3
“พอๆ! ทั้งคู่เลย!” ดนุพงศ์ที่นั่งมองการเถียงกันอยู่นานขัดขึ้นอีกครั้ง ก่อนรีบตัดบทด้วยการพาน้องสาวกลับบ้าน ไม่อย่างนั้นสองคนนี้คงได้เถียงกันอีกยาว “กลับบ้านได้แล้วเดียร์! เปียกมะล่อกมะแล่กอย่างนี้เดี๋ยวจะไม่สบาย”
“นายพายัยเด็กดื้อนี่กลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันตามไป”
“อ้าว! ทำไมล่ะ?” ดนุพงศ์มองเพื่อนที่ยังนั่งชันเข่าข้างหนึ่งอยู่ที่เดิม พร้อมร้องถามอย่างสงสัยเมื่อเพื่อนปฏิเสธที่จะกลับบ้านพร้อมกัน
“ขืนกลับพร้อมกันได้เถียงกับยัยเด็กนี่ไปตลอดทางแน่ๆ”
“เชอะ! อย่างกับเค้าอยากจะเถียงกับตัวตายนี่!” ว่าพร้อมทำปากยื่นอย่างคนแสนงอน ก่อนลุกขึ้นยืนแล้วฉุดแขนแข็งแรงของพี่ชายให้ลุกตาม “ไปเถอะพี่ดล!”
“เอาๆ ไปก็ไป” ดนุพงศ์จนใจกับความเอาแต่ใจของน้องสาวที่อายุห่างกันถึงสิบปี ด้วยเพราะเป็นลูกสาวคนเล็กแถมยังเป็นลูกหลงล่ะมั้งเลยถูกทั้งพ่อแม่และก็เขาตามใจจนเคยตัวอย่างนี้ ก่อนหันไปบอกกับเพื่อนที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม “รีบๆ ตามมาแล้วกัน”
ออสตินรอกระทั่งสองพี่น้องเดินห่างออกไปพอสมควร จึงได้ลุกขึ้นเดินไปคว้ากางเกงยีนส์ของตัวเองมาถือไว้ ก่อนที่จะเผลอก้มลงมองความโปนปูดของบุรุษเพศที่ดูดเน่นอยู่กลางกาย เพราะยัยเด็กบ้านั่นแท้ๆ! ที่ทำให้อารมณ์ของเขาปั่นป่วนอย่างนี้ แถมเขายังไม่สามารถควบคุมมันได้อีกด้วย เพราะปกติเขาสามารถควบคุมตัวเองได้เป็นอย่างดี
ร่างสูงถอนหายใจหนักหน่วงก่อนที่จะสวมกางเกงยีนส์ตัวเก่ง แล้วเดินเอื่อยๆ ไปตามทางเดินของสวนริมคลองอันเป็นสมบัติของครอบครัวแก้วกานต์ พยายามถ่วงเวลาเพื่อให้อารมณ์ร้อนรุ่มสงบก่อนที่จะเดินถึงบ้านของอีกฝ่าย
หลังจากนั้นเป็นต้นมา... ออสตินก็ปฏิเสธที่จะไปเยี่ยมดาหลาพร้อมแม่ของเขา โชคดีที่เป็นช่วงที่เขาเริ่มเข้าเรียนปริญญาโท ทำให้เขาแทบไม่มีเวลาว่างกระดิกตัวไปไหน เขากลัวว่าหากเขาได้เจอกับดรัลพรอีกครั้ง จะไม่สามารถห้ามตัวเองได้ ตรงเข้าไปลากสาวน้อยขึ้นไปร่วมรักบนเตียง แม้ว่าเธอจะเป็นเด็กเอาแต่ใจ แต่เธอก็สดใสและบริสุทธิ์เกินกว่าที่คนอย่างเขาจะแตะต้อง
อีกอย่าง... มีครั้งหนึ่งที่เธอเคยเล่าให้เขากับพี่ชายฟังว่าเธอจะมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตลูกผู้หญิงให้กับคนที่เธอรักเท่านั้น
นั่นมันทำให้เขาตระหนัก... เขาไม่คู่ควรกับพรหมจรรย์ของเธอ และวงโคจรของเขาและเธอมันช่างต่างและห่างไกลกันเกินกว่าจะมาบรรจบกันได้ เขาจึงพยายามเก็บเนื้อเก็บตัวให้ห่างจากเธอให้มากที่สุด เพราะเพียงแค่คิดถึงใบหน้าเธอยามที่เขาร่วมเสพสังวาสกับคู่ขาของเขา มันก็ทำให้เขาถึงจุดไคลแม็กซ์ได้อย่างเร่าร้อนกว่าที่เคยเป็น และเพียงคิดถึงใบหน้าใสๆ แสนไร้เดียงสานั้น มันก็ทำให้เขารุ่มร้อนจนต้องหาผู้หญิงมาปลดปล่อย
