ตอนที่6
“พี่หญิง นี่ก็คือกำไลหยกพยัคฆ์พิทักษ์ พี่ฉางอันมอบให้ข้าเพื่อจะได้มอบต่อให้บุตรชายของข้า”
นางยิ้มอย่างผู้ชนะแล้วยกมือลูบไล้หน้าท้องของตนเอง ก่อนจะเอ่ยต่อ
“แต่พี่หญิงก็อย่าเสียใจไป ข้าบอกพี่ฉางอันแล้ว ว่าขอเพียงได้อยู่กับเขา ข้าขอเป็นเพียงอนุภรรยา หรือ ภรรยาลับ ข้าก็ยินดี ขอเพียงให้เขามาหาข้าบ้างก็เพียงพอแล้ว”
ไป๋ซูเหยาหยุดพูดแล้ว เม้มริมฝีปากเล็กน้อย ดวงตาเริ่มแดงระเรื่อก่อนน้ำตาใส ๆ จะไหลพรากอย่างน่าสงสาร
“ขอเพียงไม่ทำให้พี่หญิงเสียใจ ข้ายอมทุกอย่างเพียงขอให้ได้อยู่กับพี่ฉางอันได้หรือไม่”
กล่าวจบ นางก็ทรุดกายลงนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าหนิงหว่านชิง แล้วยื่นมือเรียวเล็กไปหมายจะจับมือของหนิงหว่านชิง ทว่าไม่ทันได้แตะ
หนิงหว่านชิงดึงมือออกทันทีแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ว่านเจียงกลับจวน”
กล่าวจบหนิงหว่านชิงก็ลุกขึ้นทันที ใบหน้านางสงบนิ่งทว่าในใจกลับราวถูกมีดแทงเจ็บจนไม่อาจเอื้อนเอ่ย นางกำลังจะก้าวออกไป ทว่าร่างบอบบางนั้นกลับลุกพรวดขึ้นมาขวางทางนางเอาไว้ ใบหน้างดงามนั้นร่ำให้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร
หนิงหว่านชิงไม่อยากจะอยู่เป็นตัวตลกของตลาด เรื่องรักใคร่ของพวกเขาเหตุใดต้องมาป่าวประกาศเช่นนี้ อยากให้นางหลีกทางให้ก็เพียงเอ่ยปาก ใบหย่านางจะลงนามทันที
หนิงหว่านชิงก้าวไปด้านหน้าอย่างไม่ใส่ใจ ไหลบางชนเข้ากับไหล่ของ ไป๋ซูเหยาเล็กน้อย ทว่า ร่างบอบบางของไป๋ซูเหยากลับเซถลาล้มลงกับพื้นอย่างแรง
ปึก!
ร่างบอบบางนั้นล้มลงไปกองกับพื้น อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์นั้นเปรอะเปื้อนรอยฝุ่นละอองเล็กน้อย ดวงหน้างดงามเงยขึ้นเล็กน้อย น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างน่าสงสาร
“พี่หญิง… ข้าผิดเอง ที่ทำท่านโกรธ”
น้ำเสียงไป๋ซูเหยาสั่นเครือ
หนิงหว่านชิงหยุดชะงัก นางหันไปมองยังร่างบอบบางนั้นช้า ๆ คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย เมื่อครู่นางไม่ได้ผลักร่างบอบบางนั้นแม้แต่น้อยแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยคำใดเสียงของว่านเจียงก็เอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกไม่พอใจ
“คุณหนูไม่ได้ผลักเจ้า! เจ้าที่ล้มลงไปเอง!”
ไป๋ซูเหยาค่อย ๆ ยันร่างกายที่บอบบางของนางให้ลุกขึ้นนั่งอย่างน่าสงสาร ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด มือเรียวยกขึ้นกุมหน้าท้องของตนเอง น้ำตาไหลพราก
“ข้าเจ็บ… พี่หญิงช่วยด้วย…”
ไป๋ซูเหยาเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ใบหน้าซีดเซียว
เสียงซุบซิบของผู้คนต่างดังแผ่ว สายตาดูถูกและว่ากล่าวต่างถูกส่งมาทาง หนิงหว่านชิงที่ยืนอยู่
ทันใดนั้นเสียงขี้ม้าก็พลันดังขึ้น ม้าศึกหลายตัวถูกควบมาหยุดอยู่กลางถนน ผู้นำที่อยู่หน้าสุดก็คือ เจิ้นเป่ยโหวเผยฉางอัน
เผยฉางอันกระโดดลงจากม้าอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมเข้มนั้นตึงเครียด ดวงตาคมจ้องมายังไป๋ซูเหยาไม่วางตา ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคง อาภรณ์ชุดเกาะสีดำสนิทนั้นพลิ้วไหวไปตามแรงก้าวเดินของเขา ท่วงท่าสง่างาม น่าเกรงขามยิ่งนัก
เหล่าผู้คนที่กำลังยืนอยู่เรื่องสนุกอยู่นั้นพลันเงียบเสียงลงทันที ความน่าเกรงขามนั้นทำให้รู้สึกอึดอัดจนแทบไม่กล้าหายใจแรง ดวงตาดุดันนั้นดูน่ากลัวยิ่งนัก
เผยฉางอันก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าทั้งสอง เขาหันไปมองหนิงหว่านชิงแวบหนึ่ง แล้วก้าวตรงไปยัง ไป๋ซูเหยาที่ยังนั่งอยู่บนพื้นดิน มือใหญ่คว้าร่างบอบบางนั้นขึ้นอุ้มทันที
ไป๋ซูเหยาถูกยกขึ้นอุ้มอย่างง่ายดาย นางซบลงบนอกกว้างของเผยฉางอันแล้วเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเอ่ยขึ้น
“พี่ฉางอันข้า—”
“มู่หวัง! พาฮูหยินกลับจวนแล้วกักบริเวณไม่มีคำสั่งข้า ห้ามให้นางออกมานอกจวนเด็ดขาด!”
