ตอนที่5
ต่อมา ราวฟ้าเมมตา นางได้ยินข่าวว่า เผยฉางอันถูกปฏิเสธและถอนหมั้น ในยามนั้นนางมีความหวังสุด ๆ ไม่ยอมเชื่อฟังคำคัดค้านของบิดา ตระกูลเผยตกต่ำ เผยฉางอันต้องเข้ากองทัพไม่มีสตรีนางใดยอมแต่งกับเขา เพราะกลัวเป็นหม้าย
ทว่านางกลับเต็มใจและยินดี อยู่เคียงข้างเขา เขาให้คำมั่นสัญญากับนาง จนต่อมาเขาก็ทำสำเร็จ และกลับมารับตำแหน่งท่านโหวแล้วก็แต่งงานกับนางอย่างสมเกียรติ
“คุณหนู อาหารพร้อมแล้วเจ้าค่ะ”
น้ำเสียงของว่านเจียงดังขึ้นข้าง ๆ นาง
หนิงหว่านชิงพยักหน้ารับ แล้วคีบอาหารเข้าปาก แม้นางจะเสียใจมากแค่ไหนแต่ความเป็นแม่ยังคงทำให้นางมีแรงที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
ตั้งแต่ที่ ไป๋ซูเหยา ปรากฏตัว เผยฉางอันก็แทบไม่ได้กลับจวนเลย นางรอเขาจนหลับไป พอตื่นมาก็เช้า เขาก็ยังไม่ปรากฏกาย
หนิงหว่านชิงยกมือคีบอาหารเข้าปากเพียงสองสามคำก็รู้สึกว่าไม่อยากอาหารแล้ว ในใจไม่สงบเพราะหลายวันมานี้ เจิ้นเป่ยโหวผู้เป็นสามีนั้นไม่กลับจวนเกรงว่าจะได้รับอัตราย
“ว่านเจียง ข้างนอกมีข่าวอะไรหรือไม่”
ว่านเจียงที่ยืนอยู่เคียงหนิงหว่านชิง มีสีหน้ากังวลปนกับลังเลเล็กน้อย เพราะด้านนอกมีข่าวลือว่า เจิ้นเป้ยโหวนั้นมีเรือนเล็กหลังวัดซื่อไห่ เขาอยู่กับรักแรกทุกวันไม่ยอมออกไปไหน ยาบำรุงชั้นเลิศในจวนโหวก็ถูกส่งไปยังเรือนนั้นไม่ขาดสาย
ว่านเจียงพยักหน้าช้า ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่พอใจยิ่งนัก นางพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
“มีข่าวลือกันว่า ท่านโหว ท่านโหวอยู่กับแม่นางไป๋ซูเหยาทั้งวันทั้งคืนเจ้าค่ะ ยาบำรุงชั้นเลิศของจวนก็ถูกส่งออกไปแทบทุกวัน”
หนิงหว่านชิงชะงักมือที่กำลังคีบอาหารเล็กน้อย ในใจแม้รู้อยู่แล้วว่าเขาต้องกลับไปหานาง ทว่าพอได้ยินเช่นนั้นจริง ๆ กลับรู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก
มือเรียวเผลอปล่อยตะเกียบหล่นจากมืออย่างไม่ตั้งใจ
“คุณหนู”
ว่านเจียงอุทานออกมาอย่างรู้สึกผิด เมื่อเห็นใบหน้าของคุณหนูของนางซีดเซียวนางก็รีบก้าวเข้าไปใกล้และยกมือขึ้นหมายจะช่วยประคองร่างบอบบางของหนิงหว่านชิง
หนิงหว่านชิงยกมือขึ้นห้ามแล้ว ข่มจิตใจครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเบา
“ข้าอิ่มแล้ว ที่ตลาดวันนี้คงจะมีผลไม้อบแห้งมาเพิ่ม เราไปดูกันหน่อยเถิด”
“เจ้าค่ะ”
ว่านเจียงเอ่ยขึ้น ก่อนจะหมุนกายก้าวไปหยิบเสื้อคลุมหนาออกแล้วกางออกคลุมให้ร่างบอบบางของหนิงหว่านชิงอย่างระมัดระวัง
“คุณหนู ท่านออกไปข้างนอกหนาวนัก ท่านสวมไว้จะได้ไม่เป็นหวัดนะเจ้าค่ะ”
หนิงหว่านชิงพยักหน้ารับเล็กน้อย เมื่อสาวใช้คนสนิทจัดอาภรณ์ให้นางเรียบร้อยแล้วนางก็ก้าวเท้าออกไปอย่างนิ่ง ๆ สายลมเย็นด้านนอกพัดเข้ามาต้องอาภรณ์นางให้ปลิวไหวเบา ๆ
ว่านเจียงสาวใช้ประจำกายก้าวอยู่ด้านหลังอย่างใกล้ชิด เมื่อทั้งสองก้าวออกมาจากจวน รถม้าคันหรูประจำจวนโหวก็จอดรออยู่ด้านหน้าประตูจวนแล้ว บ่าวรับใช้และสาวใช้ช่วยกันประคองหนิงหว่านชิงที่กำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ ขึ้นรถม้าอย่างระมัดระวัง
รถม้าคันหรูเคลื่อนที่ออกจากจวน เจิ้นเป่ยโหว อย่างช้า ๆ มุ่งหน้าไปยังตลาดเมืองหลวง