เขาคิดว่าเขาจะหนีเธอไปได้ตลอดชีวิต... แต่เปล่าเลย! เมื่อดรัลพรเลือกที่จะมาเรียนปริญญาโทด้านสังคมวิทยาต่อที่ไมอามี แน่นอนว่าท่ามกลางเสียงคัดค้านของครอบครัว แต่คนหัวดื้ออย่างดรัลพรหรือจะยอมถอยง่ายๆ เธอพยายามทำงานเก็บเงินระหว่างเรียนปริญญาตรีจนได้เงินจำนวนหนึ่ง และตัดสินใจสมัครสอบชิงทุนให้เปล่าจากทางมหาวิทยาลัย ก่อนที่จะบินมาเรียนต่อที่นี่โดยมีรีฮันน่าห์แม่ของเขารับรองว่าจะหาที่อยู่ให้ ตอนแรกแม่ของเขาอยากจะให้ดรัลพรมาอยู่ที่บ้านกับเขาด้วยซ้ำ แต่โชคดีที่เขาซื้ออพาร์ทเมนท์ในดาวน์เทาวน์เอาไว้ เลยให้หญิงสาวไปพักที่นั่นแทน
บอกตามตรง... เขาไม่ไว้ใจตัวเองเลย แม้จะผ่านมาเป็นสิบกว่าปีแล้วก็ตาม
แล้วอยู่ๆ วันนี้เธอก็บุกมาหาเขาถึงที่นี่เพื่อขอร้องให้เขาช่วยในสิ่งที่เขาพยายามจะหักห้ามใจมาตลอดสิบสองปี เขายังจำคำพูดขอร้องของเธอได้ติดหู และจำใบหน้าอ้อนวอนของเธอได้ติดตา
ปัจจุบัน
“ฉันมีเรื่องอยากจะรบกวนคุณหน่อยน่ะค่ะ” นั่นคือคำพูดแรกที่เธอเอ่ยเมื่อนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ว่ามาสิ... ถ้าช่วยได้ฉันก็จะช่วย” เขาผายมือบอกเป็นการให้สัญญาณว่าอนุญาตให้เธอพูดได้ เขาเห็นเธอก้มลงมองมือเรียวที่ประสานกันอยู่บนหน้าตัก แล้วกำลังขยับขยุกขยิกเหมือนคนที่กำลังคิดไม่ตก ทั้งยังกัดปากตัวเองซึ่งเป็นกิริยาที่เธอใช้ยามที่เธอกำลังกระวนกระวาย และชายหนุ่มก็เฝ้ารออย่างอดทน จนกระทั่งเห็นเธอสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง
“ฉันอยากให้คุณช่วยสอนฉันทำ... เอ่อ... ทำ...”
“ทำอะไร?” วิสัยคนที่ชอบทำอะไรรวดเร็ว ทำให้เขาชักจะหงุดหงิดเล็กน้อยกับท่าทางกระอักกระอ่วนของเธอ คิดว่าเรื่องที่กำลังจะขอร้องเขาคงเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร แต่หากเธอไม่พูด... เขาก็ไม่รู้ว่าช่วยได้หรือไม่
“คือ... คุณเองก็มีผู้หญิงเยอะใช่ม๊า?” เธอเริ่มจากการตั้งคำถาม เพราะยังรู้สึกกระดากปากกับสิ่งที่กำลังจะพูดออกไป
“แล้ว?” คิ้วเข้มเลิกถามอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อ
“มันก็หมายความว่าคุณคงเคยเรื่อง... อย่างว่ามาแล้ว” ความห่างเหินตลอดสิบสองปีทำให้ดรัลพรไม่กล้าใช้สรรพนามที่แสนสนิทสนมกับเขาได้อีก เธอจึงเลือกใช้สรรพนามที่แสดงถึงความสุภาพและเป็นทางการขึ้นมาอีกหน่อย และหญิงสาวก็ไม่เคยถามเลยว่าทำไมเขาจึงไม่กลับไปเยี่ยมเธอกับพี่ชายที่ประเทศไทยพร้อมกับแม่ของเขาอีกเลยนับจากเหตุการณ์ที่เขาช่วยเหลือเธอจากการจมน้ำในครั้งนั้น
“เข้าประเด็นเลยดีกว่านะคิตเท็น” แม้เธอจะพยายามใช้สรรพนามที่แสนห่างเหิน แต่ออสตินก็ชอบมากกว่าที่จะได้เรียกเธออย่างเดิม กระนั้นก็พยายามจะไล่เธอไปให้ไกลจากรัศมีที่เขาจะคว้าถึง ก่อนที่เขาจะอดใจไม่ไหวลากเธอขึ้นเตียงแล้วร่วมรักกับเธอให้สาสมกับที่อยากจะทำมานาน “ฉันไม่มีเวลามากนัก ยังมีงานอีกหลายอย่างต้องทำ”
“เอ่อ... คือ... คือว่า...” โธ่เอ๋ย! แม้จะเตรียมใจและซ้อมบทพูดมาก่อนหน้าที่จะเข้าพบเขามาแล้ว แต่ดรัลพรก็ยังไม่กล้าพอที่จะเอ่ยออกไปอยู่ดีสิน่า! เธอไม่ใช่สาวเจนจัดที่จะมาพูดเรื่องอย่างว่าได้โดยไม่อายปากนี่นา!