น้ำเสียงเผยฉางอันดุดันจนคนรอบข้างต่างรีบหลบสายตาทันที
“ขอรับ”
องครักษ์ประจำกายรีบโค้งกายรับคำสั่งทันที
กล่าวจบ เผยฉางอันก็พลันกระชับร่างบอบบางในอ้อมแขนแล้วอุ้มนางก้าวตรงไปยังม้าของตนเองอย่างมั่นคง เขาอุ้มนางขึ้นม้าแล้วควบม้าออกไปทันที โดยไม่ได้หันมามองหนิงหว่านชิงอีก ราวกับนางไม่ได้อยู่ตรงนั้น
เสียงฝีเท้าม้าดังก้องก่อนจะค่อย ๆ เลือนหายไปในที่สุด
หนิงหว่านชิงยืนนิ่ง มือใต้แขนเสื้อกำแน่นจนเล็บจิกลงในเนื้อเลือดสีแดงสดซึมออกมาหยดหนึ่ง ร่วงลงบนพื้นแตกกระจายราวเกร็ดหิมะที่โปรยปราย ในยามนี้นางเจ็บปวดแทบข่มน้ำตาเกือบไม่อยู่
“เชิญขอรับฮูหยิน”
มู่หวังเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
ว่านเจียงมองตามเสียงรวบม้านั้นด้วยดวงตาแดงก่ำแล้วพลันหันมาจ้องเขม็งใส่มู่หวังในใจโมโหมาก นายบ่าวพวกนี้เหมือนกันวัน ๆ ทำแต่หน้าเย็นชาใส่คุณหนูของนาง
หนิงหว่านชิงก้าวตรงไปขึ้นรถม้าด้วยท่าทางสงบนิ่ง ทว่าในใจกลับไม่สงบ คำถามมากมายผุดขึ้นมาโดยไม่ได้รับคำตอบ คำตอบมากมายพรั่งพรูอยู่ในใจ
รถม้าคันหรูค่อย ๆ เคลื่อนที่มาหยุดอยู่หน้าจวน เจิ้นเป่ยโหว หนิงหว่านชิงก้าวลงมาโดยมีว่านเจียงสาวใช้คนสนิทค่อยประคองอย่างระมัดระวัง
“ฮูหยิน ช่วงนี้อากาศหนาว ท่านโหวเป็นห่วงสุขภาพของท่านจึงให้ท่านอยู่แต่ในจวนขอรับ”
น้ำเสียงหนักแน่นของมู่หวังดังขึ้นด้านหลัง
หนิงหว่านชิงชะงักฝีเท้าเล็กน้อย แต่ไม่ได้เอ่ยคำใดและไม่ได้หันไปมองนางเพียงหันไปพยักหน้าให้สาวใช้คนสนิทว่านเจียงให้ประคองนางเข้าไปในจวนเท่านนั้น
เป็นห่วงสุขภาพของนางหรือเพียงไม่อยากให้นางออกมาเห็นเรื่องต่ำช้าที่เขาคิดจะทำกันแน่ อยากจะปิดหูปิดตานางเอาไว้แต่ในจวนสินะ
หนิงหว่านชิงข่มความเจ็บปวดในใจก้าวเดินอย่างนิ่ง ๆ นางทอดสายตามองจวนโหวที่โออ่าแห่งนี้ร่องรอยแห่งวันวานยังคงชัดเจน ความรักความใส่ใจของเผยฉางอันอย่างคงชัดเจนและอบอุ่นยิ่งนัก
เขาพร่ำบอกว่ารักนาง ชาตินี้จะรักเพียงนาง คอยดูแลไม่ห่าง ทว่าบัดนี้เขากลับกลืนคำพูดคำสัญญาพวกนั้นลงท้องไปหมดเสียแล้ว ตอนนี้ในใจเขามีแต่นางผู้เป็นรักแรกเท่านั้น
…