ในตลาดเมืองหลวงคึกคักไปด้วยผู้คนมากมาย เสียงพูดคุยปนเปไปกับเสียงตะโกนเรียกลูกค้าของเหล่าพ่อค้าแม่ค้า ข้างทางมีแผงขายสิ่งของมากมาย เรียงกันอยู่เต็มข้างถนน
หนิงหว่านชิงลงจากรถม้าโดยมีหว่านเจียงค่อยประคองนางอย่างใกล้ชิด ทั้งสองเดินเลือกซื้อของตามข้างทางอย่างอารมณ์ดี ด้านหลังมียังมีบ่าวรับใช้อีกหนึ่งคนที่ช่วยถือของให้
หนิงหว่านชิงเดินเลือกซื้อผลไม้อบแห้งจนนางเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า สายตาคู่สวยพลันสบเข้ากับร้านขายโยเกิร์ตด้านหน้า นางกลืนน้ำลายเล็กน้อยรู้สึกอยากขึ้นมา
“ว่านเจียง เราไปนั่งพักร้านข้างหน้าเถิด”
“เจ้าค่ะ”
ว่านเจียงตอบก่อนจะหันไปส่งของในมือของนางให้บ่าวรับใช้ผู้นั้นแล้วเอ่ยขึ้น
“เจ้านำของพวกนี้ไปที่รถม้าก่อน ข้ากับฮูหยินจะนั่งพักรออยู่ที่ร้านด้านหน้า”
“ขอรับ”
บ่าวรับใช้เอ่ยขึ้นก่อนจะรับเอาสิ่งของมากมายนั้นมาประคองไว้อย่างระมัดระวังแล้วหมุนกายก้าวจากไป
ว่านเจียงกล่าวจบก็รีบเดินตามคุณหนูของตนเองไปในทันที หนิงหว่านชิงและว่านเจียงเดินเข้ามานั่งลงบนโต๊ะไม้เล็ก พร้อมสั่งโยเกิร์ตผลไม้สดสองถ้วย
เมื่อโยเกิร์ตผลไม้สดมาส่ง หนิงหว่านชิงก็ตักชิมอย่างช้า ๆ รสชาติเปรี้ยวหวานนั้นทำให้นางรู้สึกสดชื่นขึ้นมาเล็กน้อย ความอร่อยตรงหน้าทำให้ใบหน้างดงามนั้นมีรอยยิ้มอีกครั้ง
ทว่าความสุขใจกลับอยู่ได้ไม่นาน ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็พลันดังขึ้น
“พี่หญิง”
หนิงหว่านชิงชะงักมือที่ถือช้อนอยู่เล็กน้อย แล้วเงยหน้าขึ้นมองสตรีตรงหน้า ดวงตาหน้างดงามนั้นแย้มยิ้มบาง ๆ ทว่ากลับดูใสซื่อบริสุทธิ์ยิ่งนัก
ไป๋ซูเหยาย่อกายเล็กน้อยคารวะนางอย่างนอบน้อม เผยรอยยิ้มบาง ดวงตาสดใส เมื่อเห็นว่าหนิงหว่านชิงเงียบไปนาน นางก็เอ่ยขึ้นเสียเอง
“พี่หญิง ต้องขอโทษด้วย ช่วงนี้ท่านโหวพักอยู่กับข้าทุกวันทุกคืนจึงไม่ได้กลับจวนโหว ช่วงนี้ข้าเองก็กำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ อยู่ท่านโหวเลยต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ พี่หญิงอย่าได้ถือสาท่านโหวเลยนะเจ้าค่ะ”
น้ำเสียงนางอ่อนโยน ดวงตาคู่สวยพลันแดงระเรื่อ มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าท้องที่แบนราบของนาง นางหลุบตาลงเล็กน้อย ท่าทางของนางช่างน่าสงสาร
จนโต๊ะรอบข้างต่างหันมามองด้วยสายตาเดียวกัน ราวกับเรื่องสนุกกำลังจะเริ่มขึ้น เสียงซุบซิบดังแผ่ว ในหมู่ชาวบ้านที่หันมามองอย่างสนใจ
ว่านเจียงกำมือแน่น คิ้วเรียวขมวดแน่นอย่างไม่พอใจ ดวงตานาจ้องเขม็งไปยัง ไป๋ซูเหยาที่กำลังยิ้มระรื่นอยู่ นางไม่อาจทนไหวพูดขึ้นด้วยความโมโห
“นี่เจ้า—”
ทว่ายังไม่ได้เอ่ยคำใด หนิงหว่านชิงก็พลันยกมือขึ้นเล็กน้อยห้ามปราบสาวใช้คนสนิทของตนเอาไว้เสียก่อน
ดวงตาคู่สวยยกขึ้นมองใบหน้าที่ยิ้มระรื่นของไป๋ซูเหยา ในแววตาของไป๋ซูเหยานั้นมีแววเย้ยหยันที่ปรากฏขึ้นมาแวบหนึ่งอย่างชัดเจน
ไป๋ซูเหยายกแขนเรียวขึ้น แล้วลูบไล้กำไลหยกพยัคฆ์พิทักษ์อย่างจงใจให้นางเห็นชัด ๆ เพราะกำไลหยกชิ้นนี้ใครก็รู้ว่าต้องเป็นภรรยาเอกของตระกูลเผยเท่านั้นถึงจะได้สวมใส่มัน
เมื่อกำไลถูกเปิดเผยต่อสายตามวลชนที่นั่งดูเรื่องสนุกอยู่ ต่างคนต่างซุบซิบขึ้นแผ่วเบา ทั้งหัวเราะเยาะเย้ยและส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความสนใจมาที่ทั้งสอง
…
