำแย่ยิ่งนัก เวลากลางคืนจึงแทบไม่มีใครเดินทางเพราะมองไม่เห็นหรือเห็นไม่ชัด
และเติมผงปรุงรสที่นางหยิบออกมาจากในครัวของกระท่อมห้วงมิติ ในน้ำซุปกระดูกมีแคลเซียมมาก และยังมีคอลลาเจนอีกด้วย ส่วนหัวผักกาดมีฤทธิ์เย็น บำรุงปอด กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ ช่วยดับกระหายคลายร้อนดีต่อทุกคน ตั้งเตาตุ๋นน้ำกระดูกหมูไปเรื่อย ๆ จนน้ำงวดลง
จากนั้นก็หันมาจัดการเนื้อกระต่ายต่อ แล่เนื้อและสับโครงกระดูกออกเป็นชิ้น ๆ ล้างให้สะอาดยกกระทะตั้งเตา ใส่น้ำมันหมูโยนกระเทียม ขิง ลงไปผัดให้หอม ใส่เนื้อกระต่ายลงไป ผัดพอให้เนื้อเปลี่ยนสีและหดตัว จากนั้นเติมเครื่องปรุงรส ซีอิ้ว ผงปรุงรส เหล้าเหลืองสำหรับทำอาหารลงไป ผัดต่อให้สุกแต่ไม่เคี่ยวนานมาก ไม่เช่นนั้นเนื้อจะเหนียวกินยาก
เมื่อสุกแล้วตักแบ่งส่วนของเสี่ยวเป่าออกไปแล้ว ก็เติมล่าเจียวลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติเผ็ดร้อนสำหรับผู้ใหญ่ช่วยขับเหงื่อดีนัก
เนื้อกระต่ายมีโปรตีนสูง ไขมันน้อย บำรุงกระดูกและฟัน ทั้งยังดีต่อคนที่มีปริมาณน้ำตาลในเลือดสูงเช่นนางอีกด้วย
อาหารมื้อเย็นนี้จบด้วยเหงื่อเต็มใบหน้าของทุกคน แต่รอยยิ้มไม่จางหายไปเลย ทุกคนชมกันยกใหญ่ว่าอร่อยที่สุดที่เคยกินมาเลย......