“ถ้าเธอยังทำตัวเป็นคนติดอ่างอยู่อย่างนี้ล่ะก็ กลับไปรวบรวมสติก่อนแล้วค่อยมาพบฉันใหม่ดีกว่าไหม?” ปิศาจหนุ่มชักจะอดรนทนไม่ไหวกับอาการน้ำท่วมปากกับเธอจึงได้เอ่ยปากไล่ ความจริง... เขากลัวใจตัวเองมากกว่าจะรำคาญเธอต่างหากล่ะ!
“โอเคๆ!” เธอรีบเงยหน้าขึ้นบอกก่อนที่เขาจะไล่เธอออกไปจากห้องจริงๆ “คุณช่วยสอนเรื่องอย่างว่าให้ฉันได้ไหม?”
“ห๊ะ?!” ทันทีที่เธอพูดจบ ออสตินก็อย่างตกใจจนเกือบจะพลัดตกเก้าอี้แล้วด้วย ไม่คาดคิดว่าเธอจะพูดเรื่องนี้กับเขา
“คือ... ฉัน... ฉันอยากมีประสบการณ์อย่างว่าน่ะ แล้วก็... คุณเองก็ดูจะเจนจัด เพราะงั้น... คุณช่วยสอนฉันได้ไหม? ฉันไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้วจริงๆ” ประโยคสุดท้ายเธอลากเสียงออดอ้อนพร้อมทั้งส่งประกายตาวิงวอนมาให้เขา จนออสตินแทบอยากจะลากเธอไปสอนบทเรียนพิศวาสเสียเดี๋ยวนั้นเลยจริงๆ
แรกเริ่มเดิมทีที่ได้ยินคำขอนั้นของเธอ หัวใจของเขาลิงโลดจนน่าหมั่นไส้ แต่แล้วคำปฏิญาณที่ตั้งไว้กับตัวเองว่าจะไม่ดึงผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความสดใสราวกับทับทิมเนื้อดีมาแปดเปื้อนกับราคะเร่าร้อนน่ารังเกียจอย่างที่ปิศาจอย่างเขาชื่นชอบเด็ดขาด ก็ฉุดรั้งเขาให้ระงับความคิดนั้นของตัวเองเอาไว้ได้ทันท่วงที ก่อนที่อารมณ์จะเตลิดไปไกลจนกู่ไม่กลับ แล้วก็จำเป็นต้องปฏิเสธเธอ ก่อนที่จะเกิดการทุ่มเถียงกันเป็นการใหญ่ และจบลงที่เธอท้าทายว่าจะทำให้เขายอมสอนบทเรียนพิศวาสให้กับเธอให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม
“ยัยเด็กบ้าเอ้ย!” ออสตินดึงสติตัวเองกลับมา แล้วบริภาษอย่างเหลืออดพร้อมกับหมุนเก้าอี้นั่งหันหน้าไปมองผืนน้ำสีใสผ่านผนังกระจกด้านหลังโต๊ะทำงานใหญ่ “เรารึอุตส่าห์หนีมาแล้วห้ามอกห้ามใจไม่ให้ลากขึ้นเตียงมาได้ตั้งสิบสองปี อยู่ดีๆ ก็มาขอให้เราช่วยทำลายพรหมจรรย์ให้เสียอย่างนั้น!”
แล้วไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร? มีดีที่ตรงไหนกันดรัลพรจึงได้ยอมทำทุกอย่าง แม้กระทั่งผิดสัญญากับตัวเอง แล้วแบกหน้ามาขอร้องให้ผู้ชายที่เธอไม่ได้รักไม่ได้ชอบมาช่วยเปิดบริสุทธิ์และช่วยสอนเรื่องเพศรสให้อย่างนี้
ชักจะอยากเห็นหน้าจริงๆ!
